ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การบำบัดน้ำเสียจากอุตสาหกรรมปิโตรเคมีต้นทางโดยใช้ถังกรองไร้อากาศ

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การบำบัดน้ำเสียจากอุตสาหกรรมปิโตรเคมีต้นทางโดยใช้ถังกรองไร้อากาศ
นักวิจัย : ทัยศักดิ์ ธรรมกุล
คำค้น : อุตสาหกรรมปิโตรเคมี , น้ำเสีย -- การบำบัด -- การกรอง
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : สุธา ขาวเธียร , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะวิศวกรรมศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2543
อ้างอิง : 9741300832 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/9347
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2543

งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาหาประสิทธิภาพของการบำบัดน้ำเสียจากอุตสาหกรรมปิโตรเคมีต้นทางด้วยระบบถังกรองไร้อากาศ การทดลองใช้ถังกรองไร้อากาศจำนวน 2 ชุด ทำด้วยอะคริลิกใส รูปทรงกระบอก สูง 1 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 0.1 เมตร ภายในบรรจุตัวกลางพลาสติกโพลีโพรไพลีน ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 65 มิลลิเมตร สูง 22 มิลลิเมตร เปอร์เซ็นต์ช่องว่าง 95% และมีพื้นที่ผิว 187 ตร.ม./ลบ.ม. การป้อนน้ำเสียเป็นแบบไหลขึ้น น้ำเสียที่ใช้เป็นน้ำเสียจริง นำมาจากโรงงานปิโตรเคมีแห่งชาติ ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง โรงงานแห่งนี้ผลิตผลิตภัณฑ์สายโอเลฟินส์ ซึ่งจัดเป็นประเภทของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีต้นทาง ในการทดลองมีการแปรเปลี่ยนค่าอัตราภาระบรรทุกสารอินทรีย์ เท่ากับ 0.58 0.67 0.83 0.87 0.95 1.11 1.20 และ 1.78 กก.ซีโอดี/ลบ.ม.-วัน จากการศึกษาพบว่า ประสิทธิภาพการกำจัดซีโอดีคิดเป็นร้อยละ 84.03 83.31 81.45 84.41 74.71 77.18 82.31 และ 79.96 ตามลำดับ ค่าพีเอชน้ำทิ้งมีค่าเท่ากับ 7.59 7.52 7.46 7.43 7.41 7.47 7.44 และ 7.34 ตามลำดับ ค่าโออาร์พีน้ำทิ้ง เท่ากับ -242 -258 -329 -270 -320 -337 -341 และ -323 มิลลิโวลท์ ตามลำดับ เปอร์เซ็นต์การกำจัดไขมันและน้ำมัน ที่อัตราภาระบรรทุกสารอินทรีย์ 0.67 0.83 0.87 0.95 1.11 1.20 และ 1.78 กก.ซีโอดี/ลบ.ม.-วัน เท่ากับ 68.3% 79.4% 84.6% 84.2% 78.8% 89.8% และ 83.8% ตามลำดับ ประสิทธิภาพการกำจัดทีโอซี ในน้ำเสียที่อัตราภาระบรรทุกสารอินทรีย์ 0.67 0.83 และ 0.87 กก.ซีโอดี/ลบ.ม.-วัน มากกว่า 92% ในการทดลองครั้งนี้ พบว่าเกิดก๊าซชีวภาพขึ้นน้อยมากจนไม่สามารถทำการวัดปริมาณได้ ทั้งนี้เกิดจากผลของความเป็นพิษจากสารประกอบต่างๆ ที่มีอยู่ในน้ำเสียประเภทนี้ ทำให้เกิดการยับยั้งการทำงานของจุลินทรีย์ที่ผลิตก๊าซ ดังนั้นจึงได้มีการทำการทดลองส่วนเพิ่มเติม เพื่อศึกษาพารามิเตอร์บางตัวได้แก่ สารประกอบซัลเฟต ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของปัญหาดังกล่าว ที่อัตราภาระบรรทุกสารอินทรีย์ 2.50 และ 3.00 กก.ซีโอดี/ลบ.ม.-วัน จากการทดลอง พบว่ามีปริมาณซัลเฟตอยู่ในปริมาณสูง คือ มากกว่า 900 มก./ล. ซึ่งเป็นปริมาณที่พอจะทำให้เกิดการยับยั้งการผลิตก๊าซชีวภาพในระบบได้ และประสิทธิภาพการกำจัดซีโอดีคิดเป็นร้อยละ 57.23 และ 51.53 ตามลำดับ ผลการทดลองสรุปได้ว่า การบำบัดน้ำเสียจากอุตสาหกรรมปิโตรเคมีต้นทางโดยใช้ถังกรองไร้อากาศ ที่อัตราภาระบรรทุกสารอินทรีย์ต่างๆ ตามที่กล่าวมาข้างต้น มีประสิทธิภาพการกำจัดซีโอดีสูง ที่อัตราภาระบรรทุกสารอินทรีย์ต่ำ และแนวโน้มของประสิทธิภาพการกำจัดซีโอดีจะลดลง เมื่อค่าภาระบรรทุกสารอินทรีย์มีค่าเพิ่มขึ้น

บรรณานุกรม :
ทัยศักดิ์ ธรรมกุล . (2543). การบำบัดน้ำเสียจากอุตสาหกรรมปิโตรเคมีต้นทางโดยใช้ถังกรองไร้อากาศ.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ทัยศักดิ์ ธรรมกุล . 2543. "การบำบัดน้ำเสียจากอุตสาหกรรมปิโตรเคมีต้นทางโดยใช้ถังกรองไร้อากาศ".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ทัยศักดิ์ ธรรมกุล . "การบำบัดน้ำเสียจากอุตสาหกรรมปิโตรเคมีต้นทางโดยใช้ถังกรองไร้อากาศ."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2543. Print.
ทัยศักดิ์ ธรรมกุล . การบำบัดน้ำเสียจากอุตสาหกรรมปิโตรเคมีต้นทางโดยใช้ถังกรองไร้อากาศ. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2543.