ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาการทำวิจัยเป็นทีมของอาจารย์ : การวิจัยรายกรณีสถาบันราชภัฏสวนดุสิต

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาการทำวิจัยเป็นทีมของอาจารย์ : การวิจัยรายกรณีสถาบันราชภัฏสวนดุสิต
นักวิจัย : อุมาพร ฟูมั่น
คำค้น : สถาบันราชภัฏสวนดุสิต -- อาจารย์ , ทีมวิจัย , อาจารย์มหาวิทยาลัย
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : นิศา ชูโต , ดวงกมล ไตรวิจิตรคุณ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะครุศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2542
อ้างอิง : 9743332146 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/9257
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2542

การวิจัยครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาลักษณะและสภาพการทำวิจัยเป็นทีมของอาจารย์ รวมทั้งวิเคราะห์ปัจจัยที่สนับสนุนและปัจจัยที่เป็นอุปสรรคต่อการทำวิจัยเป็นทีมของอาจารย์ในสถาบันราชภัฏสวนดุสิต โดยใช้วิธีการเชิงคุณภาพในการศึกษา เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้การสัมภาษณ์ การสังเกตอย่างมีส่วนร่วม และการวิเคราะห์เอกสาร ผู้วิจัยใช้ระยะเวลาอยู่ในสนาม 6 เดือน ในการสังเกต การสัมภาษณ์ไปพร้อมกับการช่วยเหลืองานวิจัย พร้อมทั้งการพูดคุยกับอาจารย์ที่ทำการวิจัยเจ้าหน้าที่ นักศึกษา และผู้บริหารสถาบัน การวิเคราะห์ใช้การวิเคราะห์แบบอุปนัย และนำเสนอข้อมูลในรูปการบรรยายและแบบจำลอง ผลการวิจัย พบว่า ลักษณะการทำวิจัยเป็นทีมของอาจารย์ในสถาบันราชภัฏสวนดุสิตแบ่งได้เป็น 2 รูปแบบ คือ 1) ทีมวิจัยที่เป็นทางการ เป็นทีมวิจัยโดยการแต่งตั้งจากสถาบันให้ทำงานด้านสนับสนุนงานวิจัย และทำวิจัยตามนโยบายและความต้องการของสถาบัน 2) ทีมวิจัยที่ไม่เป็นทางการ เป็นการทำวิจัยร่วมกันเนื่องจากมีความสนใจในเรื่องเดียวกันมีผลประโยชน์ร่วมกัน และต้องการวิจัยมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น กระบวนการทำวิจัยเป็นทีมของอาจารย์สามารถแบ่งเป็น 4 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 การได้มาซึ่งหัวข้อการวิจัยและการรวมทีม ขั้นตอนที่ 2 การเขียนโครงการวิจัยเพื่อขอทุนสนับสนุนการวิจัย ขั้นตอนที่ 3 การเก็บรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล ร่วมกันทำวิจัยเป็นทีมเพื่อเขียนรายงานการวิจัย ขั้นตอนที่ 4 การเผยแพร่ ผลการวิจัยและการนำผลการวิจัยไปใช้ในการสอน ปัจจัยที่สนับสนุนและ/หรือเป็นอุปสรรคต่อการทำวิจัยเป็นทีมของอาจารย์ ประกอบด้วย 3 ด้าน คือ (1) ปัจจัยด้านบริบทของสถาบัน (2) ปัจจัยด้านองค์ประกอบของทีม และ (3) ปัจจัยด้านปฏิสัมพันธ์ภายในทีม ปัจจัยสนับสนุนในด้านบริบทของสถาบัน ได้แก่ นโยบายของสถาบันในการสนับสนุนการวิจัยและการทำงานเป็นทีม การให้อิสระในการคัดเลือกผู้ร่วมทีม และการจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำวิจัยเป็นทีม ส่วนปัจจัยที่เป็นอุปสรรคในด้านบริบทของสถาบัน ได้แก่ การรับนักศึกษาจำนวนมากเกินไปและการให้ความสำคัญกับการทำวิจัยเดี่ยวมากกว่าการทำวิจัยเป็นทีม ปัจจัยสนับสนุนในด้านองค์ประกอบของทีม ได้แก่ สมาชิกในทีมมีจำนวนน้อย หัวหน้าทีมมีวัยวุฒิและคุณวุฒิเหมาะสม และสมาชิกในทีมมีความรู้พื้นฐานทางด้านการวิจัย ส่วนปัจจัยที่เป็นอุปสรรคในด้านองค์ประกอบของทีม ได้แก่ สมาชิกในทีมมีจำนวนมากและขาดความรู้พื้นฐานทางด้านการวิจัย ปัจจัยที่สนับสนุนด้านปฏิสัมพันธ์ภายในทีม ได้แก่ สมาชิกในทีมมุ่งทั้งผลสำเร็จของงานและความสัมพันธ์ภายในทีมมีการประชุมอย่างสม่ำเสมอและติดต่อสื่อสารกันอย่างเปิดเผย ส่วนปัจจัยที่เป็นอุปสรรคในด้านปฎิสัมพันธ์ภายในทีม ได้แก่ สมาชิกในทีมมุ่งเฉพาะผลสำเร็จของงานหรือความสัมพันธ์ภายในทีมอย่างใดอย่างหนึ่ง และขาดการประชุมและติดต่อสื่อสารกันอย่างเปิดเผย

บรรณานุกรม :
อุมาพร ฟูมั่น . (2542). การศึกษาการทำวิจัยเป็นทีมของอาจารย์ : การวิจัยรายกรณีสถาบันราชภัฏสวนดุสิต.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อุมาพร ฟูมั่น . 2542. "การศึกษาการทำวิจัยเป็นทีมของอาจารย์ : การวิจัยรายกรณีสถาบันราชภัฏสวนดุสิต".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อุมาพร ฟูมั่น . "การศึกษาการทำวิจัยเป็นทีมของอาจารย์ : การวิจัยรายกรณีสถาบันราชภัฏสวนดุสิต."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2542. Print.
อุมาพร ฟูมั่น . การศึกษาการทำวิจัยเป็นทีมของอาจารย์ : การวิจัยรายกรณีสถาบันราชภัฏสวนดุสิต. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2542.