ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

โครงการนักสืบชายหาด

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : โครงการนักสืบชายหาด
นักวิจัย : สรณรัชฎ์ กาญจนะวณิชย์
คำค้น : Seashore Detectives , นักสืบชายหาด
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2550
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG4730003 , http://research.trf.or.th/node/2526
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

โครงการนักสืบชายหาด ของมูลนิธิโลกสีเขียว มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้ชุมชนท้องถิ่นในภาคใต้ตอนกลางสามารถดูแลสิ่งแวดล้อมชายหาดท้องถิ่นอย่างยั่งยืนได้ด้วยตนเอง โดยมีเครื่องมือและกระบวนการเรียนรู้ที่ครูและนักเรียนระดับมัธยมศึกษาสามารถนำไปใช้ประเมินสถานภาพของชายหาดท้องถิ่น โครงการฯ มุ่งเน้นการทำงานที่บริเวณชายหาดเนื่องจากเป็นระบบนิเวศที่สำคัญแต่ถูกคุกคามมากที่สุด นอกจากนี้ชายหาดยังเป็นแหล่งผลิตอาหารที่สำคัญของชุมชนจึงสามารถใช้เป็นตัวสร้างแรงจูงใจในการอนุรักษ์และเชื่อมโยง "ความอุดมสมบูรณ์" ของท้องถิ่นกับการดูแล "สุขภาพ" สิ่งแวดล้อมได้ด้วยตัวเอง คณะผู้วิจัยได้ใช้เวลาทำวิจัยทั้งสิ้น 2 ปี 6 เดือน ในการดำเนินตามขั้นตอนการพัฒนากระบวนการนักสืบชายหาด 5 ส่วนด้วยกันคือ 1) การวิจัยและพัฒนาเพื่อจัดทำ "ชุดคู่มือนักสืบชายหาด" ร่วมกับผู้รู้ท้องถิ่นและผู้เชี่ยวชาญหลายสาขา โดยมีการทดสอบกับกลุ่มเป้าหมายครูและนักเรียนมัธยมศึกษาก่อนจัดทำฉบับจริง 2) พัฒนากระบวนการฝึกอบรมการใช้ชุดคู่มือนักสืบชายหาด 3) พัฒนาบุคลากรท้องถิ่นให้สามารถสร้างและประยุกต์ใช้คู่มือและกระบวนการศึกษาธรรมชาติท้องถิ่นขึ้นมาเองได้ และ 4) เผยแพร่ชุดคู่มือและอบรมการใช้คู่มือแก่ครูแกนนำในพื้นที่และผู้นำสิ่งแวดล้อมศึกษาจากที่อื่น ๆ 5) พัฒนาศูนย์ข้อมูลชายหาดท้องถิ่น จ.ระนอง ส่วนปัจจัยที่นำมาใช้ประเมินสถานภาพชายหาดได้แก่ ความหลากหลายทางชีวภาพ ปริมาณประชากรกลุ่มพืชและสัตว์ กลุ่มตัวบ่งชี้หรือพืช/สัตว์เด่นในชายหาด กลุ่มพืช/สัตว์ที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของชุมชน และประวัติการเปลี่ยงแปลงของชายหาด ผลการดำเนินงานวิจัยครั้งนี้ ทางคณะผู้วิจัยได้เริ่มต้นสำรวจเก็บข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับชายหาดรวม 40 หาด ในระหว่างเดือนธันวาคม 2546 ถึงเดือนมีนาคม 2547 โดยแบ่งเป็น หาดเลนและทรายปนเลน 10 หาด หาดทราย 10 หาด หาดหินก้อน 9 หาด และหาดหินโขด 11 หาด ในพื้นที่จังหวัดระนอง ภูเก็ต หัวหิน และชลบุรี เพื่อให้ได้ผลสำรวจที่ครอบคลุมมากที่สุด ในขณะเดียวกันคณะผู้วิจัยได้พัฒนากระบวนการสำรวจและเฝ้าระวัง รวมถึงการจัดทำคู่มือที่จะใช้เป็นเครื่องมือให้กับคุณครูและแกนนำในพื้นที่ เพื่อใช้ในการดำเนินกิจกรรม โดยได้ทดสอบ/ทดลองกระบวนการและเนื้อหาในคู่มือนักสืบชายหาดกับกลุ่มแกนนำกิจกรรมสิ่งแวดล้อมศึกษา เยาวชนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้น ทั้งหมดรวม 9 ครั้ง คณะผู้วิจัยได้รวบรวมและสรุปผลการทดสอบเป็นข้อมูลเพื่อจัดทำชุด "คู่มือนักสืบชายหาด" ขึ้น โดยแบ่งเป็น 2 เล่ม คือ คู่มือสัตว์และพืชชายหาด และ คู่มือดำเนินกิจกรรม เมื่อชุดคู่มือฯ ได้ดำเนินการจัดพิมพ์สำเร็จออกมา คณะผู้วิจัยได้จัดกิจกรรมเพื่อเปิดตัวและแนะนำสู่สาธารณชนผ่านกลุ่มสื่อมวลชนและตัวแทนองค์กรด้านสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ณ ศูนย์ฝึกอบรมและสัมมนาสถาบันวิจัยทรัพยากรทางน้ำ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อ.เกาะสีชัง จ.ชลบุรีพร้อมทั้งได้จัดกระบวนการอบรมเชิงปฏิบัติการให้กับกลุ่มแกนนำสิ่งแวดล้อมศึกษาจากหลากหลายองค์กร คุณครูจากโรงเรียนในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง และตัวแทนองค์กรอนุรักษ์ที่ให้ความสนใจในกิจกรรมนักสืบชายหาด คณะผู้วิจัยได้วางแผนจะดำเนินกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการให้กับบุคคลากรที่เป็นแกนนำในหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ ภาเอกชนและชุมชนท้องถิ่นทั้งในพื้นที่อ่าวไทยและอันดามันเพื่อให้เกิดความเข้าใจในการใช้เครื่องมือและกระบวนการถ่ายทอดต่อไปอย่างไรก็ตามคณะผู้วิจัยได้เลือกพื้นที่ 4 จังหวัดภาคใต้ตอนกลางฝั่งทะเลอันดามัน อันได้แก่ จังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต และตรัง เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่สำคัญด้านระบบนิเวศชายหาด และได้รับผลกระทบจากภัยคลื่นยักษ์สึนามิอย่างรุนแรง เป็นพื้นที่หลักในการขยายผล ซึ่งการประสบภัยครั้งนี้เป็นบทเรียนยิ่งใหญ่ของประเทศไทย ทำให้สังคมได้เห็นถึงความสำคัญของระบบนิเวศหาด ตลอดจนความจำเป็นในการจัดการและเฝ้าระวังติดตามข้อมูลชายหาดอย่างสม่ำเสมอ และสืบเนื่องจากการเพิ่มขยายพื้นที่การทำงานวิจัยของโครงการและปรับกระบวนการทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาในพื้นที่ภายหลังภัยลื่นยักษ์สึนามิ ทำให้การจัดทำศูนย์ข้อมูลชายหาดท้องถิ่น จ.ระนอง จึงเป็นเพียงหนึ่งวัตถุประสงค์ที่ไม่ได้ถูกพัฒนาและดำเนินการให้เป็นไปตามแผน แต่อย่างไรก็ตามข้อมูลและหนังสืออ้างอิงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัยของโครงการ ได้ถูกจัดเก็บรวบรวมไว้ที่ศูนย์ข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม ของมูลนิธิโลกสีเขียว The seashores are the most threatened habitats in Thailand today. They include sandy beaches, mudflats, and rocky shores, where many groups of people and other life forms competefor different uses of resources in a restricted space. This calls for sensible management based on real local data specific to each site, as well as a heightened awareness of the habitat ecologocal importance. The Seashore Detectives Project initiated by the Green World Foundation (GWF) aims to support the capacity of local communities in the central part of Southern Thailand to care for their local seashore environment, by providing tools and educational resources for the habitat invastigation and monitoring, with secondary school teachers and students as the main target groups. The project takes two and a half years to develop five main outputs: 1. research and development of the "Handbooks of Seashore Detective", with extensive field research, multi-disciplinary approach to seashore investigation and care, and testing with the main target groups before publication; 2. development of train-the-trainers programme on seashore investigation; 3. capacity development of local resource persons in the development of educational materials and training programmes; 4. Training of trainers to create multiply effects on local seashore investigation and care 5. Development of a local seashore information centre in Ranong To achieve these outputs, GWF partners with Rabat Bai, a local NGO in Ranong province, to implement the project. This gives an opportunity for on-the-job-capacity- development of local personnel. At the onset of the project, 40 seashores are surveyed both along the Andaman coast and the Gulf of Thailand, namely in Ranong, Phanga, Pruket, Prachuabkirikan,and Cholburi provinces. These include 10 mudflats, 10 sandy beaches, 9 boulder beaches, and 11 rocky shores. Each type of seashores futher includes relatively pristine sites with little human disturbances and polluted sites with heavy human disturbances. Data on the biodiversity of inter-tidal life are collected between December 2003 to March 2004. Analysis is made to see if there are distinct biological patterns between the different degrees of human disturbances. It is found that there are no easily recognizable biological patterns for an untrained eye, with few obvious biological indicators. The best approach for monitoring seashore health is therefore to keep records on each site over time. The project team consequently develops a monitoring techniqua that is suitable for the target groups. This entails two steps: 1) 30- minutes Biodiversity Survey, where students record species of inter-tidal life forms found within a set time; and 2) Population Count of Selected Species, where students record population numbers of few selected locally important life forms. The chosen species may fall under three categories, namely: economic species; locally rare species; and "special life forms to note". The latter are possible environmental indicator species that the project team notes from the field survey of 40 seashores that require further observations from more investigators. In addition, an investigation into historical changes of a given site from members of local community, along with mapping of the physical habitat and human uses through time, are also included for a more comprehensive "Seashore Watch" programme. To complement seashore monitoring for schools, the project team then develops a number of hands-on educational activities for the seashores that will help educators guide students through a whole learning process. With consultations from a network of environmental educators in Thailand, the project identifies a learning flow of four stages. Activities are designed to correspond to this flow to help students on their journey of discovery, starting with 1) catching learners' attention; 2) stimulating learners' interest; 3) development learners' curiosity further to sustain their interest in enquiry are monitoring; and 4) reflecting on lessons learned before taking a further step on seashore care. Draft handbooks are then produced for field test. These comprise of an activity handbook for educators and an identification guide to seashore life for both teachers and students. The latter includes a pictorial dichotomous key to common plants and animals of Thai seashores. Nine tests are run on secondary and primary school teachers and students before the final production of "Handbooks for Seashore Detectives". The handbooks are launched in July 2006, followed by a train-the-trainers workshop attended by formal and non-formal educators from various organizations, including school teachers, NGOs, and field education centres. This marks the completion of research and development phase of the Seashore Detective project funded by Thailand Research Fund (TRF). With an exception of output 5 (local seashore information centre) which could not be maintained due to changing circumstances after the tsunami, the overall objective of the project and other key outputs have been achieved successfully. However, information and resources on seashores are available for public access at the Green World Foundation in Bangkok.

บรรณานุกรม :
สรณรัชฎ์ กาญจนะวณิชย์ . (2550). โครงการนักสืบชายหาด.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
สรณรัชฎ์ กาญจนะวณิชย์ . 2550. "โครงการนักสืบชายหาด".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
สรณรัชฎ์ กาญจนะวณิชย์ . "โครงการนักสืบชายหาด."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2550. Print.
สรณรัชฎ์ กาญจนะวณิชย์ . โครงการนักสืบชายหาด. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2550.