ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาเปรียบเทียบความเหมาะสมของพื้นหลักฐานประเทศไทย : WGS84 กับอินเดียน 1975

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาเปรียบเทียบความเหมาะสมของพื้นหลักฐานประเทศไทย : WGS84 กับอินเดียน 1975
นักวิจัย : ศรายุทธ อยู่สำราญ
คำค้น : แผนที่ , การรังวัด , การสำรวจ , การทำแผนที่
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ชูเกียรติ วิเชียรเจริญ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะวิศวกรรมศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2543
อ้างอิง : 9741303211 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/9106
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2543

พื้นหลักฐานอินเดียน 1975 เป็นพื้นหลักฐานอ้างอิงในการคำนวณงานทางด้านยีออเดติกของประเทศไทยในปัจจุบัน ซึ่งการวางโครงข่ายเพื่อหาค่าพิกัดทางราบจะอาศัยวิธีงานข่ายสามเหลี่ยม ค่าพิกัดที่รังวัดมาได้จะถูกคำนวณลงบนรูปทรงรีเอเวอเรสต์ แต่เนื่องจากเทคโนโลยีทางด้านการสำรวจมีความเจริญก้าวหน้าไปเป็นอย่างมาก การหาค่าพิกัดทางราบจึงเปลี่ยนมาใช้เทคนิคการสำรวจด้วยระบบดาวเทียม โดยเฉพาะระบบดาวเทียม GPS (Global Positioning System) เป็นวิธีสำรวจที่ได้รับความนิยมสูงอยู่ในขณะนี้ การสำรวจด้วยระบบดาวเทียมนอกจากจะให้ความสะดวกรวดเร็วและมีความถูกต้องสูงในการหาค่าพิกัดแล้ว ยังทำให้โครงข่ายมีความยึดเหนี่ยวกันดีขึ้นและทำให้ความถูกต้องของหมุดทั่วโครงข่ายมีความถูกต้องอยู่ในเกณฑ์เดียวกันด้วย ค่าพิกัดที่ได้จากการรังวัดด้วยดาวเทียมระบบ GPS จะอ้างอิงอยู่บนพื้นหลักฐาน WGS84 (World Geodetic System 1984) และค่าพิกัดที่รังวัดมาได้จะถูกคำนวณลงบนรูปทรงรี WGS84 เช่นเดียวกัน เนื่องจากขนาด รูปร่างและทิศทางการวางตัวของรูปทรงรีที่ใช้ในการคำนวณเพื่อหาค่าพิกัดเปลี่ยนไปจึงทำให้ค่าพิกัดตำแหน่งที่ถูกคำนวณได้เปลี่ยนแปลงไปด้วย จากการศึกษาความเหมาะสมระหว่างพื้นหลักฐาน WGS84 และพื้นหลักฐานอินเดียน 1975 กับพื้นผิวยีออยของประเทศไทยพบว่าพื้นหลักฐาน WGS84 มีความเหมาะกับสภาพพื้นผิวยีออยของประเทศไทยมากกว่าพื้นหลักฐานอินเดียน 1975 ในการเปลี่ยนพื้นหลักฐานอ้างอิงจะทำให้ระบบพิกัดของหมุดหลักฐานเปลี่ยนแปลงไปด้วย ดังนั้นจึงจำเป็นจะต้องคำนวณเพื่อหาค่าพารามิเตอร์ในการแปลงค่าพิกัดระหว่างพื้นหลักฐานทั้งสองระบบ จากการวิจัยพบค่าพารามิเตอร์ที่เหมาะสมที่ใช้ในการแปลงค่าพิกัดจากพื้นหลักฐานอินเดียน 1975 เป็นค่าพิกัดบนพื้นหลักฐาน WGS84 สำหรับประเทศไทยคือค่าเลื่อน 3 ตัวแปร ได้แก่ ค่าเลื่อนทางแกน X(deltaX) 204.4 เมตร, ค่าเลื่อนทางแกน Y(deltaY) 837.7 เมตร และค่าเลื่อนทางแกน Z(deltaZ) 294.7 เมตร ผลจากการเปลี่ยนแปลงของค่าพิกัดนี้มีผลให้ค่าพิกัดบนระนาบแผนที่เปลี่ยนแปลงไปด้วย ค่าพิกัดที่เปล่ยนแปลงไปนั้นเกินเกณฑ์การแก้ไขความถูกต้องบนแผนที่ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้กรมแผนที่ทหารตัดสินใจที่จะผลิตแผนที่ชุดใหม่คือชุด L7018 ขึ้นใช้งานแทนแผนที่ชุดเก่าคือชุด L7017 และคาดว่าจะแล้วเสร็จต้นปี พ.ศ. 2546 ซึ่งการเปลี่ยนแปลงพื้นหลักฐานอ้างอิงการคำนวณงานทางด้านยีออเดติกของประเทศไทยในครั้งนี้จะส่งผลให้งานทางด้านการสำรวจและการผลิตแผนที่ของประเทศไทยก้าวไปสู่ระดับสากลในอนาคต

บรรณานุกรม :
ศรายุทธ อยู่สำราญ . (2543). การศึกษาเปรียบเทียบความเหมาะสมของพื้นหลักฐานประเทศไทย : WGS84 กับอินเดียน 1975.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ศรายุทธ อยู่สำราญ . 2543. "การศึกษาเปรียบเทียบความเหมาะสมของพื้นหลักฐานประเทศไทย : WGS84 กับอินเดียน 1975".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ศรายุทธ อยู่สำราญ . "การศึกษาเปรียบเทียบความเหมาะสมของพื้นหลักฐานประเทศไทย : WGS84 กับอินเดียน 1975."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2543. Print.
ศรายุทธ อยู่สำราญ . การศึกษาเปรียบเทียบความเหมาะสมของพื้นหลักฐานประเทศไทย : WGS84 กับอินเดียน 1975. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2543.