ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การนำน้ำทิ้งจากระบบบำบัดน้ำเสียชุมชนมาใช้เพื่อการเกษตรกรรม : ระยะที่2

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การนำน้ำทิ้งจากระบบบำบัดน้ำเสียชุมชนมาใช้เพื่อการเกษตรกรรม : ระยะที่2
นักวิจัย : เสนีย์ กาญจนวงศ์
คำค้น : effluent , heavy metal , parasite , rice , vegetable , wastewater , ข้าว , น้ำทิ้ง , น้ำเสีย , ผัก , พยาธิ , โลหะหนัก
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2550
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG4630001 , http://research.trf.or.th/node/2488
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ปัญหาการขาดแคลนน้ำในการเกษตรกรรมอาจบรรเทาได้โดยการนำน้ำทิ้งจากระบบบำบัดน้ำเสียชุมชนมาใช้ ผลการวิจัยโครงการ “การนำน้ำทิ้งจากระบบบำบัดน้ำเสียชุมชนมาใช้เพื่อการเกษตรกรรม” (พ.ศ. 2542- 2545) ได้ยืนยันว่าน้ำทิ้งจากระบบบำบัดขั้นที่สอง สามารถนำมาใช้ในการเพาะปลูกได้ การวิจัยระยะที่ 2 นี้เป็นการศึกษาต่อเนื่องโดยเน้นในน้ำที่มีระดับการปนเปื้อนสูงขึ้น การวิจัยประกอบด้วยการทดลองปลูกผักในแปลง 2 กลุ่ม คือ แปลงผัก 1 ปลูกกลางแจ้ง และแปลงผัก 2 มีหลังคาพลาสติกใสคลุมกันฝนและมีถาดสแตนเลส รองรับน้ำซึมใต้ดินเพื่อเก็บตัวอย่างไปศึกษา ระยะแรกของการวิจัย ช่วงเดือนมกราคม 2546 - มิถุนายน 2547 เทศบาลนครเชียงใหม่ซ่อมท่อดักน้ำเสีย ไม่มีน้ำเสียไหลลงบ่อสูบน้ำเสียจุดสุดท้าย โดยสม่ำเสมอ โครงการวิจัยฯ ได้ปลูกพืชโดยใช้น้ำ 3 ชนิด คือน้ำขังในบ่อสูบน้ำเสียและคลองแม่ข่าเรียกว่าน้ำสกปรก(CW) น้ำสกปรกที่ตกตะกอน(Sed.CW) และน้ำบาดาล (GWps)เป็นแปลงควบคุม การทดลองระยะที่สองใช้น้ำเสีย (RW) น้ำทิ้งจากระบบบำบัดขั้นต้น (PE) และน้ำ GWps เป็นแปลงควบคุม ทดลองปลูกพืชประกอบด้วย ผักคะน้า (7 ครั้ง) กะหล่ำดอก (6 ครั้ง) ผักกาดขาวปลี (4 ครั้ง) ผักกาดหัว (6 ครั้ง) ดอกแอสเตอร์ (2 ครั้ง) ในการปลูกได้ปรับลดปุ๋ยลงตามไนโตรเจนและฟอสฟอรัสที่มีในน้ำรด ผลการทดลองไม่พบอาการเป็นพิษของพืช ผลผลิตในภาพรวมไม่แตกต่างกันจากการใช้น้ำทั้ง 5 ชนิด แต่การปลูกพืชชนิดเดียวกันในต่างฤดูให้ผลผลิตที่แตกต่างกัน โดยเฉลี่ยระดับการปนเปื้อนในผลผลิต (พยาธิ แบคทีเรีย โลหะหนัก) และการปนเปื้อนในดิน (พยาธิ โลหะหนัก) ไม่แตกต่างกันมากนัก ผลผลิตที่ได้อยู่ในมาตรฐาน ปลอดภัยในการบริโภค ในการทดลองแปลงผัก 2 ใช้น้ำ RW, PE, GWps ปลูกเฉพาะผักคะน้า แปลงผัก 2/1 ศึกษาการใช้อัตราน้ำรดที่น้อยลง (ปลูก 4 ครั้ง) แปลงผัก 2/2 ศึกษาการใช้อัตราเติมปุ๋ยน้อยลง (ปลูก 5 ครั้ง) ผลการทดลองแปลง 2/1 พบว่าผักคะน้ายังมีผลผลิตที่ดี ที่อัตราการใช้น้ำ 200 ม3/(ไร่.เดือน) ซึ่งเป็น 50% ของอัตราน้ำรดปกติ น้ำซึมมีค่าบีโอดี และฟอสฟอรัสลดลง (กรณีน้ำรด RW, PE) และมีไนโตรเจนสูงขึ้นจากการชะล้างปุ๋ยที่เติมระหว่างปลูก ในแปลงผัก 2/2 ใช้น้ำอัตราปกติ แต่ลดการใช้ปุ๋ยลง พบว่าที่อัตราการเติมปุ๋ย 60% ยังมีการเจริญเติบโตตามปกติ น้ำซึมมีการลดของฟอสฟอรัส แต่มีไนโตรเจนและบีโอดีที่เพิ่มขึ้นในการปลูกครั้งหลัง ๆ (การปลูกปรับอัตราเติมปุ๋ยจากค่าน้อยไปมาก) การวิจัยปลูกข้าวมี 2 กลุ่มคือ นาข้าว 1 (6 ครั้ง) ใช้น้ำทิ้งจากระบบบ่อเติมอากาศ (AL) และน้ำบาดาล (GWsw)เป็นแปลงควบคุม การทดลองนาข้าว 1 นี้ทำต่อเนื่องจากโครงการระยะแรก ช่วงการปลูก 4 ครั้งแรกไม่มีน้ำเสียเข้าระบบบ่อเติมอากาศโดยสม่ำเสมอ จึงใช้น้ำขังในบ่อ Polishing Pond เป็นส่วนใหญ่ไม่ใช่น้ำ AL การปลูกข้าวในนาข้าว 2 (2 ครั้ง) ใช้น้ำ RW และ PE มี 2 พื้นที่ คือนาข้าว 2/1 และนาข้าว 2/2 การเพาะปลูกข้าวทั้งหมด ใช้อัตราน้ำรด เติมปุ๋ยและสารเคมีการเกษตรเหมือนกัน แตกต่างเพียงชนิดน้ำรด ผลการทดลองไม่พบอาการเป็นพิษต่อต้นข้าวจากการใช้น้ำรด 4 ชนิด ในนาข้าว 1 มีการเจริญเติบโตและผลผลิตของข้าวโดยเฉลี่ย ไม่แตกต่างกัน ในทางสถิติเป็นส่วนใหญ่ จากการใช้น้ำ AL และ GWsw เพาะปลูก ในนาข้าว 2 การเจริญเติบโตและผลผลิตของข้าวไม่ได้แตกต่างกันจากการใช้น้ำ RW, PE เพาะปลูก ระดับการปนเปื้อนในผลผลิตในข้าวขาวและข้าวกล้อง จากแปลงนาข้าว 1 และ นาข้าว 2 รวมทั้งในดิน ก็ไม่แตกต่างกัน ข้าวที่ได้จากการใช้น้ำ 4 ชนิดเพาะปลูกอยู่ในมาตรฐานปลอดภัยในการบริโภคผลการสำรวจทัศนคติเกษตรกรทั่วไปรอบนาข้าวและแปลงปลูกผัก ยอมรับการใช้น้ำทิ้งในการเกษตรเป็นส่วนใหญ่ (ร้อยละ 78.9 และ 95 ตามลำดับ) สำหรับการใช้น้ำเสียนั้น มากกว่าร้อยละ 50 ไม่ยอมรับ โดยห่วงในประเด็นการเจริญเติบโต การสะสมสารพิษ ฯลฯ เกษตรกรที่ร่วมในการทดลองและเจ้าหน้าที่โครงการฯ ที่ร่วมในการเพาะปลูกในระยะแรก ไม่มั่นใจด้านความปลอดภัยแต่หลังการทดลองก็ยอมรับมากขึ้น โครงการวิจัยได้เผยแพร่ข้อมูลการวิจัยผ่านบทความทางวิชาการ การจัดสัมมนาดูงาน เผยแพร่ผ่านสื่อต่าง ๆ และจัดทำคู่มือการใช้น้ำทิ้งจากระบบบำบัดน้ำเสียชุมชนในการเกษตรกรรมขึ้น เพื่อเผยแพร่สู่เทศบาล และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง แม้ว่าการใช้น้ำทิ้งจะมีผลการทดลองระยะยาวยืนยันความปลอดภัย แต่ยังไม่มีส่วนราชการใดที่แสดงความรับผิดชอบในการดำเนินงานโครงการโดยตรง

บรรณานุกรม :
เสนีย์ กาญจนวงศ์ . (2550). การนำน้ำทิ้งจากระบบบำบัดน้ำเสียชุมชนมาใช้เพื่อการเกษตรกรรม : ระยะที่2.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
เสนีย์ กาญจนวงศ์ . 2550. "การนำน้ำทิ้งจากระบบบำบัดน้ำเสียชุมชนมาใช้เพื่อการเกษตรกรรม : ระยะที่2".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
เสนีย์ กาญจนวงศ์ . "การนำน้ำทิ้งจากระบบบำบัดน้ำเสียชุมชนมาใช้เพื่อการเกษตรกรรม : ระยะที่2."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2550. Print.
เสนีย์ กาญจนวงศ์ . การนำน้ำทิ้งจากระบบบำบัดน้ำเสียชุมชนมาใช้เพื่อการเกษตรกรรม : ระยะที่2. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2550.