ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาทัศนะของครูศิลปะ และผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการจัดการเรียนร่วมสำหรับเด็กพิเศษในวิชาศิลปศึกษา

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาทัศนะของครูศิลปะ และผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการจัดการเรียนร่วมสำหรับเด็กพิเศษในวิชาศิลปศึกษา
นักวิจัย : สารินี เกษมสันต์ ณ อยุธยา
คำค้น : ครูศิลปศึกษา , การเรียนร่วมของเด็กพิเศษ , ศิลปะ -- การศึกษาและการสอน
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : สุลักษณ์ ศรีบุรี , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะครุศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2548
อ้างอิง : 9745327808 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/8899
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2548

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาทัศนะของครูศิลปะ และผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการจัดการเรียนร่วมสำหรับเด็กพิเศษในวิชาศิลปศึกษาในด้าน 1. ครูผู้สอน 2. ผู้เรียน 3. เนื้อหาหลักสูตร 4. วิธีการสอน 5. สภาพทางกายภาพและสิ่งแวดล้อม กลุ่มตัวอย่างประชากรครูศิลปะในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานคร 69 คน และกลุ่มผู้เชี่ยวชาญทางการศึกษาพิเศษ ทางศิลปศึกษา และทางศิลปศึกษาสำหรับเด็กพิเศษ จำนวน 15 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถาม และแบบสัมภาษณ์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยหาคาเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน หาค่าร้อยละ และการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยได้พบว่า ครูส่วนใหญ่มีความคิดเห็นอยู่ในระดับเห็นด้วยมากในทุกๆด้านดังนี้คือ 1. ด้านครู ผู้สอนครูศิลปะควรได้รับสวัสดิการและความสะดวกต่างๆ 2 . ด้านผู้เรียน ควรจัดมุมประสบการณ์ศิลปะเพิ่มสำหรับเด็กพิเศษ, 3. ด้านเนื้อหาหลักสูตร ควรเรียงเนื้อหาในวิชาศิลปะจากเรื่องใกล้ตัวไปสู่เรื่องไกลตัว เรื่องง่ายไปสู่ เรื่องยาก, 4. ด้านวิธีการสอนวิธีการสอนควรเก็บข้อมูลศึกษาเฉพาะกรณีในกลุ่มเด็กพิเศษ สื่อการเรียนการสอนควรใช้สื่อการเรียนการสอนที่มีความหลากหลาย การวัดและประเมินผล ควรมีการวัด และประเมินผลพัฒนาการของเด็กอย่างต่อเนื่อง, 5. ด้านสภาพทางกายภาพและสิ่งแวดล้อม ควรจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ทำความสะอาดไว้ในห้องเรียนศิลปะ ผู้เชี่ยวชาญมีความคิดเห็นดังนี้คือ 1. ด้านครูผู้สอน ครูผู้สอนศิลปศึกษาสำหรับเด็กพิเศษในชั้นเรียนร่วม ควรมีวุฒิทางศิลปศึกษา หรือวุฒิทางการศึกษาพิเศษ, 2. ด้านผู้เรียน การจัดการเรียนการสอนในวิชาศิลปศึกษาควรให้เด็กพิเศษมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอนของกิจกรรมศิลปะ, 3. ด้านเนื้อหาหลักสูตรรายวิชาศิลปะ ควรมีความสนใจ ทันเหตุการณ์ปัจจุบัน จากง่ายไปยากในด้านทักษะ, 4. ด้านวิธีการสอน ควรเก็บข้อมูลศึกษาเฉพาะกรณีในกลุ่มเด็กพิเศษ ควรใช้สื่อการเรียนการสอนที่มีความหลากหลายในวิชาศิลปะ การวัดและประเมินผลเพียงรูปแบบเดียว ไม่สามารถจะยืนยันความสามารถของเด็กได้, 5. ด้านสภาพทางกายภาพและสิ่งแวดล้อมห้องเรียนศิลปะควรจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกเสริมเพิ่มเติม ข้อเสนอแนะมีประเด็นสำคัญดังนี้ 1 ผู้สอนและบุคลากรที่เกี่ยวข้องในการจัดการเรียนร่วมในวิชาศิลปศึกษาควรค้นคว้าหาความรู้ใหม่ๆเพื่อนำความรู้มาประยุกต์ใช้ 2 ผู้เรียนควรมีการเตรียมความพร้อมในการเรียนร่วมควรปรับความพร้อมในทุกด้าน 3. หลักสูตรควรมีการจัดทำหลักสูตรสำหรับเด็กพิเศษที่เรียนร่วม 4 วิธีการสอนควรจัดการเรียนการสอนร่วมโดยใช้สื่อที่สามารถใช้ได้ร่วมกันในเด็กปกติ และเด็กพิเศษ แต่ไม่ควรใช้เกณฑ์ในการวัดผลแบบเดียวกัน 5.สภาพทางกายภาพ และสิ่งแวดล้อม ควรจัดห้องบำบัดพิเศษเพิ่ม เพราะจะสามารถพัฒนาความรู้ และทักษะความสามารถของเด็กพิเศษ และยังเป็นศูนย์รวมข้อมูลของเด็กพิเศษ

บรรณานุกรม :
สารินี เกษมสันต์ ณ อยุธยา . (2548). การศึกษาทัศนะของครูศิลปะ และผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการจัดการเรียนร่วมสำหรับเด็กพิเศษในวิชาศิลปศึกษา.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สารินี เกษมสันต์ ณ อยุธยา . 2548. "การศึกษาทัศนะของครูศิลปะ และผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการจัดการเรียนร่วมสำหรับเด็กพิเศษในวิชาศิลปศึกษา".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สารินี เกษมสันต์ ณ อยุธยา . "การศึกษาทัศนะของครูศิลปะ และผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการจัดการเรียนร่วมสำหรับเด็กพิเศษในวิชาศิลปศึกษา."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2548. Print.
สารินี เกษมสันต์ ณ อยุธยา . การศึกษาทัศนะของครูศิลปะ และผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการจัดการเรียนร่วมสำหรับเด็กพิเศษในวิชาศิลปศึกษา. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2548.