ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การประเมินประสิทธิภาพของผนังภายในอาคารปรับอากาศในเขตภูมิอากาศร้อนชื้น

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การประเมินประสิทธิภาพของผนังภายในอาคารปรับอากาศในเขตภูมิอากาศร้อนชื้น
นักวิจัย : ษารัตน์ ศรีวงศ์
คำค้น : ผนัง -- ความชื้น , สถาปัตยกรรม -- รายละเอียด , อาคาร -- สภาพเขตร้อน
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : วรสัณฑ์ บูรณากาญจน์ , สุนทร บุญญาธิการ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2549
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/8890
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (สถ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2549

การวิจัยนี้เป็นการทดลองในสภาพใช้งานจริงเพื่อศึกษาพฤติกรรมการสะสม การคายความร้อนและความชื้นจาก อิทธิพลอุณหภูมิอากาศ ของผนังภายในอาคารที่มีการปรับอากาศ จำนวน 3 ประเภท ทั้งทาสีขาวและไม่ทาสี แบ่งเป็น มวลสารมาก (น้ำหนัก >180 kg/m2) ผนังคอนกรีตหนา 4 นิ้ว มวลสารปานกลาง (น้ำหนัก 36-180 kg/m2) ผนังอิฐมอญและผนังอิฐมวลเบาหนา 4 นิ้ว มวลสารน้อย (น้ำหนัก< 36 kg/m2) ผนังยิปซั่มบอร์ดโครงคร่าวเหล็กชุบ สังกะสี หนา 4 นิ้ว ผลการศึกษากรณีเปิดระบบปรับอากาศช่วงเวลากลางวัน และปิดระบบปรับอากาศช่วงเวลา กลางคืน พบว่าภาระการทำความเย็นของมวลสารมาก 283.21 Btu/m2 มวลสารปานกลาง 155.82 – 255.17 Btu/m2 และมวลสารน้อย 83.78 Btu/m2 โดยที่มวลสารมากและมวลสารปานกลางใช้ระยะเวลาลดความร้อนมากกว่า 10 ชั่วโมง มวลสารน้อยใช้ระยะเวลาลดความร้อน 1 ชั่วโมง และภาระการทำความเย็นจากการสะสมความชื้นโดย เฉลี่ยทุกมวลสาร 67.85 – 120.02 Btu/m2 และใช้ระยะเวลาลดความชื้นทุกมวลสารมากกว่า 10 ชั่วโมง กรณีเปิด ระบบปรับอากาศช่วงเวลากลางคืนและปิดระบบปรับอากาศช่วงเวลากลางวัน พบว่า ภาระการทำความเย็นของ m 520 มวลสารมาก 826.55 Btu/m2 มวลสารปานกลาง 225.49-614.93 Btu/m2 และมวลสารน้อย 44.38 Btu/m2 โดยที่มวล สารมากและมวลสารปานกลางใช้ระยะเวลาลดความร้อนมากกว่า 10 ชั่วโมง มวลสารน้อยใช้ระยะเวลาลด ความร้อน 2 ชั่วโมง และภาระการทำความเย็นจากการสะสมความชื้นโดยเฉลี่ยทุกมวลสาร 46.45 – 67.82 Btu/m2 โดยที่มวลสารมากและมวลสารปานกลางใช้ระยะเวลาลดความชื้น 3-4 ชั่วโมง มวลสารน้อยใช้ระยะเวลาลด ความชื้น 1 ชั่วโมง กรณีเปิดระบบปรับอากาศตลอด 24 ชั่วโมง พบว่า ภาระการทำความเย็นของมวลสารมาก 829.29 Btu/m2 มวลสารปานกลาง 242.18 – 575.79 Btu/m2 และมวลสารน้อย 37.63 Btu/m2 โดยที่มวลสารมากใช้ระยะเวลา ลดความร้อน 16 ชั่วโมง มวลสารปานกลางใช้ระยะเวลาลดความร้อน 14 - 16 ชั่วโมง มวลสารน้อยใช้ระยะเวลาลด ความร้อน 2 ชั่วโมง และภาระการทำความเย็นจากการสะสมความชื้นโดยเฉลี่ยทุกมวลสาร 108.16 Btu/m2 โดยที่ มวลสารมากและมวลสารปานกลางใช้ระยะเวลาลดความชื้น 12 - 24 ชั่วโมง มวลสารน้อยใช้ระยะเวลาลดความชื้น 2 ชั่วโมง ผลการวิจัยสรุปว่า กรณีที่มีการเปิดระบบปรับอากาศเฉพาะช่วงเวลากลางวันหรือช่วงเวลากลางคืนใน ช่วงแรกของการปรับอากาศจะเป็นช่วงที่ใช้พลังงานสูงที่สุด ในการลดความร้อนและความชื้นสะสมของผนังภายใน อาคาร โดยเฉพาะผนังมวลสารมาก การทาสีจะช่วยลดการสะสมความชื้นได้ร้อยละ 5.58 – 64.4 % และลดการ สะสมความร้อนได้ร้อยละ 1.5 – 4.8 % ดังนั้นผนังภายในอาคารที่มีความเหมาะสมกับอาคาร ปรับอากาศมากที่สุด คือ มวลสารน้อย

บรรณานุกรม :
ษารัตน์ ศรีวงศ์ . (2549). การประเมินประสิทธิภาพของผนังภายในอาคารปรับอากาศในเขตภูมิอากาศร้อนชื้น.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ษารัตน์ ศรีวงศ์ . 2549. "การประเมินประสิทธิภาพของผนังภายในอาคารปรับอากาศในเขตภูมิอากาศร้อนชื้น".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ษารัตน์ ศรีวงศ์ . "การประเมินประสิทธิภาพของผนังภายในอาคารปรับอากาศในเขตภูมิอากาศร้อนชื้น."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2549. Print.
ษารัตน์ ศรีวงศ์ . การประเมินประสิทธิภาพของผนังภายในอาคารปรับอากาศในเขตภูมิอากาศร้อนชื้น. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2549.