ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การเก็บโอโอไซต์ด้วยการเจาะผ่านช่องคลอด โอพียูในแม่กระบือปลักที่มีวงจรการเป็นสัดปกติและในแม่กระบือเลี้ยงลูก

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การเก็บโอโอไซต์ด้วยการเจาะผ่านช่องคลอด โอพียูในแม่กระบือปลักที่มีวงจรการเป็นสัดปกติและในแม่กระบือเลี้ยงลูก
นักวิจัย : มงคล เตชะกำพุ , เอกชาติ พรหมดิเรก , วันเพ็ญ ศรีอนันต์ , จินดา สิงห์ลอ
คำค้น : กระบือปลัก , โอโอไซต์ , การผสมเชื้อ
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะสัตวแพทยศาสตร์ , มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. คณะเทคนิคการสัตวแพทย์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะสัตวแพทยศาสตร์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะสัตวแพทยศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2547
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/8568
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วัตถุประสงค์ของการศึกษาวิจัยนี้เพื่อศึกษาการเก็บโอโอไซต์ด้วยวิธีเข็มดูดเจาะต่อกับเครื่องมือคลื่นความถี่สูงในกระบือปลักไทยในกระบือที่ไม่ตั้งท้องและกระบือหลังคลอด โดยศึกษาจำนวนโอโอไซต์และชนิดของโอโอไซต์ที่เก็บได้ และผลกระทบของการเจาะรังไข่ด้วยวิธี OPU ต่อการทำงานของระบบสืบพันธุ์ ทำการศึกษาในกระบือไม่ตั้งท้อง จำนวน 5 ตัว และกระบือหลังคลอดประมาณ 3 เดือนจำนวน 6 ตัว แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มที่กระตุ้นด้วยฟอลลิเคิล สติมูเลติงฮอร์โมน ขนาด 400 มก. และกลุ่มที่ไม่ได้กระตุ้น ผลการศึกษาพบว่าการกระตุ้นด้วยฮอร์โมนทำให้ได้จำนวนโอโอไซต์ที่มากกว่ากระบือทั้งสองชนิดเมื่อเปรียบเทียบกับกระบือที่ไม่ได้ทำการกระตุ้น โดยได้ค่าเท่ากับ 3.7+-2.7(n=112) เทียบกับ 1.4+-1.3 (n=35) โอโอไซต์ต่อตัว (P<0.05) ในกลุ่มกระบือที่ไม่อุ้มท้อง และเท่ากับ 5.9+-3.5 (n=196) เทียบกับ 0.7+-0.8 (n=24) โอโอไซต์ต่อตัว (P<0.05) ในกลุ่มกระบือหลังคลอด โดยอัตราการเก็บโอโอไซต์ในกระบือทั้งสองกลุ่มเท่ากับ 50-60% โอโอไซต์ที่ได้มีลักษณะที่มีเซลล์คิวมูลัสหุ้มรอบประมาณ 60-70% และจากการศึกษาผลการะทบหลังเจาะโดยติดตามการเจริญของฟอลลิเคิลทุกสัปดาห์ในกระบือ 4 ตัวพบว่าทุกสัปดาห์จะมีฟอลลิเคิลจำนวนหนึ่งที่เจริญขึ้นมาเท่ากับ 2.4+-1.3 (n=75) ฟอลลิเคิลต่อตัวและสามารถเจาะเอาโอโอไซต์ได้ทุกสัปดาห์ เท่ากับ 1.2+-1.3 (n=37) โอโอไซต์ต่อตัว และจากการติดตามการทำงานของรังไข่โดยการตรวจจากการเจริญของฟอลลิเคิลด้วยเครื่องอัลตราซาวน์หลังสิ้นสุดการเจาะโอโอไซต์พบว่ากระบือ 3 ใน 4 ตัว มีการแสดงการพัฒนาเป็นคลื่นมีการเกิดฟอลลิเคิลชนิดโดมิแนนท์ประมาณ 15-16 วัน แสดงให้เห็นว่ารังไข่ยังคงมีการทำงานได้ตามปกติ จากการศึกษานี้แสดงให้เห็นว่าสามารถเจาะเก็บโอโอไซต์จากรังไข่ของแม่กระบือที่ไม่อุ้มท้องและหลังคลอด ทั้งกระตุ้นและไม่กระตุ้นด้วยฮอร์โมนโกนาโดโทรปิน รวมทั้งรังไข่มีฟอลลิเคิลที่เจริญปกติหลังเลิกเจาะ

บรรณานุกรม :
มงคล เตชะกำพุ , เอกชาติ พรหมดิเรก , วันเพ็ญ ศรีอนันต์ , จินดา สิงห์ลอ . (2547). การเก็บโอโอไซต์ด้วยการเจาะผ่านช่องคลอด โอพียูในแม่กระบือปลักที่มีวงจรการเป็นสัดปกติและในแม่กระบือเลี้ยงลูก.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
มงคล เตชะกำพุ , เอกชาติ พรหมดิเรก , วันเพ็ญ ศรีอนันต์ , จินดา สิงห์ลอ . 2547. "การเก็บโอโอไซต์ด้วยการเจาะผ่านช่องคลอด โอพียูในแม่กระบือปลักที่มีวงจรการเป็นสัดปกติและในแม่กระบือเลี้ยงลูก".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
มงคล เตชะกำพุ , เอกชาติ พรหมดิเรก , วันเพ็ญ ศรีอนันต์ , จินดา สิงห์ลอ . "การเก็บโอโอไซต์ด้วยการเจาะผ่านช่องคลอด โอพียูในแม่กระบือปลักที่มีวงจรการเป็นสัดปกติและในแม่กระบือเลี้ยงลูก."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2547. Print.
มงคล เตชะกำพุ , เอกชาติ พรหมดิเรก , วันเพ็ญ ศรีอนันต์ , จินดา สิงห์ลอ . การเก็บโอโอไซต์ด้วยการเจาะผ่านช่องคลอด โอพียูในแม่กระบือปลักที่มีวงจรการเป็นสัดปกติและในแม่กระบือเลี้ยงลูก. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2547.