ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาแนวทางการจัดการเรียนการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะด้านทัศนศิลป์ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 โดยการใช้ภูมิปัญญาไทย

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาแนวทางการจัดการเรียนการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะด้านทัศนศิลป์ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 โดยการใช้ภูมิปัญญาไทย
นักวิจัย : เบญจพร เกียรติกำจรวงศ์
คำค้น : ศิลปะ -- การศึกษาและการสอน -- ไทย , การศึกษาขั้นประถม -- ไทย , ภูมิปัญญาชาวบ้าน -- ไทย
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : สุลักษณ์ ศรีบุรี , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะครุศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2548
อ้างอิง : 9745326917 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/7860
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2548

การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาแนวทางการจัดการเรียนการสอนของครูศิลปศึกษากลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะด้านทัศนศิลป์ ระดับชั้นประถมปีที่ 4-6 โดยการใช้ภูมิปัญญาไทย กลุ่มตัวอย่างประชากรประกอบด้วย ครูศิลปศึกษาจำนวน 346 คน และผู้เชี่ยวชาญทาง ด้านภูมิปัญญาไทยจำนวน 10 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วยแบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1. ครูศิลปศึกษาส่วนใหญ่มีความคิดเห็นในระดับเห็นด้วยมาก ในองค์ประกอบพื้นฐานของการจัดการเรียนการสอน คือ ด้านครู ด้านนักเรียน และด้านหลักสูตร ในองค์ประกอบหลัก 4 ด้าน คือ ด้านกำหนด จุดประสงค์การเรียน การสอน ด้านการกำหนดเนื้อหาสาระ ด้านการดำเนินการ (การเตรียมการสอน เทคนิควิธีสอน การจัดกิจกรรมการเรียน การสอน อุปกรณ์และสื่อการเรียนการสอน) ด้านการวัดและประเมินผล 2. ผู้เชี่ยวชาญทางด้านภูมิปัญญาไทยเห็นด้วยมากในการนำภูมิปัญญา ไทยด้านศิลปะเข้าไปจัดการเรียนการสอนในโรงเรียน ครูศิลปศึกษาควรเป็นผู้วิเคราะห์หลักสูตรตั้งจุดประสงค์การเรียนรู้และวางแผน การสอน โดยปราชญ์ท้องถิ่นเป็นผู้ให้คำแนะนำ จัดทำหลักสูตรภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง และเชิญปราชญ์ท้องถิ่นมาสอนโดยตรงใน วิชาที่ปราชญ์ท้องถิ่นมีความชำนาญ และควรจัดอบรมครูศิลปศึกษาให้มีความรู้เกี่ยวกับภูมิปัญญาท้องถิ่น เนื้อหาความรู้ต้องอ้างอิงจากแหล่ง การเรียนรู้ต่างๆ และโรงเรียนควรช่วยเหลือสนับสนุน ในด้านวัสดุอุปกรณ์เครื่องมือ ด้านการเชิญปราชญ์ท้องถิ่นเป็นวิทยากร ด้านงบประมาณ ด้านสื่อการเรียนการสอน ด้านการวางแผนจัดทำหลักสูตรร่วมกับชุมชน ด้านสถานที่ ห้องปฏิบัติงานที่เหมาะสม ด้านเอกสารประกอบการ เรียนการสอน ด้านยานพาหนะที่จะนำนักเรียนไปสู่แหล่งการเรียนรู้ และด้านการสร้างแหล่งการเรียนรู้ภายในโรงเรียน 3. ครูศิลปศึกษาและ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านภูมิปัญญาไทยได้ให้ข้อเสนอแนะว่า ภูมิปัญญาไทยด้านศิลปะควรได้รับการอนุรักษ์และสืบทอด ควรมีการนำเข้าสู่กระบวน การจัดการศึกษาทุกระดับชั้น โดยให้มีการเรียนการสอนทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ และเน้นการสอนให้รู้เข้าใจในคุณค่าของภูมิปัญญาไทย ด้านศิลปะ เพื่อให้ผู้เรียนได้ความรู้ ตะหนักเห็นคุณค่าและเกิดความภาคภูมิใจ ชื่นชม และร่วมอนุรักษ์งานศิลปะในท้องถิ่นที่ เป็นเอกลักษณ์ ของไทยสืบทอดต่อไป หน่วยงานต่างๆ ในท้องถิ่นทั้งภาครัฐและเอกชน สถาบันการศึกษา และองค์กรชุมชนในท้องถิ่น ควรประสานการเรียนรู้ร่วมกันเป็นเครือข่ายในชุมชน ส่งเสริมการศึกษากับภูมิปัญญาไทย และเสริมสร้างกระบวนการเรียนรู้ของชุมชน ซึ่งเป็นการให้ความสำคัญต่อคุณค่าของภูมิปัญญาไทย เพื่อให้นักเรียนมีความรัก ความภาคภูมิใจ และเข้าใจในบทบาทของตนที่มีต่อชุมชน อันเป็นการสร้างองค์กรชุมชนให้เข้มแข็งต่อไป

บรรณานุกรม :
เบญจพร เกียรติกำจรวงศ์ . (2548). การศึกษาแนวทางการจัดการเรียนการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะด้านทัศนศิลป์ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 โดยการใช้ภูมิปัญญาไทย.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
เบญจพร เกียรติกำจรวงศ์ . 2548. "การศึกษาแนวทางการจัดการเรียนการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะด้านทัศนศิลป์ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 โดยการใช้ภูมิปัญญาไทย".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
เบญจพร เกียรติกำจรวงศ์ . "การศึกษาแนวทางการจัดการเรียนการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะด้านทัศนศิลป์ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 โดยการใช้ภูมิปัญญาไทย."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2548. Print.
เบญจพร เกียรติกำจรวงศ์ . การศึกษาแนวทางการจัดการเรียนการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะด้านทัศนศิลป์ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 โดยการใช้ภูมิปัญญาไทย. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2548.