ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การพัฒนาการสอบทางคลินิกเชิงโครงสร้างแบบปรนัย ในการวัดทักษะทางคลินิกสำหรับนักศึกษาพยาบาล

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การพัฒนาการสอบทางคลินิกเชิงโครงสร้างแบบปรนัย ในการวัดทักษะทางคลินิกสำหรับนักศึกษาพยาบาล
นักวิจัย : รุ่งนภา นาคะภากร
คำค้น : นักศึกษาพยาบาล , การพยาบาล -- แบบทดสอบ , การพยาบาล -- การศึกษาและการสอน , ทักษะทางคลินิก
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : พวงแก้ว ปุณยกนก , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
ปีพิมพ์ : 2540
อ้างอิง : 9746387154 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/7840
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2540

สร้างและพัฒนาวิธีการประเมินผลภาคปฏิบัติ เพื่อวัดทักษะทางคลินิกของนักศึกษาพยาบาลที่มีคุณภาพและเชื่อถือได้ โดยใช้การสอบทางคลินิกเชิงโครงสร้างแบบปรนัย จัดเป็นสถานีสอบทั้งสิ้น 10 สถานี เป็นสถานีปฏิบัติการ 9 สถานี สถานีละ 5 นาที โดยนักศึกษาจะต้องลงมือปฏิบัติจริงในสถานการณ์ที่กำหนด และสถานีคำถาม 1 สถานี ใช้เวลา 10 นาที การบริหารการสอบ จะจัดสอบเป็น 2 ส่วน โดยส่วนแรกจะสอบสถานีปฏิบัติการ 6 สถานีในห้องผ่าตัด ที่เหลืออีก 4 สถานี สอบที่วิทยาลัยพยาบาล นักศึกษาจะวนเข้าสอบทีละคนจนครบทุกสถานี กลุ่มตัวอย่างที่ใช้เป็นนักศึกษาพยาบาลหลักสูตรประกาศนียบัตรพยาบาลศาสตร์ ชั้นปีที่ 4 ของวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีลำปาง จำนวน 42 คน โดยนักศึกษาทุกคนผ่านการฝึกปฏิบัติการพยาบาลผู้ป่วยในห้องผ่าตัดมาแล้ว ข้อมูลที่ได้นำมาวิเคราะห์หาความเที่ยงและความตรงได้ผลดังนี้ 1. สถานีสอบทุกสถานีมีค่าความตรงเชิงเนื้อหา โดยการพิจารณาค่าการตัดสินจากผู้เชี่ยวชาญ 2. สถานีสอบทั้งหมดมีค่าความตรงตามสภาพ โดยพิจารณาจากคะแนนรวมทุกสถานีกับคะแนนผลตัดสินของอาจารย์นิเทศก์ 3 ท่าน พบว่ามีค่าอยู่ในระดับปานกลาง คือ 0.40 ที่ระดับนัยสำคัญ .05 3. สถานีสอบทุกสถานีมีค่าความเที่ยงระหว่างผู้ประเมิน 2 คน โดยการหาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน จากคะแนนที่ได้จากการสังเกตของผู้ประเมินคนที่ 1 และผู้ประเมินคนที่ 2 ได้ค่าความสัมพันธ์อยู่ระหว่าง 0.61 ถึง 0.93 อย่างมีนัยสำคัญที่ .001 4. สถานีสอบทุกสถานีมีค่าความเที่ยงจากการสอบซ้ำ จากการหาค่าคะแนนเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน จากคะแนนที่ได้ในการสอบครั้งที่ 1 และคะแนนที่ได้ในการสอบครั้งที่ 2 พบว่า ใกล้เคียงกันทุกสถานี 5. การสอบทางคลินิกเชิงโครงสร้างแบบปรนัย มีค่าความสอดคล้องภายในสถานี จากการหาค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค ได้ค่าสัมประสิทธิ์ความเที่ยง .36 6. สถานีสอบแต่ละสถานีมีค่าความสอดคล้องภายใน จากการหาค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค มีค่าอยู่ระหว่าง .18 ถึง .93 7. สถานีสอบทั้งหมดไม่มีค่าความสัมพันธ์ระหว่างสถานี อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ .05 ยกเว้น สถานีปฏิบัติการเรื่องการตรวจร่างกาย กับสถานีปฏิบัติการเรื่องเทคนิคปราศจากเชื้อ มีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ .54 ที่ระดับนัยสำคัญ .05 8. สถานีสอบทั้งหมดมีค่าอำนาจจำแนก จากการหาค่าความสัมพันธ์ระหว่างคะแนนรวมของทุกสถานี กับคะแนนแต่ละสถานีของผู้ตอบทั้งหมด ได้ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์อยู่ระหว่าง 0.30 ถึง 0.69 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ยกเว้น สถานีปฏิบัติการเรื่องการซักประวัติ และ สถานีปฏิบัติการเรื่องการจัดท่าเพื่อผ่าตัด ไม่มีค่าอำนาจจำแนก อย่างมีนัยสำคีญทางสถิติที่ระดับ .05

บรรณานุกรม :
รุ่งนภา นาคะภากร . (2540). การพัฒนาการสอบทางคลินิกเชิงโครงสร้างแบบปรนัย ในการวัดทักษะทางคลินิกสำหรับนักศึกษาพยาบาล.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
รุ่งนภา นาคะภากร . 2540. "การพัฒนาการสอบทางคลินิกเชิงโครงสร้างแบบปรนัย ในการวัดทักษะทางคลินิกสำหรับนักศึกษาพยาบาล".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
รุ่งนภา นาคะภากร . "การพัฒนาการสอบทางคลินิกเชิงโครงสร้างแบบปรนัย ในการวัดทักษะทางคลินิกสำหรับนักศึกษาพยาบาล."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2540. Print.
รุ่งนภา นาคะภากร . การพัฒนาการสอบทางคลินิกเชิงโครงสร้างแบบปรนัย ในการวัดทักษะทางคลินิกสำหรับนักศึกษาพยาบาล. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2540.