ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การประยุกต์ใช้การวิเคราะห์การถดถอยโลจิสติก และการวิเคราะห์อิทธิพลในการศึกษา ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความคาดหวังในการศึกษาต่อ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษา ในเขตการศึกษา 11

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การประยุกต์ใช้การวิเคราะห์การถดถอยโลจิสติก และการวิเคราะห์อิทธิพลในการศึกษา ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความคาดหวังในการศึกษาต่อ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษา ในเขตการศึกษา 11
นักวิจัย : ภิญโญ วรรณสุข
คำค้น : ผู้สำเร็จการศึกษาขั้นประถม -- ไทย , การศึกษาต่อเนื่อง -- ไทย , การวิเคราะห์การถดถอยโลจิสติก , การวิเคราะห์อิทธิพล
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : นงลักษณ์ วิรัชชัย , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
ปีพิมพ์ : 2540
อ้างอิง : 9746388177 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/7741
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์(ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2540

การวิจัยนี้มีจุดมุ่งหมาย เพื่อประยุกต์ใช้การวิเคราะห์การถดถอยโลจิสติก และการวิเคราะห์อิทธิพลร่วมกันในการสร้างและตรวจสอบความตรงของโมเดลความคาดหวังในการศึกษาต่อของนักเรียนชั้นประถมศึกษา เพื่อเปรียบเทียบความเหมาะสมของการวิเคราะห์อิทธิพลระหว่างการใช้ค่าลอการิทึมของอัตราส่วนแต้มต่อกับค่าที่ได้จากการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณเป็นตัวแปรผลในโมเดล และศึกษาว่าตัวแปรที่เป็นสาเหตุในโมเดลแต่ละตัว พยากรณ์ความน่าจะเป็นของความคาดหวังในการศึกษาต่อ ในรูปอัตราส่วนแต้มต่อได้มากน้อยต่างกันอย่างไร กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษาคือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2540 จำนวน 500 คน สุ่มเลือกมาจากประชากรในเขตการศึกษา 11 เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรม SPSS/PC+ โปรแกรม PRELIS 2.10 และโปรแกรม LISREL 8.10 ผลการวิจัยสรุปได้ว่า โมเดลความคาดหวังในการศึกษาต่อที่พัฒนาขึ้นสามารถอธิบายความแปรปรวนในตัวแปรความคาดหวังในการศึกษาต่อของนักเรียนได้ร้อยละ 90.9 มีความตรงและกลมกลืนกับข้อมูลเชิงประจักษ์อย่างสมบูรณ์ด้วยค่าไค-สแควร์ เท่ากับ 2.139 ความน่าจะเป็นเท่ากับ 0.343 ที่องศาอิสระ 2 ค่าดัชนีวัดความกลมกลืนเท่ากับ 0.999 ตัวแปรความมุ่งหวังของผู้ปกครองที่จะให้บุตรได้รับการศึกษาขั้นสูง ระดับการศึกษาของผู้ปกครอง รายได้ของผู้ปกครอง และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน มีอิทธิพลทางตรงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติต่อตัวแปรความคาดหวังในการศึกษาต่อของนักเรียน และตัวแปรพยากรณ์ทุกตัวมีอิทธิพลทางอ้อมและผลรวมอิทธิพลอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ การวิเคราะห์อิทธิพลโดยใช้ค่าลอการิทึมของอัตราส่วนแต้มต่อมีความเหมาะสมมากกว่าการใช้ค่าที่ได้จากการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ ตัวแปรที่สามารถพยากรณ์อัตราส่วนแต้มต่อของความคาดหวังในการศึกษาต่อของนักเรียน เรียงลำดับความสำคัญจากมากไปหาน้อย ได้แก่ ตัวแปรผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน รายได้ของผู้ปกครองมากกว่า 60,000 บาท ผู้ปกครองอาชีพเกษตรกรรม ความมุ่งหวังของผู้ปกครองที่จะให้บุตรได้รับการศึกษาขั้นสูง และระดับการศึกษาของผู้ปกครอง ตามลำดับ

บรรณานุกรม :
ภิญโญ วรรณสุข . (2540). การประยุกต์ใช้การวิเคราะห์การถดถอยโลจิสติก และการวิเคราะห์อิทธิพลในการศึกษา ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความคาดหวังในการศึกษาต่อ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษา ในเขตการศึกษา 11.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ภิญโญ วรรณสุข . 2540. "การประยุกต์ใช้การวิเคราะห์การถดถอยโลจิสติก และการวิเคราะห์อิทธิพลในการศึกษา ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความคาดหวังในการศึกษาต่อ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษา ในเขตการศึกษา 11".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ภิญโญ วรรณสุข . "การประยุกต์ใช้การวิเคราะห์การถดถอยโลจิสติก และการวิเคราะห์อิทธิพลในการศึกษา ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความคาดหวังในการศึกษาต่อ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษา ในเขตการศึกษา 11."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2540. Print.
ภิญโญ วรรณสุข . การประยุกต์ใช้การวิเคราะห์การถดถอยโลจิสติก และการวิเคราะห์อิทธิพลในการศึกษา ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความคาดหวังในการศึกษาต่อ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษา ในเขตการศึกษา 11. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2540.