ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การพัฒนารูปแบบการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดและดำเนินงาน ของวิทยาลัยพลศึกษา

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การพัฒนารูปแบบการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดและดำเนินงาน ของวิทยาลัยพลศึกษา
นักวิจัย : นพรัตน์ พบลาภ
คำค้น : วิทยาลัยพลศึกษา , การจัดการศึกษา , ตัวบ่งชี้ทางการศึกษา , สถาบันอุดมศึกษา -- การบริหาร
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : สุชาติ ตันธนะเดชา , ทองคูณ หงส์พันธุ์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
ปีพิมพ์ : 2540
อ้างอิง : 9746386778 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/7638
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ค.ด.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2540

พัฒนารูปแบบและแนวทางการดำเนินงานเพื่อนำไปกำหนดนโยบาย ในการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดและดำเนินงานของวิทยาลัยพลศึกษา โดยนำเทคนิค DEA มาใช้วิเคราะห์ข้อมูล เพื่อเปรียบเทียบและปรับประสิทธิภาพสัมพัทธ์ ในการจัดและดำเนินงานของวิทยาลัยพลศึกษา โดยมีวัตถุประสงค์ในการวิจัยดังนี้ (1) เพื่อพัฒนาดัชนีบ่งชี้ประสิทธิภาพการจัดและดำเนินงาน ของวิทยาลัยพลศึกษา (2) เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพ การจัดและดำเนินงานของวิทยาลัยพลศึกษา (3) เพื่อพัฒนารูปแบบ การเพิ่มประสิทธิภาพการจัดและดำเนินงานของวิทยาลัยพลศึกษา (4) เพื่อนำเสนอนโยบายในการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดและดำเนินงาน ของวิทยาลัยพลศึกษา วิทยาลัยพลศึกษาทั่วประเทศ 16 แห่ง บุคลากรของวิทยาลัยพลศึกษา และผู้อำนวยการวิทยาลัยพลศึกษาที่มีประสิทธิภาพสัมพัทธ์ 100% ในการดำเนินภารกิจแต่ละด้าน ผลการวิจัย พบว่า มีดัชนีที่มีความเหมาะสมกับวิทยาลัยพลศึกษา ด้านการผลิตบุคลากรหรือผลิตบัณฑิต 7 ตัว ด้านการวิจัย 5 ตัว ด้านการบริการวิชาการแก่สังคม 5 ตัว ด้านการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม 4 ตัว และสามารถจำแนกเป็นตัวแปรปัจจัยการผลิต 12 ตัว ตัวแปรการผลิต 7 ตัว ในการวิเคราะห์ประสิทธิภาพ พบว่า มีวิทยาลัยพลศึกษาที่มีประสิทธิภาพสัมพัทธ์ 100% ในภารกิจการผลิตบุคลากร 2 แห่ง ด้านการวิจัย 3 แห่ง ด้านการบริการวิชาการแก่สังคม 3 แห่ง ด้านการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม 5 แห่ง หากพิจารณารวมทั้ง 4 ภารกิจ พบว่า วิทยาลัยพลศึกษาที่มีค่าประสิทธิภาพสัมพัทธ์ตั้งแต่ 70% ขึ้นไป 3 ภารกิจ มีอยู่ 3 แห่ง 2 ภารกิจมีอยู่ 5 แห่ง 1 ภารกิจ มีอยู่ 7 แห่ง และจากผลการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยเทคนิค DEA สามารถบอกได้ว่า วิทยาลัยพลศึกษาที่มีประสิทธิภาพสัมพัทธ์ไม่ถึง 100% ควรจะปรับตัวแปรปัจจัยการผลิตและตัวแปรผลผลิตใดบ้าง ในปริมาณเท่าไร ซึ่งจากผลการวิจัยนี้แสดงว่า เทคนิค DEA สามารถนำมาวิเคราะห์และปรับประสิทธิภาพสัมพัทธ์ ของสถาบันการศึกษาที่มีภารกิจคล้ายคลึงกันได้ตรงตามความเป็นจริง จากการวิเคราะห์ประสิทธิภาพสัมพัทธ์ และการปรับประสิทธิภาพสัมพัทธ์ โดยใช้เทคนิค DEA รวมทั้งการวิเคราะห์ผลการสัมภาษณ์ ผู้บริหารวิทยาลัยพลศึกษาที่มีประสิทธิภาพสัมพัทธ์ 100% ในการดำเนินภารกิจแต่ละด้านทำให้ได้รูปแบบ การเพิ่มประสิทธิภาพการจัดและดำเนินงานของวิทยาลัยพลศึกษา และได้แนวทางการดำเนินงานเพื่อนำไปกำหนดนโยบาย ในการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดและดำเนินงานของวิทยาลัยพลศึกษา ซึ่งจะเป็นแนวทางให้ผู้บริหารสามารถนำไปใช้ปรับปรุง การบริหารงานและการใช้ทรัพยากรต่างๆ ให้เกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

บรรณานุกรม :
นพรัตน์ พบลาภ . (2540). การพัฒนารูปแบบการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดและดำเนินงาน ของวิทยาลัยพลศึกษา.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
นพรัตน์ พบลาภ . 2540. "การพัฒนารูปแบบการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดและดำเนินงาน ของวิทยาลัยพลศึกษา".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
นพรัตน์ พบลาภ . "การพัฒนารูปแบบการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดและดำเนินงาน ของวิทยาลัยพลศึกษา."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2540. Print.
นพรัตน์ พบลาภ . การพัฒนารูปแบบการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดและดำเนินงาน ของวิทยาลัยพลศึกษา. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2540.