ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ความคิดเห็นของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยเกี่ยวกับเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม และการกลั่นกรองเนื้อหาบนอินเทอร์เน็ต

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ความคิดเห็นของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยเกี่ยวกับเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม และการกลั่นกรองเนื้อหาบนอินเทอร์เน็ต
นักวิจัย : จิตติญาดา เหรียญมณี
คำค้น : อินเตอร์เน็ต , ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต , สังคมประกิต , อินเตอร์เน็ต -- แง่สังคม
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : พิรงรอง รามสูต รณะนันทน์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะนิเทศศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2548
อ้างอิง : 9741762925 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/7585
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (นศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2548

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงความคิดเห็นของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยเกี่ยวกับเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมและการกลั่นกรองเนื้อหาบนอินเทอร์เน็ต ซึ่งในการวิจัยอาศัยวิธีการเก็บข้อมูลโดยการสำรวจ มีเครื่องมือที่ใช้คือแบบสอบถาม และการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยอาศัยการสัมภาษณ์เชิงลึก ผลการวิจัยพบว่าภาพและเนื้อหาที่กลุ่มตัวอย่างมีความคิดเห็นว่าไม่เหมาะสม แบ่งออกเป็น 4 หมวดหมู่ คือ ภาพและเนื้อหาลามกอนาจาร ภาพและเนื้อหาเกี่ยวกับความรุนแรง เว็บไซต์ที่มีการใช้ภาษาไม่เหมาะสม และเว็บไซต์เกี่ยวกับอบายมุข หรือสิ่งที่ขัดต่อกฎหมาย ศีลธรรม จริยธรรม ซึ่งหมวดหมู่ที่กลุ่มตัวอย่างมองว่ามีความไม่เหมาะสมในระดับสูง คือ ภาพและเนื้อหาลามกอนาจาร อันมีลักษณะร่วมที่เห็นได้ชัดเจน คือ การมีนัยยะของความไม่ปกติ วิตถาร และเว็บไซต์เกี่ยวกับอบายมุข หรือสิ่งที่ขัดต่อกฎหมาย ศีลธรรม จริยธรรม ที่มีลักษณะร่วม คือ เป็นเว็บไซต์ที่อาจส่งผลกระทบต่อสถาบันสำคัญๆของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สถาบันพระมหากษัตริย์ ส่วนภาพและเนื้อหาเกี่ยวกับความรุนแรง และเว็บไซต์ที่มีการใช้ภาษาไม่เหมาะสมนั้น กลุ่มตัวอย่างมีการประเมินความไม่เหมาะสมอยู่ในระดับต่ำ ในส่วนของการประเมินผลกระทบโดยอาศัยแนวคิดเกี่ยวกับผลกระทบต่อบุคคลที่สาม พบว่ากลุ่มตัวอย่างมีการประเมินว่าเด็กและเยาวชนจะได้รับผลกระทบจากการเปิดรับเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมมากกว่าที่ตนเองจะได้รับ ด้านการกลั่นกรองเนื้อหา พบว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ต้องการให้มีการควบคุมเนื้อหา เนื่องจากอินเทอร์เน็ตเป็นสื่อที่มีการแพร่กระจายกว้างขวาง โดยผู้ที่ควรมีอำนาจในการจัดการกับเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมมากที่สุด ได้แก่ เว็บมาสเตอร์หรือผู้ดูและเว็บไซต์ ส่วนวิธีการกลั่นกรองเนื้อหาทั้ง 4 วิธี ได้แก่ การจัดประเภทและติดป้ายเนื้อหา การแบ่งเนื้อหาออกเป็นระดับตามวัยของผู้เข้าชม การปิดกั้นโดยผู้ใช้ โดยอาศัยซอฟท์แวร์กลั่นกรอง และวิธีการปิดกั้นโดยผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตหรือผู้ควบคุมเครือข่ายนั้น ควรนำมาใช้ร่วมกันทุกวิธีเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด เนื่องจากแต่ละวิธีสามารถส่งเสริมซึ่งกันและกันได้ความสัมพันธ์กับปัจจัยด้านลักษณะสังคมประชากร สรุปได้ว่ากลุ่มตัวอย่างที่มีอายุมากและมีสถานภาพสมรสจะมีการประเมินความไม่เหมาะสมของภาพและเนื้อหาประเภทต่างๆในระดับที่สูงกว่ากลุ่มตัวอย่างที่มีอายุน้อยและมีสถานภาพโสด ส่วนในด้านการกลั่นกรองเนื้อหาพบว่า กลุ่มตัวอย่างที่มีอายุน้อยจะให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลตนเอง แต่กลุ่มตัวอย่างที่มีอายุมากจะให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพของวิธีการ โดยเน้นการควบคุมจากภาครัฐ ซึ่งจากผลการวิจัยทำให้ได้ข้อสรุปในภาพรวมว่า กลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยมีทัศนคติความไปในทางอำนาจนิยมมากกว่าการเขาไปมีส่วนร่วมในการจัดการกับเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม

บรรณานุกรม :
จิตติญาดา เหรียญมณี . (2548). ความคิดเห็นของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยเกี่ยวกับเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม และการกลั่นกรองเนื้อหาบนอินเทอร์เน็ต.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
จิตติญาดา เหรียญมณี . 2548. "ความคิดเห็นของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยเกี่ยวกับเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม และการกลั่นกรองเนื้อหาบนอินเทอร์เน็ต".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
จิตติญาดา เหรียญมณี . "ความคิดเห็นของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยเกี่ยวกับเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม และการกลั่นกรองเนื้อหาบนอินเทอร์เน็ต."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2548. Print.
จิตติญาดา เหรียญมณี . ความคิดเห็นของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยเกี่ยวกับเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม และการกลั่นกรองเนื้อหาบนอินเทอร์เน็ต. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2548.