ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

แนวทางการสร้างแบบประเมินการออกแบบส่องสว่างภายในอาคารเพื่อการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : แนวทางการสร้างแบบประเมินการออกแบบส่องสว่างภายในอาคารเพื่อการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
นักวิจัย : เอกนรินทร์ อ่อนนุช
คำค้น : อาคาร -- แสงสว่าง , การส่องสว่างภายใน , อาคาร -- การใช้พลังงาน , สถาปัตยกรรมกับการอนุรักษ์พลังงาน
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : พรรณชลัท สุริโยธิน , สุนทร บุญญาธิการ , วรสัณฑ์ บูรณากาญจน์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2548
อ้างอิง : 9741752563 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/7089
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (สถ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2548

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการออกแบบระบบส่องสว่างภายในอาคารเพื่อการใช้พลังงานอย่างมี ประสิทธิภาพ โดยมีขั้นตอนการวิจัยคือ 1. ศึกษาระบบส่องสว่างจากดวงโคม ได้แก่ โคมไฟ หลอดไฟ บัลลาสต์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง 2. ศึกษาการออกแบบสภาพกายในอาคารที่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพ ของระบบส่องสว่างจากดวงโคม 3. ศึกษาอิทธิพลของการเพิ่มประสิทธิภาพระบบส่องสว่างจากดวงโคม ทีมีผลต่อผู้ใช้อาคาร ผลการวิจัยพบว่า 1. การศึกษาระบบส่องสว่างจากดวงโคมและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง เมื่อใช้อุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในปัจจุบันและไม่คิดค่าการ สะท้อนแสงของพื้นผิวภายในห้อง ปริมาณพลังงานไฟฟ้าที่ใช้เท่ากับ 1.23 watt/m2/100 lux 2. การศึกษาการออกแบบสภาพภายในอาคาร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของระบบส่องสว่างจากดวงโคม จากการทดลองในแบบจำลอง โดยเปรียบเทียบ การคำนวณแบบ Point by Point Method อ้างอิงกล่องที่มีพื้นผนังสีเข้ม มีค่าการสะท้อนแสงเฉลี่ยต่ำสุด เท่ากับ 0.06 กับการใช้ค่าการสะท้อนแสงของพื้นผิวภายในช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของระบบดวงโคม อ้างอิงกล่องที่มีพื้น ผนังสีอ่อนมีค่าการสะท้อนแสงเฉลี่ยสูงสุด เท่ากับ 0.84 เมื่อนำกล่องที่มีค่าการสะท้อน แสงเฉลี่ยสูงสุดเทียบกับต่ำสุดมีปริมาณการส่องสว่างเพิ่มขึ้น 27.4% ปริมาณพลังงานไฟฟ้าที่ใช้เท่ากับ 0.97 watt/m2/100 lux ดังนั้นผลของการสะท้อนแสงภายในกล่องสามารถลดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้ 0.26 watt/m2/100 lux 3. การศึกษาอิทธิพลของการเพิ่มประสิทธิภาพระบบส่องสว่างจากดวงโคมต่อผู้ใช้อาคาร การออกแบบพื้นผิวอาคารคำนึงถึงอัตราส่วนของความจ้าบนพื้นที่ใช้งานเปรียบเทียบกับความจ้าบนพื้นผิว ในทิศทางการมอง โดยอัตราส่วนของความจ้าบนพื้นที่ใช้งานเปรียบเทียบกับผนังกล่องมีค่าที่เหมาะสม ไม่เกิน 10 :1 และอัตราส่วนของความจ้าบนพื้นที่ใช้งานเปรียบเทียบกับสภาพแวดล้อมในระยะใกล้ กับพื้นที่ใช้งานมีค่าที่เหมาะสม ไม่เกิน 3: 1 ผลการวิจัยสรุปว่า การใช้ระบบส่องสว่างจากดวงโคมที่มี ประสิทธิภาพสูงเพียงอย่างเดียวโดยไม่มีอิทธิพลจากการสะท้อนแสงของพื้นผิวภายในห้อง พลังงาน ไฟฟ้าที่ใช้เท่ากับ 1.23 watt/m2/100 lux เมื่อใช้ระบบส่องสว่างจากดวงโคมที่มีประสิทธิภาพสูงร่วมกับ การออกแบบพื้นผิวภายในห้องที่มีค่าการ สะท้อนแสงสูง ใช้พลังงานไฟฟ้าในระบบส่องสว่างลดลงเหลือ 0.97 watt/m2/100 lux สามารถลดการใช้พลังงานลงได้ 21% การออกแบบพื้นผิวภายในอาคารที่มีค่า การสะท้อนแสงเฉลี่ยสูงขึ้น 10% มีผลทำให้การใช้พลังงานลดลง 0.03 watt/m2/100 lux ดังนั้นสถาปนิก มัณฑนากร และผู้ออกแบบ จึงมีบทบาทสำคัญต่อการประหยัดพลังงานในระบบส่องสว่าง โดยการออกแบบพื้นผิวภายในให้มีค่าการสะท้อนแสงสูง และสร้างสภาวะน่าสบายทางสายตาให้แก่ผู้ใช้อาคาร โดบควบคุมความเปรียบต่างของความจ้าภายในห้องให้มีอัตราส่วนที่เหมาะสม

บรรณานุกรม :
เอกนรินทร์ อ่อนนุช . (2548). แนวทางการสร้างแบบประเมินการออกแบบส่องสว่างภายในอาคารเพื่อการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
เอกนรินทร์ อ่อนนุช . 2548. "แนวทางการสร้างแบบประเมินการออกแบบส่องสว่างภายในอาคารเพื่อการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
เอกนรินทร์ อ่อนนุช . "แนวทางการสร้างแบบประเมินการออกแบบส่องสว่างภายในอาคารเพื่อการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2548. Print.
เอกนรินทร์ อ่อนนุช . แนวทางการสร้างแบบประเมินการออกแบบส่องสว่างภายในอาคารเพื่อการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2548.