ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาเปรียบเทียบการรณรงค์ให้ความรู้เรื่องโรคเอดส์แก่เด็กหูหนวกโดยผ่านสื่อละครใบ้และสื่อละครใบ้ประกอบภาษามือ

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาเปรียบเทียบการรณรงค์ให้ความรู้เรื่องโรคเอดส์แก่เด็กหูหนวกโดยผ่านสื่อละครใบ้และสื่อละครใบ้ประกอบภาษามือ
นักวิจัย : ทิตวัจน์ ณรงค์แสง
คำค้น : เด็กหูหนวก , ละครใบ้ , โรคเอดส์ -- การป้องกันและควบคุม , ภาษามือ , การรับรู้ , การโน้มน้าวใจ
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : จาระไน แกลโกศล , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะนิเทศศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2542
อ้างอิง : 9743347909 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/7010
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (นศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2542

การวิจัยเรื่องนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงความรู้เรื่องโรคเอดส์และทัศนคติเกี่ยวกับการป้องกันโรคเอดส์ของนักเรียนหูหนวก ก่อนและหลังการชมละครใบ้และละครใบ้ประกอบภาษามือ โดยศึกษาจากกลุ่มตัวอย่าง 120 คน ซึ่งเป็นนักเรียนหูหนวกระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ของโรงเรียนเศรษฐเสถียร และโรงเรียนโสตศึกษาทุ่งมหาเมฆ ในรูปแบบการวิจัยกึ่งทดลอง (quasi-experimentation) ด้วยวิธี one-group Pretest-posttest design และทำการวิเคราะห์ข้อมูลโดยการแจกแจงความถี่ การหาค่าร้อยละ และการทดสอบความแตกต่างของค่าเฉลี่ย (t-test) ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. ความรู้เรื่องโรคเอดส์ของนักเรียนหูหนวกภายหลังชมละครใบ้ไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2. ทัศนคติเกี่ยวกับการป้องกันโรคเอดส์ของนักเรียนหูหนวกภายหลังชมละครใบ้มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 3. ความรู้เรื่องโรคเอดส์ของนักเรียนหูหนวกภายหลังชมละครใบ้ประกอบภาษามือมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 4. ทัศนคติเกี่ยวกับการป้องกันโรคเอดส์ของนักเรียนหูหนวกภายหลังชมละครใบ้ประกอบภาษามือมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 5. นักเรียนหูหนวกกลุ่มที่ชมละครใบ้ประกอบภาษามือมีความรู้เรื่องโรคเอดส์เพิ่มขึ้นแตกต่างจากนักเรียนกลุ่มที่ชมละครใบ้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 6. นักเรียนหูหนวกกลุ่มที่ชมละครใบ้ประกอบภาษามือมีทัศนคติเกี่ยวกับการป้องกันโรคเอดส์ดีขึ้นแตกต่างจากนักเรียนกลุ่มที่ชมละครใบ้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 สำหรับความคิดเห็นที่มีต่อสื่อละครใบ้และละครใบ้ประกอบภาษามือ พบว่านักเรียนส่วนใหญ่ได้รับความรู้และความสนุกสนานจากสื่อที่ตนได้รับ โดยสามารถเข้าใจเนื้อหาได้ดี และส่วนใหญ่คิดว่ามีความเข้าใจ เกี่ยวกับโรคเอดส์ดีขึ้น และคิดว่าสามารถอธิบายให้เพื่อนเข้าใจได้ หากมีการเผยแพร่ในครั้งต่อไป นักเรียนส่วนใหญ่สนใจที่จะรับสื่อทั้ง 2 ประเภทนี้อีก

บรรณานุกรม :
ทิตวัจน์ ณรงค์แสง . (2542). การศึกษาเปรียบเทียบการรณรงค์ให้ความรู้เรื่องโรคเอดส์แก่เด็กหูหนวกโดยผ่านสื่อละครใบ้และสื่อละครใบ้ประกอบภาษามือ.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ทิตวัจน์ ณรงค์แสง . 2542. "การศึกษาเปรียบเทียบการรณรงค์ให้ความรู้เรื่องโรคเอดส์แก่เด็กหูหนวกโดยผ่านสื่อละครใบ้และสื่อละครใบ้ประกอบภาษามือ".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ทิตวัจน์ ณรงค์แสง . "การศึกษาเปรียบเทียบการรณรงค์ให้ความรู้เรื่องโรคเอดส์แก่เด็กหูหนวกโดยผ่านสื่อละครใบ้และสื่อละครใบ้ประกอบภาษามือ."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2542. Print.
ทิตวัจน์ ณรงค์แสง . การศึกษาเปรียบเทียบการรณรงค์ให้ความรู้เรื่องโรคเอดส์แก่เด็กหูหนวกโดยผ่านสื่อละครใบ้และสื่อละครใบ้ประกอบภาษามือ. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2542.