ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

แนวคิดทางการศึกษาของนักการศึกษาไทยในช่วงหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองปี 2475 ถึงปัจจุบัน : รายงานการวิจัย

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : แนวคิดทางการศึกษาของนักการศึกษาไทยในช่วงหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองปี 2475 ถึงปัจจุบัน : รายงานการวิจัย
นักวิจัย : ผกา สัตยธรรม , ลินจง อินทรัมพรรย์ , ศิริมาส ไทยวัฒนา
คำค้น : การศึกษา -- ไทย , ค่านิยมทางการศึกษา
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะครุศาสตร์ , ไม่มีข้อมูล , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะครุศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2540
อ้างอิง : 9746375067 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/6923
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ศาสตราจารย์ ดร.ก่อ สวัสดิพาณิชย์ ทำงานอยู่ในวงการศึกษา ตั้งแต่เริ่มรับราชการเป็นครูของกรมสามัญศึกษา ต่อมาได้ดำรงตำแหน่งหัวหน้ากองในกระทรวงศึกษาธิการหลายกองในกระทรวงศึกษาธิการถึง 4 ครั้ง ท่านมีแนวคิดที่จะวางพื้นฐานการศึกษาให้เป็นการศึกษาตลอดชีวิตในสังคมไทย ทำสังคมไทยเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ และพยายามจัดการศึกษาที่ก่อให้เกิดความเป็นธรรมในสังคม กระจายการศึกษาไปทุกท้องถิ่น ดังนั้นในขณะที่ท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการจึงดำเนินนโยบายขยายการศึกษาภาคบังคับจากประถมศึกษาปีที่ 6 เป็นมัธยมศึกษาปีที่ 3 วิธีดำเนินงานการขยายการศึกษาของท่านใช้หลักประหยัด พยายามใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้คุ้มค่า โดยให้โรงเรียนประถมศึกษาในตำบลต่างๆ ที่มีบุคลากรและสถานที่พร้อมจัดการเรียนการสอนในระดับมัธยมศึกษา การจัดการศึกษานั้นท่านให้แนวความคิดทุกวิชาคืออาชีวศึกษา การให้การศึกษาจึงต้องทำให้ผู้เรียนเป็นคนที่สมบูรณ์และเป็นสิ่งติดตัวที่สามารถนำมาใช้ประกอบอาชีพได้ ศาสตราจารย์ ดร.ก่อ ใช้เวลาว่างในการอ่านหนังสือ ท่านจึงเห็นความสำคัญของการอ่านหนังสือ ท่านพยายามส่งเสริมให้คนรอบข้างของท่านรักการอ่านหนังสือ เมื่อกรมการศึกษานอกโรงเรียนประสานงานการจัดตั้งห้องสมุดประชาชน “เฉลิมราชกุมารี” ท่านรับเป็นประธานโครงการและได้นำเอาแนวคิดการจัดห้องสมุดแนวใหม่มาใช้โดยการจัดห้องสมุดที่ส่งเสริมการอ่านอย่างมีชีวิตชีวา มีการจัดกิจกรรมที่เคลื่อนไหวตลอดเวลาและสามารถให้ความรู้แก่ผู้มาใช้บริการทั้งในและนอกอาคาร ศาสตราจารย์ ดร.เกษม สุวรรณกุล เป็นบุคคลที่มีความสำคัญทางการศึกษาอย่างยิ่ง ท่านเป็นอธิการบดีของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยถึง 11 ปี และเป็นรัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัยถึง 8 สมัย ท่านมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างมากในการปรับปรุงการศึกษาในระดับอุดมศึกษา ทั้งในด้านนโยบายและการปฏิบัติการ ท่านได้สร้างความเจริญก้าวหน้าเป็นอย่างมากให้แก่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทั้งทางด้านการศึกษาและการหาทุนมาพัฒนามหาวิทยาลัย การแสวงหาความเป็นอิสระให้แก่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ท่านมีแนวคิดว่าการสอนในระดับมหาวิทยาลัยที่เคยใช้เทคโนโลยีได้ ต้องเปลี่ยนวิธีสอนให้บัณฑิตรู้จักคิดวิเคราะห์ หาข้อมูลมาประกอบการเรียน ไม่เชื่อสิ่งใดโดยดุษณี ให้ครูอาจารย์สอนหนังสือเพียง 10% แล้วให้นิสิตไปศึกษาเอง 90% ปัจจุบันต้องการให้สามารถคิดเทคโนโลยีได้เอง ท่านเป็นผู้คิดริเริ่มและตั้งมหาวิทยาลัยนานาชาติ คือ “ศศินทร์” ซึ่งรับนักศึกษาต่างชาติและทำให้คนไทยที่ต้องการไปศึกษาต่างประเทศได้ศึกษาแบบต่างประเทศในมหาวิทยาลัยไทย ท่านมีแนวคิดว่าเป็นหน้าที่ของครูที่จะสอนให้นักเรียนรู้ว่าอะไรผิดอะไรถูก ให้ความยุติธรรม รู้จักสิทธิและมีวินัยในตนเอง (Self Discipline) อันจะทำให้รู้จักรับผิดชอบในหน้าที่ของตนต่อประเทศชาติ การเรียนรู้เป็นสิ่งสำคัญ การเรียนขั้นสูงสุดที่ได้รับถือว่าเป็นกุญแจที่จะไขศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เพราะยังมีอีกหลายอย่างที่เราไม่รู้ ท่านถือว่าการศึกษาในระดับอนุบาลและประถมศึกษาเป็นการศึกษาที่สำคัญที่สุด ครูประถมศึกษาจึงควรจะเป็นครูที่ดีที่สุดด้วย ถ้าจะให้เงินเดือนมากที่สุดก็เป็นการสมควรสำหรับมัธยมศึกษาสอนเพื่อเป็นพลเมืองดีของชาติ ต้องฝึกให้มีความรู้รอบตัวและสามารถหาความรู้ด้วยตนเอง ศาสตราจารย์ ดร.เกษม สุวรรณกุล เป็นนักการศึกษาที่เป็นนักรัฐศาสตร์ที่บริหารงานการศึกษาได้ผลดีเยี่ยม ท่านเป็นบุคคลที่น่าเคารพรัก มีความเฉียบคม มีสุนทรียภาพ มีเสน่ห์ เป็นคนธรรมดาที่ไม่ธรรมดา ศาสตราจารย์ ดร.ประชุมสุข อาชวอำรุง เป็นนักการศึกษาไทยที่เป็นทั้ง นักธุรกิจ นักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย ท่านเป็นสตรีที่สำเร็จการศึกษาจากคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีสตรีน้อยคนนักที่จะได้เรียนถึงระดับอุดมศึกษาในช่วงหลังเปลี่ยนแปลงการปกครองของไทย ปี พ.ศ. 2475 ท่านเป็นคณบดีคนที่ 2 ของคณะครุศาสตร์เป็นผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล มีความคิดสร้างสรรค์ เป็นผู้ริเริ่มบุกเบิกงานคณะครุศาสตร์ให้เจริญก้าวหน้าต่อมา โดยเปิดภาควิชา ขยายโอกาสทางการศึกษา จัดโปรแกรมการศึกษา 27 โปรแกรม ริเริ่มเปิดหลักสูตรตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนถึงระดับปริญญาเอก ซึ่งเป็นแห่งแรกของประเทศไทย แนวคิดทางการศึกษาของ ศาสตราจารย์ ดร.ประชุมสุข อาชวอำรุง ได้แก่ การศึกษามีความสำคัญ การศึกษาทำให้เป็นอะไรก็ได้ สอนให้คนเป็นอย่างไรก็ได้ การศึกษาสามารถล้างสมอง วิชาคืออาวุธ การศึกษามีบทบาทสำคัญในการแก้ปัญหาความขัดแย้งและเสริมสร้างสันติภาพ ศาสตราจารย์ ท่านผู้หญิง พูนทรัพย์ นพวงศ์ ณ อยุธยา เป็นคณบดีหญิงคนแรกของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และของประเทศไทย ท่านสำเร็จการศึกษาปริญญาตรีจากคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นบัณฑิตรุ่นแรกและศึกษาต่อ ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา ในสาขาจิตวิทยาการศึกษา ด้วยแนวคิดที่สำคัญของท่านที่ว่าครูคือผู้ใฝ่หาความรู้และยึดมั่นในคุณธรรม อาชีพครูเป็นวิชาชีพ ดังนั้นเมื่อท่านมาทำงานที่คณะอักษรศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ท่านจึงพยายามตั้งคณะครูศาสตร์เพื่อการศึกษาวิชาชีพครูโดยเฉพาะและตั้งโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยขึ้นเป็นห้องปฏิบัติการของนิสิต ศาสตราจารย์ ท่านผู้หญิง พูนทรัพย์ เป็นนักบริหารการศึกษาที่มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล จึงสามารถดำเนินงานให้คณะครุศาสตร์มีความเจริญก้าวหน้าเป็นคณะใหญ่ มีภาควิชามาก บางภาควิชาได้ขยายเป็นคณะแยกจากคณะครุศาสตร์ คือ คณะจิตวิทยาและคณะพยาบาลศึกษา ท่านได้นำระบบการจัดการศึกษาแบบหน่วยกิตมาใช้เป็นคณะแรกของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ด้วยแนวคิดที่ว่าความรู้คู่คุณธรรม ท่านคาดหวังว่าในอนาคตคณะครุศาสตร์น่าจะมีภาคจริยธรรม เพื่อส่งเสริมจริยธรรมและคุณธรรมของคนในยุคโลกาภิวัตน์ คณะครุศาสตร์ในอนาคต น่าจะมีการศึกษาระบบสากล เป็นที่ยอมรับของต่างประเทศ โดยนักศึกษาสามารถโอนหน่วยกิตกับมหาวิทยาลัยต่างประเทศและรับนักศึกษาจากต่างประเทศเข้าเรียนได้ ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน เป็นนักการศึกษาที่ดำรงตำแหน่งหลายตำแหน่งทางการศึกษาคือ เป็นอธิการบดีของหลายมหาวิทยาลัย เป็นปลัดทบวงมหาวิทยาลัย ท่านมีความสำคัญในการสร้างความเจริญให้กับการศึกษาไทยอย่างยิ่ง งานที่ท่านมีความภาคภูมิใจมากคือ การตั้งมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมธิราช เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ที่ต้องการศึกษาในระดับอุดมศึกษาหรือผู้ใฝ่รู้ในแขนงต่างๆ ได้มีโอกาสศึกษาโดยเท่าเทียมกัน ในลักษณะความรู้อาจเรียนทันกันหมด โดยการสอนทางไกล เพราะท่านถือว่าการศึกษาเป็นปัจจัยที่ 5 และเป็นการศึกษาตลอดชีวิต ท่านยังมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการตั้งมหาวิทยาลัยอิสระขึ้นถึงสองแห่ง คือ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีและมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เป็นตัวอย่างในการพัฒนาการศึกษาขึ้นอุดมศึกษาให้เป็นไปตามความต้องการและทันกับความก้าวหน้าของสังคม ท่านได้เน้นให้เห็นความสำคัญของการศึกษาทุกระดับตั้งแต่อนุบาล ประถมศึกษา มัธยมศึกษาและอุดมศึกษา ท่านให้ความสำคัญของบุคคลในอาชีพครูอาจารย์ในทุกระดับเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะสอนระดับประถม ระดับมัธยมหรืออุดมศึกษา ถือว่ามีความสำคัญเท่ากัน ที่จะแตกต่างกันอยู่ที่ประสบการณ์และความสามารถของแต่ละบุคคล ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน มีความสามารถในการแก้ปัญหาให้กับหน่วยงานและบุคคลต่างๆ จนได้สมญาว่า “นักดับปัญหา” (Trouble Soother) เป็นนักพัฒนาวิชาการเป็นแบบอย่างที่ดีเยี่ยมในความสามารถ ซึ่งยากที่ทุกคนจะเลียนแบบ ท่านเน้นให้เห็นความสำคัญของการศึกษาที่จะเป็นรากฐานในการพัฒนาประเทศในทุกด้านและยอมลงทุนอย่างเต็มที่ในเรื่องของการศึกษา โดยมีหลักการว่าการศึกษานั้นแม้จะลงทุนแพงสักเพียงใดก็ตาม แต่ก็ไม่แพงเท่าความโง่เขลาเบาปัญญา ศาสตราจารย์ ดร.อุบล เรียงสุวรรณ เป็นนักการศึกษาไทยคนสำคัญท่านหนึ่งท่านได้รับการศึกษามาจากระบบโรงเรียนและสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี จากคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งอยู่ในสมัยที่ประเทศไทยเริ่มให้สตรีมีโอกาสศึกษาเล่าเรียนในระดับปริญญาชั้นสูง ระหว่างการศึกษาและการทำงาน ศาสตราจารย์ ดร.อุบล เรียงสุวรรณ ได้รับความรู้ ทัศนคติและประสบการณ์เกี่ยวกับการศึกษา การฝึกหัดครูจากนักการศึกษาคนสำคัญในขณะนั้น ซึ่งเป็นทั้งอาจารย์และผู้บังคับบัญชาของท่าน นักการศึกษาท่านนั้นก็คือ ศาสตราจารย์ ม.ล.ปิ่น มาลากุล แนวคิดต่อการศึกษาของศาสตราจารย์ ดร.อุบล เรียงสุวรรณ มีดังนี้ การศึกษาคือการให้คุณภาพของชีวิต ของการอยู่ร่วมกันในสังคม ตลอดจนการอยู่รอดในสังคม เมื่อศาสตราจารย์ ดร.อุบล เรียงสุวรรณ ดำรงตำแหน่งเป็นผู้บริหารสถาบันการศึกษาหลายแห่ง ได้แก่ โรงเรียนจอมสุรางค์อุปถัมภ์ โรงเรียนสุรนารีวิทยา โรงเรียนสตรีพัทลุง โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ท่านได้นำแนวคิดที่ว่าด้วยการศึกษา คือการให้คุณภาพของชีวิตและด้วยจิตวิญญาณของความเป็นครู ผสมผสานกับปรัชญาการศึกษาที่ได้มาจากการไปศึกษาต่อที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งส่งผลให้การบริหารการศึกษาของท่านประสบความสำเร็จเป็นอย่างดียิ่ง นับว่าเป็นประโยชน์ต่อการจัดการศึกษาในเวลาต่อมา

บรรณานุกรม :
ผกา สัตยธรรม , ลินจง อินทรัมพรรย์ , ศิริมาส ไทยวัฒนา . (2540). แนวคิดทางการศึกษาของนักการศึกษาไทยในช่วงหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองปี 2475 ถึงปัจจุบัน : รายงานการวิจัย.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ผกา สัตยธรรม , ลินจง อินทรัมพรรย์ , ศิริมาส ไทยวัฒนา . 2540. "แนวคิดทางการศึกษาของนักการศึกษาไทยในช่วงหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองปี 2475 ถึงปัจจุบัน : รายงานการวิจัย".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ผกา สัตยธรรม , ลินจง อินทรัมพรรย์ , ศิริมาส ไทยวัฒนา . "แนวคิดทางการศึกษาของนักการศึกษาไทยในช่วงหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองปี 2475 ถึงปัจจุบัน : รายงานการวิจัย."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2540. Print.
ผกา สัตยธรรม , ลินจง อินทรัมพรรย์ , ศิริมาส ไทยวัฒนา . แนวคิดทางการศึกษาของนักการศึกษาไทยในช่วงหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองปี 2475 ถึงปัจจุบัน : รายงานการวิจัย. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2540.