ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ผลกระทบของการสอบคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาระบบใหม่ที่มีต่อผู้เกี่ยวข้อง : รายงานผลการวิจัย

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ผลกระทบของการสอบคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาระบบใหม่ที่มีต่อผู้เกี่ยวข้อง : รายงานผลการวิจัย
นักวิจัย : สุชาดา บวรกิติวงศ์ , สุวิมล ว่องวาณิช , อวยพร เรืองตระกูล , เอมอร จังศิริพรปกรณ์ , ณัฏฐภรณ์ หลาวทอง
คำค้น : สถาบันอุดมศึกษา--การสอบคัดเลือก , สถาบันอุดมศึกษา--การรับนักศึกษา , การศึกษาขั้นอุดมศึกษา
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : นงลักษณ์ วิรัชชัย , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะครุศาสตร์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะครุศาสตร์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะครุศาสตร์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะครุศาสตร์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะครุศาสตร์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะครุศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2545
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/6730
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

นักวิจัยผู้ช่วย : วิยดา เหล่มตระกูล

การวิจัยเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อจะศึกษาสภาพปัญหา ผลกระทบ และความพึงพอใจจากการใช้ระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาในปัจจุบัน และเพื่อเสนอรูปแบบการสอบที่เหมาะสมในการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาในอนาคต กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วย 7 กลุ่มคือ (1) นักเรียนที่เข้าสอบคัดเลือกเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาระบบใหม่ในเดือนเมษายน 2544 จำนวน 1,197 คน และนักเรียนที่กำลังศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 ปีการศึกษา 2544 จำนวน 3,090 คน (2) ผู้ปกครองนักเรียนที่สอบคัดเลือกเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาระบบใหม่ในเดือนเมษายน 2544 จำนวน 220 คน และผู้ปกครองของนักเรียนที่กำลังศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 ในปีการศึกษา 2544 จำนวน 842 คน (3) ครูในโรงเรียนที่สอนในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 จำนวน 545 คน (4) อาจารย์หรือผู้บริหารคณะวิชาในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ จำนวน 90 คน (5) นิสิตหรือนักศึกษาชั้นปีที่ 1 สังกัดสถาบันอุดมศึกษาของรัฐและเอกชน จำนวน 616 คน (6) ผู้ดำเนินการในสถาบันกวดวิชาที่เปิดสอนในกรุงเทพมหานคร จำนวน 20 คน และ (7) นักการศึกษา จำนวน 25 คน การเก็บข้อมูล แบ่งเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 เก็บข้อมูลจากนักเรียนและผู้ปกครองของนักเรียนที่มาสอบในเดือนเมษายน 2544 เพื่อใช้เป็นแนวทางสำหรับการศึกษาในระยะที่ 2 ระยะที่ 2 เก็บข้อมูลจาก 7 แหล่งประกอบด้วย (1) ข้อมูลนักเรียนที่กำลังเรียนในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 (2) ผู้ปกครองนักเรียน (3) ครู (4) อาจารย์/ผู้บริหารมหาวิทยาลัย (5) นิสิต/นักศึกษาชั้นปีที่ 1 (6) ผู้บริหารสถาบันกวดวิชา และ (7) นักการศึกษา เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 3 ชุดคือ (1) แบบสอบถามเกี่ยวกับปัญหา ผลกระทบ และความพึงพอใจของการสอบคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาระบบใหม่ที่มีต่อนักเรียน ผู้ปกครอง ครูในโรงเรียน อาจารย์มหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษา และนิสิตหรือนักศึกษาชั้นปีที่ 1 (2) แบบสัมภาษณ์ปัญหา ผลกระทบ และความพึงพอใจของการสอบคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาระบบใหม่ที่มีต่อสถาบันกวดวิชาและ (3) แบบสัมภาษณ์เพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงลึก เพิ่มเติมจากแบบสอบถาม จากกลุ่มนักเรียน ครูอาจารย์หรือผู้บริหารมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษา และนิสิตหรือนักศึกษาชั้นปีที่ 1 สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลประกอบด้วย (1) วิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปและความคิดเห็นในด้านต่างๆ ของกลุ่มตัวอย่าง โดยใช้สถิติเชิงบรรยาย ได้แก่ ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (2) วิเคราะห์การเท่ากันของสัดส่วน k สัดส่วน โดยใช้ X[superscript 2] - test (3) ทดสอบความมีนัยสำคัญของความแตกต่างของค่ามัธยฐานระหว่างกลุ่ม โดยใช้สถิติ kruskal-Wallis test และทดสอบความแตกต่างของค่ามัธยฐานรายคู่ภายหลัง (Posthoc Comparision) ด้วยวิธีการของ Kruskal-Wallis test สำหรับข้อมูลไม่ต่อเนื่อง (4) ทดสอบความมีนัยสำคัญของความแตกต่างของค่าเฉลี่ยระหว่างกลุ่ม โดยใช้การวิเคราะห์ความแปรปรวน (Analysis of Variance) และทดสอบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยรายคู่ภายหลัง (Posthoc Comparision) ด้วยวิธีการของ LSD สำหรับข้อมูลต่อเนื่อง (5) วิเคราะห์เนื้อหาสำหรับข้อมูลเชิงคุณภาพ และ (6) สังเคราะห์ข้อมูลจากทั้ง 7 แหล่งข้อมูล ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. ผู้เกี่ยวข้องทั้ง 6 กลุ่มมีความคิดเห็นสอดคล้องกันว่าปัญหาที่เกิดจากการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาขณะนี้ เป็นปัญหาในระดับปานกลาง ปัญหา 3 ลำดับแรก ได้แก่ เป็นระบบที่ก่อให้เกิดการเรียนที่มุ่งเน้นการสอบคัดเลือก เป็นระบบที่ก่อให้เกิดความเครียดแก่ผู้สอบและญาติพี่น้อง และเป็นระบบที่ทำให้สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายในการกวดวิชา ในขณะที่นักการศึกษาเป็นว่า ปัญหาที่เกิดจากการสอบคัดเลือกมากที่สุดคือ มาตรฐานของเกรดเฉลี่ยสะสม (GPAX) ของแต่ละโรงเรียนไม่เท่ากัน ปัญหารองลงมาได้แก่ ปัญหาความไม่ยุติธรรมจากการใช้ตำแหน่งเปอร์เซนต์ไทล์ (PR) เนื่องจากโรงเรียนที่มีขนาดเล็กจะได้เปรียบโรงเรียนที่มีขนาดใหญ่และพบว่าข้อสอบแต่ละครั้งมีความยากง่ายไม่เท่ากัน ช่วงเวลาของการจัดสอบไม่สอดคล้องกับระบบการเรียนการสอนในโรงเรียนมัธยมศึกษา และเกิดความสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายในการเรียนกวดวิชา 2. ผู้เกี่ยวข้องทั้ง 6 กลุ่มมีความคิดเห็นสอดคล้องกันว่าผลกระทบจากการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาที่เกี่ยวกับระบบการศึกษา มีผลกระทบในระดับมาก ได้แก่ นักเรียนต้องแข่งขันกันเพื่อทำเกรด นักเรียนต้องเร่งเรียนให้ครบทุกเนื้อหาวิชาให้จบก่อนเดือนตุลาคม ครูต้องเร่งสอนให้ครบถ้วนตามหลักสูตรก่อนสอบเดือนตุลาคม และนักเรียนต้องตั้งใจเรียนทุกวิชา ส่วนผลกระทบที่มีผลต่อนักเรียนโดยตรง คือ สุขภาพทรุดโทรมลง เวลาพักผ่อน ออกกำลังกาย ทำงานอดิเรก และการทำกิจกรรมในโรงเรียนน้อยลง ในขณะที่นักการศึกษาเห็นว่าการสอนคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาก่อให้เกิดผลกระทบในทางบวก ได้แก่ การสอบ 2 ครั้งทำให้เด็กมีโอกาสแก้ตัว ลดความเครียด แต่การสอบคัดเลือกระบบนี้ก่อให้เกิดผลกระทบในทางลบ ได้แก่ การเรียนที่มุ่งเน้นการสอบมากเกินไป 3. ผู้เกี่ยวข้องทั้ง 6 กลุ่มมีความพึงพอใจต่อการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาในระดับมาก 3 ลำดับแรกคือ การทราบคะแนนก่อนตัดสินใจเลือกคณะ การสอบมากกว่า 1 ครั้ง และการให้โอกาสผู้สมัครเลือกคะแนนครั้งที่ดีที่สุดจากการสอบมาใช้สมัคร ส่วนความพึงพอใจของผู้เกี่ยวข้องที่มีต่อการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาระดับน้อย ได้แก่ ช่วงเวลาการจัดสอบในเดือนมีนาคมและตุลาคม ความยุติธรรมและความโปร่งใสของการสอบเอนทรานซ์ และการให้น้ำหนักความสำคัญขององค์ประกอบที่ใช้ในการคัดเลือก 4. ปัจจัยที่ทำให้นักเรียนสอบผ่าน/ไม่ผ่านการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา จากการสอบถามจากนิสิตและนักศึกษา ได้แก่ การทราบคะแนนก่อนตัดสินใจเลือกคณะ การวางแผนการเรียน เกรดเฉลี่ยสะสม และการฝึกทำข้อสอบเก่า 5. ผู้เกี่ยวข้องทั้ง 6 กลุ่มมีความคิดเห็นเกี่ยวกับรูปแบบการสอบคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาในอนาคต ในด้านองค์ประกอบและน้ำหนักที่ใช้ในการคัดเลือกควรมี 5 องค์ประกอบได้แก่ คะแนนสอบวิชาหลัก น้ำหนัก 40% คะแนนสอบวิชาเฉพาะน้ำหนัก 20% คะแนนสอบวิชาความถนัดทางการเรียน (SAT) น้ำหนัก 18% เกรดเฉลี่ย (GPAX) น้ำหนัก 12% และตำแหน่งเปอร์เซนต์ไทล์ (PR) น้ำหนัก 10% และควรนำผลการประเมินด้านคุณธรรมเข้ามาใช้ในการคัดเลือก ส่วนในด้านการจัดการ มีความเห็นว่าผู้รับผิดชอบในการจัดสอบคัดเลือกควรเป็นส่วนกลางหรือทบวงมหาวิทยาลัย ในขณะที่นักการศึกษาเห็นว่าควรจะใช้ 4 องค์ประกอบในการคัดเลือก ได้แก่ ความสามารถทางวิชาการ ความถนัด ความสนใจ และเกรดเฉลี่ยสะสมจากชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย (GPAX) และมีความเห็นเพิ่มเติมว่า ควรมีข้อสอบแบบเขียนบรรยายและการทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม สำหรับการจัดการ นักการศึกษามีความเห็นว่า ควรมีหน่วยงานกลางรับผิดชอบในการจัดสอบ โดยมหาวิทยาลัยแต่ละแห่งเป็นผู้ตั้งเกณฑ์การคัดเลือกควรจัดสอบ 2 ครั้งต่อปี และแปลงคะแนนให้เป็นคะแนนมาตรฐานก่อนนำคะแนนจากการสอบแต่ละครั้งมารวมกัน เก็บคะแนนได้ไม่เกิน 2 ปี และเลือกได้ไม่เกิน 2-3 อันดับ 6. รูปแบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาที่เหมาะสมกับประเทศไทยจากการสังเคราะห์ข้อมูลจาก 7 แหล่งที่เกี่ยวข้อง ได้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับรูปแบบที่เหมาะสมสรุปได้ดังนี้ ควรมีองค์กรอิสระรับผิดชอบในการจัดสอบคัดเลือก องค์ประกอบที่ใช้ในการคัดเลือก ได้แก่ พุทธิศึกษา จริยศึกษา หัตถศึกษาและพลศึกษา โดยพุทธิศึกษาอาจพิจารณาจากความถนัดทางการเรียน (general aptitude test) GPAX ที่มีการปรับเทียบแล้วโดยอาจได้จากคะแนนสอบของกลุ่มสาระการเรียนรู้ 8 กลุ่มจากการสอบระดับชาติ จริยศึกษาพิจารณาจากคุณธรรม จริยธรรมโดยอาจใช้แฟ้มสะสมงานจากโรงงาน หัตถศึกษาพิจารณาจาก การฝึกอาชีพภาคสนาม 1 เดือน และวัดแววอาชีพจากการสอบ specific aptitude test และพลศึกษาพิจารณาจาก สุขภาพที่ได้คะแนนจากกลุ่มสาระวิชาสุขศึกษาและพลศึกษาจากการสอบระดับชาติ สำหรับการจัดการ ควรจัดให้มีการสอบปีละ 2 ครั้ง เก็บคะแนนไว้ได้ 1-2 ปี และมหาวิทยาลัยแต่ละแห่งเป็นผู้กำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับรายวิชาที่ต้องการและน้ำหนักแต่ละองค์ประกอบกันเอง

บรรณานุกรม :
สุชาดา บวรกิติวงศ์ , สุวิมล ว่องวาณิช , อวยพร เรืองตระกูล , เอมอร จังศิริพรปกรณ์ , ณัฏฐภรณ์ หลาวทอง . (2545). ผลกระทบของการสอบคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาระบบใหม่ที่มีต่อผู้เกี่ยวข้อง : รายงานผลการวิจัย.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุชาดา บวรกิติวงศ์ , สุวิมล ว่องวาณิช , อวยพร เรืองตระกูล , เอมอร จังศิริพรปกรณ์ , ณัฏฐภรณ์ หลาวทอง . 2545. "ผลกระทบของการสอบคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาระบบใหม่ที่มีต่อผู้เกี่ยวข้อง : รายงานผลการวิจัย".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุชาดา บวรกิติวงศ์ , สุวิมล ว่องวาณิช , อวยพร เรืองตระกูล , เอมอร จังศิริพรปกรณ์ , ณัฏฐภรณ์ หลาวทอง . "ผลกระทบของการสอบคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาระบบใหม่ที่มีต่อผู้เกี่ยวข้อง : รายงานผลการวิจัย."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2545. Print.
สุชาดา บวรกิติวงศ์ , สุวิมล ว่องวาณิช , อวยพร เรืองตระกูล , เอมอร จังศิริพรปกรณ์ , ณัฏฐภรณ์ หลาวทอง . ผลกระทบของการสอบคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาระบบใหม่ที่มีต่อผู้เกี่ยวข้อง : รายงานผลการวิจัย. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2545.