ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ศึกษาเทคนิคการเพาะเลี้ยง สันฐานวิทยา และลักษณะโปรตีนที่หลั่งจากเซลล์บุท่อนำไข่และเซลล์ล้อมรอบเซลล์ไข่สุกร

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ศึกษาเทคนิคการเพาะเลี้ยง สันฐานวิทยา และลักษณะโปรตีนที่หลั่งจากเซลล์บุท่อนำไข่และเซลล์ล้อมรอบเซลล์ไข่สุกร
นักวิจัย : มยุวา อารีกิจเสรี(ยงทรัพย์อนันต์)
คำค้น : cells , morphology characterization , vitro culture technique , ลักษณะโปรตีน , สัณฐานวิทยา , เซลล์ , เทคนิคการเพาะเลี้ยง
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2553
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=MRG4780028 , http://research.trf.or.th/node/2044
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

บทคัดย่อ วัตถุประสงค์ของงานวิจัยคือ ศึกษาและพัฒนาเทคนิคการเพาะเลี้ยงเซลล์บุท่อนำไข่ (porcine oviductal epithelial cells: POEC) เซลล์ล้อมรอบเซลล์ไข่ (cumulus cells: CC) และเซลล์แกรนูโลซ่าสุกร (granulosa cell: GC) ในสูตรอาหารที่เหมาะสมและปลอดเชื้อ พร้อมศึกษาสัณฐานวิทยาของเซลล์ในสภาพธรรมชาติ (in vivo) และสภาพเพาะเลี้ยง (in vitro) แล้วเก็บสารที่เซลล์หลั่งเพื่อศึกษารูปแบบของโปรตีนที่เซลล์หลั่งสู่อาหารเพาะเลี้ยงในช่วงเวลาต่าง ๆ สุดท้ายได้ทดสอบสารหลั่งที่แช่แข็งต่อการเกิด acrosome reaction ในเซลล์อสุจิวัว ผลการวิจัยพบว่าการเพาะเลี้ยงเซลล์ในอาหาร M199, RPMI 1640 และ DMEM ที่เสริมด้วย 10% heat treated fetal calf serum (HTFCS) บ่มในตู้บ่มอุณหภูมิ 37 องศาเซลเซียส มีคาร์บอนไดออกไซด์ 5 ถึง 10 เปอร์เซ็นต์และมีความชื้นสูง ให้ผลการเพาะเลี้ยงที่ดีมีเปอร์เซ็นต์รอดตายของเซลล์สูง สามารถทำได้จริง ไม่สิ้นเปลืองเวลาและประหยัดค่าใช้จ่าย สัณฐานวิทยาของ POEC ในสภาพธรรมชาติในระยะฟอลลิคูล่าพบว่าเนื้อเยื่อบุชั้นในท่อนำไข่ส่วนแอมพูล่ามีเซลล์บุท่อนำไข่ที่มีซีเลียมอยู่เป็นจำนวนมาก ในขณะที่ระยะลูเตียวมีเซลล์ที่มีซีเลียจำนวนน้อยมาก แต่มีเซลล์รูปร่างกลมที่ไม่มีซีเลียและมีไมโครวิลไลสั้น ๆ อยู่ด้านบนของเซลล์นั้นมีจำนวนมากขึ้น ในสภาพเพาะเลี้ยงพบว่า POEC ส่วนมากเกาะรวมกลุ่มกันอยู่ เซลล์มีรูปร่างยาวมีซีเลียอยู่ด้านบนและเรียงตัวชั้นเดียวและมีเซลล์รูปร่างกลมที่ไม่มีซีเลียเกาะรวมอยู่ด้วย เมื่อเพาะเลี้ยงเซลล์นานขึ้นพบว่าเซลล์ได้หลุดแยกออกเป็นเซลล์เดี่ยว ๆ เพิ่มมากขึ้น สำหรับเซลล์ไข่สุกรที่มีเซลล์ล้อมรอบเซลล์ไข่แบบเกาะแน่น เซลล์ล้อมรอบเซลล์ไข่แบบหลายชั้น เซลล์ล้อมรอบเซลล์ไข่เพียงบางส่วนและเซลล์ไข่ที่ไม่มีเซลล์ล้อมรอบ คิดเป็น 19.87, 18.13, 28.88 และ 33.12 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ ซึ่ง COCs มีขนาดเซลล์ทั้ง 4 ชนิดเรียงตามลำดับข้างต้นเท่ากับ 144.68 +- 8.79, 122.82 +- 4.78, 106.20 +- 8.72 และ 89.16 +- 5.69 ไมโครเมตร ส่วน GC ที่อยู่ในถุงไข่มีรูปร่างกลมอยู่รวมเป็นกลุ่มและเพาะเลี้ยงได้ดีในอาหารสูตร M199, RPMI 1640 และ DMEM และเมื่อเพาะเลี้ยงยาวนานขึ้นเซลล์ก็ยังมีรูปร่างกลมเช่นเดิมและแยกเป็นเซลล์เดี่ยว ๆ มีขนาดเซลล์ 6 ถึง 8 µm เมื่อนำ COCs ชนิดที่ 1 และชนิดที่ 2 มาเพาะเลี้ยงในอาหารสูตรที่เลือกคือ M199 ที่เสริมด้วย 10% HTFCS และเสริมด้วยฮอร์โมนและเพาะเลี้ยงที่สภาพเดิมนาน 24 ชั่วโมง พบว่าเซลล์ล้อมรอบเซลล์ไข่แบบเกาะคงแน่น CC ได้คลี่แยกออกจากเซลล์ไข่ ส่วนเซลล์ล้อมรอบเซลล์ไข่แบบหลายชั้นนั้น CC เกิดการกระจายตัวออก และเมื่อเพาะเลี้ยงนาน 48 ชั่วโมง เซลล์ล้อมรอบเซลล์ไข่แบบเกาะแน่นที่คลี่ออกแล้วนั้น เซลล์ที่เคยมีรูปร่างกลมเปลี่ยนแปลงรูปร่างเป็นคล้ายรูปหยดน้ำตาหันด้านปลายแหลมของเซลล์แทงเข้าแทรกเมมเบรนของเซลล์ไข่ ส่วนเซลล์ล้อมรอบเซลล์ไข่แบบหลายชั้น CC ได้กระจายตัวออกและหลุดออกจากเซลล์ไข่ แสดงว่าเซลล์ไข่ทั้งสองชนิดสามารถเจริญพัฒนาเป็นเซลล์ไข่สุก (matured oocyte) ได้ในน้ำยาเพาะเลี้ยงที่เสริมด้วยฮอร์โมนดังกล่าว การศึกษารูปแบบของโปรตีนที่เซลล์หลั่งด้วยวิธี SDS-PAGE พบว่ารูปแบบโปรตีนที่สร้างขึ้นจากเซลล์ทั้งสองชนิดมีความคล้ายคลึงกันมาก โดยพบแถบโปรตีนที่น่าสนใจมีขนาดประมาณ 17, 22 kDa และที่ขนาดมากกว่า 220 kDa ในสารหลั่งจากเซลล์ทั้งสองที่เพาะเลี้ยงในน้ำยาเพาะเลี้ยงนาน 48, 72, 96 ชั่วโมง ผลจากการบ่มเซลล์อสุจิวัวแช่แข็งกับสารหลั่ง POEC และ CC+GC เพื่อประเมินคุณภาพของสารหลั่งที่แช่แข็งในระยะ 1 ถึง 3 เดือน ต่อการเตรียมความพร้อมของเซลล์อสุจิ พบว่าเซลล์อสุจิวัวที่บ่มกับสารหลั่ง POEC ที่ไม่ได้แช่แข็ง และที่แช่แข็งนาน 1 เดือน ถึง 3 เดือน มีเปอร์เซ็นต์การเกิด acrosome reaction เท่ากับ 78.44 +- 7.25, 75.78 +- 4.41, 65.22 +- 5.59, 50.56 +- 6.25 ตามลำดับ และกลุ่มที่เซลล์อสุจิวัวบ่มกับสารหลั่ง CC+GC ที่ไม่ได้แช่แข็ง และที่แช่แข็งนาน 1 เดือน ถึง 3 เดือน มีเปอร์เซ็นต์การเกิด acrosome reaction เท่ากับ 88.67 +- 4.03, 82.22 +- 3.46, 71.00 +-3.16, 58.56 +- 4.69 ตามลำดับ โดยต่างจากกลุ่มที่ไม่บ่มกับหลั่ง ที่เกิด acrosome reaction เพียง 3.89 +- 3.72 ซึ่งมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ จากผลการทดลองนี้ทำให้เกิดความเข้าใจมากขึ้นถึงลักษณะทางสัณฐานวิทยาและธรรมชาติของเซลล์ POEC และ CC+GC ในสภาพธรรมชาติและสภาพเพาะเลี้ยง ข้อมูลนี้มีความสำคัญต่อการศึกษาสารที่เซลล์หลั่งและองค์ประกอบทางชีวเคมีของเซลล์ โดยมีความสำคัญมากในการใช้เซลล์เพื่อเสริมในอาหารเพาะเลี้ยง เพื่อใช้ในการทำปฏิสนธิในหลอดแก้วต่อไป

บรรณานุกรม :
มยุวา อารีกิจเสรี(ยงทรัพย์อนันต์) . (2553). ศึกษาเทคนิคการเพาะเลี้ยง สันฐานวิทยา และลักษณะโปรตีนที่หลั่งจากเซลล์บุท่อนำไข่และเซลล์ล้อมรอบเซลล์ไข่สุกร.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
มยุวา อารีกิจเสรี(ยงทรัพย์อนันต์) . 2553. "ศึกษาเทคนิคการเพาะเลี้ยง สันฐานวิทยา และลักษณะโปรตีนที่หลั่งจากเซลล์บุท่อนำไข่และเซลล์ล้อมรอบเซลล์ไข่สุกร".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
มยุวา อารีกิจเสรี(ยงทรัพย์อนันต์) . "ศึกษาเทคนิคการเพาะเลี้ยง สันฐานวิทยา และลักษณะโปรตีนที่หลั่งจากเซลล์บุท่อนำไข่และเซลล์ล้อมรอบเซลล์ไข่สุกร."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2553. Print.
มยุวา อารีกิจเสรี(ยงทรัพย์อนันต์) . ศึกษาเทคนิคการเพาะเลี้ยง สันฐานวิทยา และลักษณะโปรตีนที่หลั่งจากเซลล์บุท่อนำไข่และเซลล์ล้อมรอบเซลล์ไข่สุกร. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2553.