ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ลิลิตเสด็จไปขัดทัพพม่าเมืองกาญจนบุรี : ประวัติศาสตร์และสังคมสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ลิลิตเสด็จไปขัดทัพพม่าเมืองกาญจนบุรี : ประวัติศาสตร์และสังคมสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น
นักวิจัย : อัญชลี ไมตรี
คำค้น : มหาศักดิพลเสพ, สมเด็จพระบวรราชเจ้า, 2328-2375. ลิลิตเสด็จไปขัดทัพพม่าเมืองกาญจนบุรี -- การวิจารณ์และการตีความ , ลิลิต , นิราศ , วรรณคดีกับประวัติศาสตร์ -- ไทย , ไทย -- ประวัติศาสตร์ -- กรุงรัตนโกสินทร์, 2363
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ตรีศิลป์ บุญขจร , ขวัญดี อัตวาวุฒิชัย , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะอักษรศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2548
อ้างอิง : 9745321419 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/6323
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (อ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2548

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษา ลิลิตเสด็จไปขัดทัพพม่าเมืองกาญจนบุรีพระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพ ในฐานะที่เป็นนิราศเดินทัพ รวมทั้งศึกษาประวัติศาสตร์การสงคราม สังคมและธรรมชาติที่ปรากฏในเรื่อง จากการศึกษาพบว่าลิลิตเสด็จไปขัดทัพพม่าฯเป็นนิราศเดินทัพที่มีเนื้อคร่ำครวญถึงผู้เป็นที่รักและพรรณนาการเดินทางไปขัดทัพพม่าที่เมืองหน้าด่านในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เมื่อ พ.ศ. 2363 วรรณคดีเรื่องนี้สืบทอดฉันทลักษณ์และลีลาการแต่งมาจากลิลิตพระลอ สืบทอดโวหารนิราศมาจากนิราศสมัยกรุงศรีอยุธยา ทั้งยังมีลักษณะเด่นในการพรรณนาการเดินทางอย่างละเอียดเป็นความรู้ การคร่ำครวญถึงผู้เป็นที่รักซึ่งมีตัวตนจริงเป็นที่รู้จัก และการบรรยายเรื่องราวการสงครามเป็นความรู้จากการไปราชการศึกจริง สำหรับการศึกษาประวัติศาสตร์การสงครามในเรื่องพบว่ามีความขัดแย้งกับข้อมูลในหลักฐานทางประวัติศาสตร์ กล่าวคือ ในลิลิตเสด็จไปขัดทัพพม่าฯ สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพเสด็จไปขัดทัพพม่าที่เมืองราชบุรี แต่หลักฐานทางประวัติศาสตร์บันทึกไว้ว่าพระองค์เสด็จไปขัดทัพที่เมืองเพชรบุรี ทั้งนี้สันนิษฐานได้ว่าอาจมีการเปลี่ยนแปลงสถานที่ซึ่งไม่ได้บันทึกไว้ในหลักฐานทางประวัติศาสตร์ หรือสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพอาจดูแลทั้งเมืองราชบุรีและเมืองเพชรบุรี โดยตั้งทัพอยู่ที่เมืองราชบุรีซึ่งเป็นชัยภูมิที่เหมาะสมสามารถป้องกันพม่าที่จะเข้ามาทั้งทางด่านเมืองราชบุรีและด่านใกล้เมืองเพชรบุรี วรรณคดีเรื่องนี้บันทึกรายละเอียดเกี่ยวกับการสงครามครั้ง พ.ศ. 2363 ทั้งการจัดกระบวนการพยุหยาตรา การทำพิธีกรรมเกี่ยวกับการสงคราม การสร้างค่าย การยกทัพไปตรวจด่านชายแดน โดยใช้วิธีการเล่าประวัติศาสตร์ 3 แบบ คือการเล่าบรรยายเหตุการณ์ การเล่าสรุปเหตุการณ์ และการเล่าเหตุการณ์ย้อนอดีต ลิลิตเสด็จไปขัดทัพพม่าฯยังได้สะท้อนสภาพสังคมและธรรมชาติ ทั้งสังคมภายในกาองทัพที่แสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างจอมทัพผู้มีอำนาจสูงสุดกับขุนนาง ทหารและไพร่ ส่วนสังคมภายนอกประชาชนประกอบอาชีพตามความเหมาะสมในแต่ละท้องถิ่น ซึ่งมีความหลากหลายทางธรรมชาติทั้งพืชและสัตว์ ทั้งยังสะท้อนความเชื่อเกี่ยวกับผีและไสยศาสตร์ ความเชื่อทางศาสนาพุทธ และความเชื่อในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ซึ่งเป็นที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจของผู้คนในยามสงคราม

บรรณานุกรม :
อัญชลี ไมตรี . (2548). ลิลิตเสด็จไปขัดทัพพม่าเมืองกาญจนบุรี : ประวัติศาสตร์และสังคมสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อัญชลี ไมตรี . 2548. "ลิลิตเสด็จไปขัดทัพพม่าเมืองกาญจนบุรี : ประวัติศาสตร์และสังคมสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อัญชลี ไมตรี . "ลิลิตเสด็จไปขัดทัพพม่าเมืองกาญจนบุรี : ประวัติศาสตร์และสังคมสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2548. Print.
อัญชลี ไมตรี . ลิลิตเสด็จไปขัดทัพพม่าเมืองกาญจนบุรี : ประวัติศาสตร์และสังคมสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2548.