ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

พฤติกรรมการแสวงหาสารนิเทศของอาจารย์สาขาวิชาประวัติศาสตร์ในมหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชน

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : พฤติกรรมการแสวงหาสารนิเทศของอาจารย์สาขาวิชาประวัติศาสตร์ในมหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชน
นักวิจัย : วชิราภรณ์ คลังธนบูรณ์
คำค้น : การแสวงหาสารสนเทศ , ครูประวัติศาสตร์ , สถาบันอุดมศึกษา , อาจารย์มหาวิทยาลัย
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : พรรณพิมล กุลบุญ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะอักษรศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2546
อ้างอิง : 9741755368 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/6282
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (อ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2546

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมการแสวงหาสารนิเทศของอาจารย์สาขาวิชาประวัติศาสตร์ในมหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชน ในด้านวัตถุประสงค์ แหล่งสารนิเทศ วิธีการสืบค้นสารนิเทศ เนื้อหา ภาษา อายุของสารนิเทศ ปัญหาในการแสวงหาสารนิเทศ และการใช้ประโยชน์จากสารนิเทศในแหล่งสารนิเทศที่แสวงหา ผลการวิจัยพบว่า อาจารย์สาขาวิชาประวัติศาสตร์ในมหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชนส่วนใหญ่ มีวัตถุประสงค์ในการแสวงหาสารนิเทศเพื่อการสอน แสวงหาจากแหล่งสารนิเทศที่ไม่เป็นทางการ คือ การประชุม สัมมนา และแหล่งสารนิเทศที่เป็นทางการ คือ หนังสือและตำรา วิธีการสืบค้นสารนิเทศที่อาจารย์ส่วนใหญ่ใช้ คือ ติดตามรายการอ้างอิงจากเชิงอรรถหรือบรรณานุกรมท้ายเล่มหนังสือ อาจารย์ส่วนใหญ่แสวงหาสารนิเทศที่มีเนื้อหาประวัติศาสตร์ไทยและสังคมและวัฒนธรรม ที่เป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษเท่ากัน อายุของสารนิเทศที่อาจารย์ส่วนใหญ่แสวงหา คือ 1 25 ปี ปัญหาในการแสวงหาสารนิเทศที่อาจารย์ส่วนใหญ่ประสบ คือ ไม่สะดวกที่จะไปใช้แหล่งสารนิเทศที่อยู่ไกล ไม่สามารถติดตามเอกสารในรายการอ้างอิงจากเชิงอรรถหรือบรรณานุกรมท้ายเล่มหนังสือหรือบทความ เนื่องจากห้องสมุดไม่ได้บอกรับ หรือเอกสารส่วนใหญ่อยู่ในต่างประเทศ เนื้อหาสารนิเทศที่ต้องการมีจำนวนน้อย และเสียเวลามาก กว่าจะได้สารนิเทศที่ต้องการ สำหรับการใช้ประโยชน์จากสารนิเทศในแหล่งสารนิเทศที่แสวงหา พบว่า แหล่งสารนิเทศที่ไม่เป็นทางการที่อาจารย์ใช้ประโยชน์ในระดับมาก คือ ทรัพยากรสารนิเทศส่วนตัว และความรู้และประสบการณ์ของตนเอง แหล่งสารนิเทศที่เป็นทางการที่อาจารย์ใช้ประโยชน์ในระดับมากที่สุด คือ หนังสือและตำรา จากสมมติฐานที่กำหนดไว้ 3 ข้อ คือ 1) อาจารย์สาขาวิชาประวัติศาสตร์ในมหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชนส่วนใหญ่แสวงหาสารนิเทศจากหนังสือและตำรา สืบค้นสารนิเทศโดยสำรวจจากชั้นหนังสือ และติดตามรายการอ้างอิงจากเชิงอรรถหรือบรรณานุกรมท้ายเล่มหนังสือ 2) ปัญหาที่อาจารย์สาขาวิชาประวัติศาสตร์ส่วนใหญ่ประสบ คือ ไม่สะดวกที่จะไปใช้แหล่งสารนิเทศที่อยู่ไกล และ 3) อาจารย์สาขาวิชาประวัติศาสตร์ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรสารนิเทศส่วนตัว และความรู้และประสบการณ์ของตนเองในระดับมาก สามารถสรุปได้ว่า สอดคล้องกับสมมติฐานที่กำหนดไว้ 2 ข้อ คือ ข้อ 2 และ ข้อ 3 ส่วนสมมติฐาน ข้อ 1 พบว่า มีทั้งสอดคล้องและไม่สอดคล้องกับสมมติฐาน โดยส่วนที่ไม่สอดคล้องกับสมมติฐาน คือ การสืบค้นสารนิเทศโดยสำรวจจากชั้นหนังสือ ซึ่งผลการวิจัยพบว่าเป็นวิธีการที่อาจารย์ใช้อยู่ในลำดับที่ 4

บรรณานุกรม :
วชิราภรณ์ คลังธนบูรณ์ . (2546). พฤติกรรมการแสวงหาสารนิเทศของอาจารย์สาขาวิชาประวัติศาสตร์ในมหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชน.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วชิราภรณ์ คลังธนบูรณ์ . 2546. "พฤติกรรมการแสวงหาสารนิเทศของอาจารย์สาขาวิชาประวัติศาสตร์ในมหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชน".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วชิราภรณ์ คลังธนบูรณ์ . "พฤติกรรมการแสวงหาสารนิเทศของอาจารย์สาขาวิชาประวัติศาสตร์ในมหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชน."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2546. Print.
วชิราภรณ์ คลังธนบูรณ์ . พฤติกรรมการแสวงหาสารนิเทศของอาจารย์สาขาวิชาประวัติศาสตร์ในมหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชน. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2546.