ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาความเหมาะสมในการตากข้าวเปลือกในระดับไร่นา โดยใช้วัสดุปูรอง

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาความเหมาะสมในการตากข้าวเปลือกในระดับไร่นา โดยใช้วัสดุปูรอง
นักวิจัย : วินิต ชินสุวรรณ
คำค้น : rice , ข้าว , หลังเก็บเกี่ยว
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2537
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=DIG3690002 , http://research.trf.or.th/node/1967
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

Abstract ผลการศึกษา ความเหมาะสมในการตากแห้งข้าวเปลือกในระดับไร่นาโดยใช้วัสดุปูรอง มีสาระสำคัญสรุปได้ดังนี้ 1) อุปกรณ์ตากที่เสนอแต่ละชุดประกอบด้วย : - ตาข่ายพลาสติกสีฟ้า (16 ช่องต่อตารางนิ้ว) ขนาด 10 ม. X 10.69 ม. จำนวน 1 ผืน - ผ้าใบพลาสติกขนาด 10.75 ม. X 11.67 ม. จำนวน 1 ผืน ราคา : 2,120 บาท/ชุด ปริมาณข้าวเปลือกที่สามารถตากได้ : 2.42 ตันของข้าวเปลือกแห้งเมื่อตากหนา 5 ซม. สถานที่ตาก : ลานบ้าน ลานสาธารณะ หรือที่ดอน วิธีการตาก : - ปูพื้นด้วยฟาง (หากจำเป็น) - ปูตาข่ายพลาสติกบนฟางที่จัดเตรียมไว้ หรือสถานที่ที่เตรียมไว้ - เทข้าวที่จะตากลงบนตาข่ายพลาสติกให้หนาประมาณ 5 ซม. - พลิก-กลับข้าวในระหว่างการตากตามความเหมาะสม เพื่อให้แห้งโดยสม่ำเสมอ - คลุมข้าวที่ตากด้วยผ้าใบพลาสติกเพื่อกันฝนหรือน้ำค้าง - รวบรวมข้าวเพื่อจำหน่ายเมื่อข้าวแห้งตามต้องการ 2) ในกรณีที่เกษตรกรสามารถจำหน่ายข้าวเปลือกที่มีความชื้นไม่เกิน 15% ได้ราคาเพิ่มขึ้นตามราคาเฉลี่ยของตลาดกลางสินค้าเกษตร และใช้อุปกรณ์ตากปีละ 2 ครั้ง จะทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น (บาท/ตัน) ข้อเสนอแนะในการแนะนำการใช้อุปกรณ์ตากต่อเกษตรกรมีดังต่อไปนี้ - ใช้ปีละ 2 ครั้ง - ในกรณีที่เกษตรกรเป็นผู้ลงทุน ควรใช้เฉพาะในเขตที่เก็บเกี่ยวข้าวด้วยเครื่องเกี่ยวนวด (ภาคกลางและภาคเหนือตอนล่าง) ซึ่งข้าวเปลือกภายหลังการนวดมีความชื้น 20% ขึ้นไป - ในกรณีที่รัฐเป็นผู้จัดหาอุปกรณ์ตากให้แก่เกษตรกร ควรจัดหาให้เฉพาะเกษตรกรในเขตที่ข้าวเปลือกมีความชื้นภายหลังการนวดเกิน 18% เท่านั้น อนึ่งในกรณีที่เกษตรกรเป็นผู้ลงทุน และใช้อุปกรณ์ตากปีละครั้ง ข้าวเปลือกที่มีความชื้น 15% จะต้องมีราคาสูงกว่าข้าวเปลือกที่มีความชื้น 16-17%, 18-19% และ 20-25% อย่างน้อยตันละ 391 บาท 441 บาท และ 541 บาท ตามลำดับ จึงจะคุ้มทุน 3) ในปัจจุบันมีเกษตรกรประมาณ 20-25% ที่ตากข้าวเปลือกนาปรังก่อนการจำหน่าย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรรายย่อย อุปกรณ์ที่ใช้ตากส่วนใหญ่ได้แก่ ตาข่ายพลาสติกหรือผ้าใบพลาสติก ดังนั้นอุปกรณ์ตากที่เสนอซึ่งใช้วัสดุเดียวกัน จึงเป็นสิ่งที่เกษตรกรส่วนใหญ่ยอมรับว่าปฏิบัติได้ ส่วนสถานที่ตากและการใช้ฟางปูรองหรือไม่นั้น ควรขึ้นอยู่กับความเหมาะสมและความจำเป็นตามสภาพของเกษตรกร อย่างไรก็ตามเกษตรกรบางรายโดยเฉพาะรายที่มีผลผลิตมาก จะไม่สามารถตากได้เพราะมีข้อจำกัดด้านแรงงานและข้อจำกัดอื่น ๆ 4) เกษตรกรควรเป็นผู้ลงทุนสำหรับอุปกรณ์ตาก โดยต้องกำหนดราคาข้าวเปลือกตามความชื้นระดับต่าง ๆ ให้คุ้มค่าและจูงใจต่อการตาก 5) ข้อเสนอแนะในการที่จะชักชวนให้เกษตรกรตากข้าวเปลือกเพื่อให้มีคุณภาพและราคาที่ดีขึ้น มีดังนี้ - กำหนดราคาข้าวเปลือกตามระดับความชื้นต่าง ๆ ให้คุ้มค่าและจูงใจต่อการตาก - เพิ่มจำนวนตลาดกลางสินค้าเกษตรให้มากขึ้นและทั่วถึง เพื่อให้เกษตรกรได้รับราคาขายที่ยุติธรรม - สนับสนุนให้มีตลาดซื้อขายล่วงหน้าสินค้าเกษตร เพื่อเพิ่มทางเลือกให้แก่ เกษตรกร

บรรณานุกรม :
วินิต ชินสุวรรณ . (2537). การศึกษาความเหมาะสมในการตากข้าวเปลือกในระดับไร่นา โดยใช้วัสดุปูรอง.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
วินิต ชินสุวรรณ . 2537. "การศึกษาความเหมาะสมในการตากข้าวเปลือกในระดับไร่นา โดยใช้วัสดุปูรอง".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
วินิต ชินสุวรรณ . "การศึกษาความเหมาะสมในการตากข้าวเปลือกในระดับไร่นา โดยใช้วัสดุปูรอง."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2537. Print.
วินิต ชินสุวรรณ . การศึกษาความเหมาะสมในการตากข้าวเปลือกในระดับไร่นา โดยใช้วัสดุปูรอง. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2537.