ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ความสามารถในการยับยั้งการดื้อยาแบบหลายขนาน (multidrug resistance) ของโมเลกุลสกัดจากมะเม่า (antidesma) ในเซลล์มะเร็งที่ดื้อต่อยาชนิด K562/adr และ GLC4/adr

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ความสามารถในการยับยั้งการดื้อยาแบบหลายขนาน (multidrug resistance) ของโมเลกุลสกัดจากมะเม่า (antidesma) ในเซลล์มะเร็งที่ดื้อต่อยาชนิด K562/adr และ GLC4/adr
นักวิจัย : สำรี มั่นเขตต์กรน์
คำค้น : antidesmone fractions , antioxidant , apoptosis , crude extract of mamoa (Antidesma thwaitesianum Müell. Arg) wood extracts , Multidrug Resistance (MDR) , P-gp substrates
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2553
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=BGJ4480012 , http://research.trf.or.th/node/1912
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษานี้ได้ทำการวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีของสารสกัดหยาบจากเนื้อไม้มะเม่าหลวงที่สกัดด้วย 60% เมธานอลด้วยเทคนิค HPLC แล้วทำการแยกสารสกัดหยาบเป็นส่วน ๆ ด้วยเทคนิค Preparative HPLC ด้วยคอลัมน์ชนิด RP ของ Innertsil preparative และชะด้วยตัวชะที่ความเร็ว 1 มิลลิลิตร/นาที โดยเพิ่มปริมาณแบบเป็นสัดส่วนโดยตรงเริ่มจาก 10% CH3CN ในสารละลาย 3.16 mM HCl จนถึง 40 % CH3CN เมื่อเวลาเพิ่มขึ้นเป็น 40 นาทีโดยเก็บสารได้ 12 กลุ่ม และนำสารละลายที่ผ่านคอลัมน์นำไปทำแห้งและเก็บในตู้ความคุมความชื้นต่ำเพื่อการศึกษาขั้นต่อไป สารกลุ่มที่มีปริมาณมากพบว่าเป็นสารในกลุ่มแอนติเดสโมนโดยเฉพาะโมเลกุล F4 ถึง F8 สารสกัดหยาบและโมเลกุลทั้ง 12 กลุ่มออกฤทธิ์ยับยั้งการเพิ่มจำนวนของเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาว K562 และมะเร็งปอดชนิดเซลล์เล็ก GLC4 ที่ไวและดื้อต่อยาหลายขนานโดยมีประสิทธิภาพในการยับยั้งการเพิ่มจำนวนของเซลล์ที่ดื้อต่อยาแบบหลายขนานใกล้เคียงกับเซลล์ที่ไวต่อยา ในช่วงความเข้มข้นในหน่วยไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร โมเลกุล F4 ถึง F8 ได้ถูกคัดเลือกเพื่อศึกษาอัตรกริยา ที่เกิดขึ้นโดยตรงกับโปรตีน P-glycoprotein และ โปรตีน MRP1 โดยการวัดประสิทธิภาพในการยับยั้งการปั๊มยาพีรารูบีซินออกนอกเซลล์ของโปรตีน และตรวจสอบประสิทธิภาพในการปกป้องการสูญเสียความสามารถในการทำงานของโปรตีนเนื่องจากถูกจับด้วย EDP 86 (สารอนุพันธุ์ของเวราพามิล) ที่สามารถจับแบบถาวรกับโปรตีน P-glycoprotein ด้วยการฉายรังสียูวี ผลการทดลองพบว่าสาร F4 ถึง F8 สามารถป้องกันโปรตีน P-glycoprotein จากการถูกจับด้วย EDP 86 แบบอ่อน ๆ ใกล้เคียงกับฟลาโวนอยด์ แสดงถึงโมเลกุลเหล่านี้เข้าจับกับ P-glycoprotein ในตำแหน่งจำเพาะที่แตกต่างจาก EDP 86 ผลการทดลองแสดงอย่างชัดเจนว่าโมเลกุล F4 ถึง F8 ถูกรู้จักโดย P-glycoprotein และ MRP1 protein และที่มากกว่านั้นโมเลกุล F4 ถึง F8 สามารถลดระดับสารอนุมูลอิสระภายในเซลล์ได้อย่างทันทีทันใดหลังจากเติมลงในสารแขวนลอยของเซลล์มีผลทำให้ไมโตคอนเดรียของเซลล์มะเร็งที่ดื้อต่อยาทำงานมากขึ้นจนเป็นสาเหตุให้เกิดสารอนุมูลอิสระภายในไมโตคอนเดรียสูงขึ้น เป็นต้นเหตุของการชักนำเซลล์ให้เข้าสู่กระบวนการตายแบบอะพอพโตซีส คณะผู้วิจัยเสนอว่ามะเม่าเป็นพืชที่มีศักยภาพสูงและเป็นแหล่งวัตถุดิบเพื่อการพัฒนายา ถ้าได้รับการศึกษาอย่างลึกซึ้งโมเลกุลที่แยกบริสุทธิ์จากพืชชนิดนี้น่าจะได้รับการพิจารณาเป็นยารักษามะเร็งแบบใหม่ทั้งนี้เนื่องจากโมเลกุลเหล่านี้สามารถยับการทำงานของโปรตีนดื้อยาและชักนำเซลล์ที่ไวและดื้อต่อให้เข้าสู่กระบวนการตายแบบอพอพโตซีสได้ใกล้เคียง The chemical composition of Mamoa Laung crude extract obtained by maceration using 60% methanol was analysed by using photodiode array HPLC. The crude extract was purified by using preparative HPLC using RP Innertsil preparative column. The column was eluted by 1 mL.min-1 flow rate, with linear gradient starting with 10 % CH3CN in 3.16 mM HCl and ending with 40% CH3CN over 40 minutes. Twelve fractions were obtained then lyophilized and stored in low humidified cabinet until use. The abundant fractions obtained from the preparative column particularly F4 to F8 were antidesmone. The crude extracts and fractions efficiently inhibited cancer cell growth at microgram per mL with similar efficacy in drug-sensitive and –resistant cancer cells. The F4 to F8 were selected for studying their direct interaction with MDR proteins including P-glycoprotein and MRP 1 proteins by measuring the efficiency of the proteins mediated-efflux of pirarubicin out of cells. The ability of F4 and F8 to protect P-glycoprotei from photolabeling of EDP86 was applied for confirming the direct interaction of molecules with the protein. The results showed that all molecules efficiently decreased in the MDR protein function to pump pirarubicin out of cells. The molecules weakly protected P-glycoprotein from photolabeling of EDP 96 signified that the molecules probably bound to P-glycoprotein at different binding site with those of EDP86. The results clearly showed that the F4 to F8 were recognized by both P-glycoprotein and MRP1 protein. In addition, these molecules exhibited intracellular antioxidant activity, once reached at cytoplasm they immediately eliminated the intracellular reactive oxygen species causing the cells to be found in pro-oxidative conditions, triggering an up-regulation of mitochondrial function, the origin of apoptosis induction. We proposed that Mamoa is very high potential raw material for pharmaceutical molecules and the molecules purified from the plant could be considered as high potential anticancer molecules since they can inhibit MDR protein function as well as induced cellular apoptosis of both drug-sensitive and –resistant cells.

บรรณานุกรม :
สำรี มั่นเขตต์กรน์ . (2553). ความสามารถในการยับยั้งการดื้อยาแบบหลายขนาน (multidrug resistance) ของโมเลกุลสกัดจากมะเม่า (antidesma) ในเซลล์มะเร็งที่ดื้อต่อยาชนิด K562/adr และ GLC4/adr.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
สำรี มั่นเขตต์กรน์ . 2553. "ความสามารถในการยับยั้งการดื้อยาแบบหลายขนาน (multidrug resistance) ของโมเลกุลสกัดจากมะเม่า (antidesma) ในเซลล์มะเร็งที่ดื้อต่อยาชนิด K562/adr และ GLC4/adr".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
สำรี มั่นเขตต์กรน์ . "ความสามารถในการยับยั้งการดื้อยาแบบหลายขนาน (multidrug resistance) ของโมเลกุลสกัดจากมะเม่า (antidesma) ในเซลล์มะเร็งที่ดื้อต่อยาชนิด K562/adr และ GLC4/adr."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2553. Print.
สำรี มั่นเขตต์กรน์ . ความสามารถในการยับยั้งการดื้อยาแบบหลายขนาน (multidrug resistance) ของโมเลกุลสกัดจากมะเม่า (antidesma) ในเซลล์มะเร็งที่ดื้อต่อยาชนิด K562/adr และ GLC4/adr. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2553.