ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การเขียนของเด็กปฐมวัย : กรณีศึกษาในโรงเรียนที่ใช้แนวการศึกษาไฮสโคปและวอลดอร์ฟ

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การเขียนของเด็กปฐมวัย : กรณีศึกษาในโรงเรียนที่ใช้แนวการศึกษาไฮสโคปและวอลดอร์ฟ
นักวิจัย : นิพพิทา ถาวรเศรษฐ
คำค้น : เด็กวัยก่อนเข้าเรียน -- การเขียน , การสอนเขียน (อนุบาล) , การศึกษาขั้นก่อนประถม
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : พูนสุข บุณย์สวัสดิ์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะครุศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2545
อ้างอิง : 9741733828 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/6084
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2545

ศึกษาการเขียนของเด็กปฐมวัยในโรงเรียนที่ใช้แนวการศึกษาไฮสโคปและวอลดอร์ฟ ผู้ให้ข้อมูลคือ เด็กนักเรียน อายุ 3-8 ปี ครู ผู้บริหารและผู้ปกครอง เก็บข้อมูลโดยการสังเกตแบบเป็นทางการและไม่เป็นทางการ การสัมภาษณ์และการศึกษาเอกสาร ผลการวิจัยมีดังนี้ โรงเรียนที่ใช้แนวการศึกษาไฮสโคป 1. แบบแผนการเขียนของเด็กปฐมวัย : พัฒนาการการรู้หนังสือ แบบแผนการเขียนของเด็กช่วงวัย 3-6 ปี มีขั้นตอนคือ 1) การขีดเขี่ยที่ไม่สื่อความหมายตามการรับรู้สิ่งแวดล้อม เนื่องจากเป็นการเรียนรู้การใช้สื่ออุปกรณ์ในการสร้างสัญลักษณ์ของเด็ก 2) การวาดภาพที่มีความหมาย ภาพคนเป็นภาพแรกที่เด็กสร้างสรรค์ขึ้น ซึ่งสะท้อนจากการเรียนรู้สิ่งแวดล้อมรอบตัว และ 3) การเขียนแบบสื่อสาร ซึ่งผ่านกิจกรรมการเขียนที่หลากหลายเพื่อมุ่งสู่การเรียนรู้การเขียนด้วยตนเองของเด็ก แบบแผนการเขียนของเด็กช่วงวัย 6-8 ปี มีขั้นตอนคือ 1) การเขียนเส้น 13 เส้น ซึ่งองค์ประกอบย่อยของตัวอักษร และ 2) การประสมตัวอักษรเป็นคำ โดยผ่านการเรียนรู้แบบจำกฎการเขียนและการอ่าน 2. ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเขียน 1) แนวการสอนที่เอื้ออำนวยต่อกัน 2) การเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติ 3) กิจกรรมการเขียนเกิดจากประสบการณ์ตรงที่มีความหมาย 4) การจัดประสบการณ์เขียนโดยประเมินจากพัฒนาการเด็ก 5) การจัดกิจกรรมที่ช่วยเตรียมความพร้อมด้านการเขียน 6)สภาพแวดล้อมที่พรั่งพร้อมอย่างมีความหมาย 7) การเป็นแบบอย่างทางภาษาเพื่อการสื่อ และ 8) บรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ โรงเรียนที่ใช้แนวการศึกษาวอลดอร์ฟ 1. แบบแผนการเขียนของเด็กปฐมวัย : พัฒนาการการตระหนักรู้ตัวตนของตนเอง แบบแผนการเขียนของเด็ก 3-6 ปี มีขั้นตอนคือ 1) การขีดเขี่ยวนเข้าข้างในเป็นวงกลม และภาพวงกลมที่มีสัญลักษณ์ที่สะท้อนการรู้จักตัวตนของเด็ก 2) การวาดลายเส้น ภาพบันได ตาราง เป็นผลสะท้อนจากประสบการณ์ภายใน และ 3) การวาดภาพคนในลักษณะต่างๆ และสิ่งแวดล้อม เป็นผลจากประสบการณ์และจินตนาการเป็นสำคัญ แบบแผนการเขียนของเด็กช่วงวัย 6-8 ปี คือ การเขียนที่เกิดจากความรู้สึก พลังทางร่างกาย ความจำและความคิด 2. ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเขียน 1) ครูเป็นแบบอย่างผู้ที่พัฒนาการตระหนักรู้ตัวตนของตนเองตามวัย 2) ครูใช้ภาษาเป็นสื่อเพื่อเข้าถึงสัจธรรมและคุณธรรม 3) ครูใช้ภาษาถูกต้องตามหลักเกณฑ์ เข้าใจธรรมชาติและพลังของภาษา และเข้าถึงสุนทรียะ 4) การเฝ้าสังเกตุและพิจารณาการตระหนักรู้ของตนเอง 6) การใช้จินตนาการผ่านวัสดุปลายเปิด

บรรณานุกรม :
นิพพิทา ถาวรเศรษฐ . (2545). การเขียนของเด็กปฐมวัย : กรณีศึกษาในโรงเรียนที่ใช้แนวการศึกษาไฮสโคปและวอลดอร์ฟ.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
นิพพิทา ถาวรเศรษฐ . 2545. "การเขียนของเด็กปฐมวัย : กรณีศึกษาในโรงเรียนที่ใช้แนวการศึกษาไฮสโคปและวอลดอร์ฟ".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
นิพพิทา ถาวรเศรษฐ . "การเขียนของเด็กปฐมวัย : กรณีศึกษาในโรงเรียนที่ใช้แนวการศึกษาไฮสโคปและวอลดอร์ฟ."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2545. Print.
นิพพิทา ถาวรเศรษฐ . การเขียนของเด็กปฐมวัย : กรณีศึกษาในโรงเรียนที่ใช้แนวการศึกษาไฮสโคปและวอลดอร์ฟ. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2545.