ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ความปลอดภัยทางชีวภาพในสิ่งมีชีวิตตัดแต่งพันธุกรรม: การนำมาตรการทางกฎหมายมาใช้บังคับในประเทศไทย

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ความปลอดภัยทางชีวภาพในสิ่งมีชีวิตตัดแต่งพันธุกรรม: การนำมาตรการทางกฎหมายมาใช้บังคับในประเทศไทย
นักวิจัย : เศรษฐบุตร อิทธิธรรมวินิจ
คำค้น : biosafety , biotechnology , GMO , law , กฎหมาย , ความปลอดภัยทางชีวภาพ , สิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม , เทคโนโลยีชีวภาพ
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2551
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=TRG4680029 , http://research.trf.or.th/node/1757
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วัตถุประสงค์ของการวิจัยคือเพื่อศึกษาสถานการณ์ของประเทศไทยในด้านความปลอดภัยทางชีวภาพจากสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมและศึกษากฎหมายความปลอดภัยทางชีวภาพของประเทศอื่นเพื่อนำมาเป็นแนวทางในการเสนอแนะมาตรการทางกฎหมายความปลอดภัยทางชีวภาพของประเทศไทย ระเบียบวิธีวิจัยที่นำมาใช้คือวิธีวิจัยเชิงคุณภาพและได้สัมภาษณ์บุคคลที่เกี่ยวข้องเพื่อนำความเห็นมาพิจารณาในการยกร่างกฎหมายความปลอดภัยทางชีวภาพของประเทศไทย ผลการศึกษาวิจัยพบว่า ประเทศไทยไม่มีกฎหมายว่าด้วยความปลอดภัยทางชีวภาพที่เป็นกฎหมายเฉพาะ จึงนำกฎหมายที่มีอยู่มาบังคับใช้โดยอนุโลม เช่น พระราชบัญญัติกักพืช พ.ศ. 2507 โดยกฎหมายเหล่านั้นไม่ได้บัญญัติขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้บังคับกับสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม อีกทั้ง กฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบันไม่อาจใช้บังคับกับสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมได้ทุกประเภทและไม่ครอบคลุมการดำเนินการทั้งหมดเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม ดังนี้ ควรที่จะมีการยกร่างกฎหมายว่าด้วยความปลอดภัยทางชีวภาพให้เป็นกฎหมายเฉพาะเพื่อควบคุมการใช้และการพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพสมัยของประเทศ และอุดช่องว่างของกฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบัน กฎหมายว่าด้วยความปลอดภัยทางชีวภาพควรครอบคลุมในเรื่องการปลดปล่อยสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม การใช้สิ่งมีชีวิตในสภาพควบคุม การนำเข้าและนำผ่านสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม การประเมินความเสี่ยง การจัดการความเสี่ยง การติดฉลาก ข้อมูลความลับ การมีส่วนร่วมของประชาชน ความรับผิดและการเยียวยา หน่วยงานชำนาญการ และการลงโทษ The main objective of this research was to scrutinize the biosafety situations on GMOs in Thailand and examine biosafesty laws in other countries in order to introduce the legal biosafety measures where could be applicable in Thailand. The documentary research appoach was enployed. Moreover, the interview was the research toll. The opinion on biosafety matters would take into account for drafting Thai biosafety legislation. The major finding of this research shows that tgere is on specific law on biosafety application in Thailand. However, the existing laws, for examples, Plant Quarantine Act B.E.2507, apply to biosafety issues, mutatis mutandis. Such existing laws did not have the purpose of biosafety matters. Additionally, they can control only some of GMOs and cannot regulate all activities dealing with GMOs. It is recommended that the specific law on biosafety should be addressesd to better regulate the country's use and development of modern biotechnology and fill the gap of the exosting laws. The national biosafety law should cover the subject matters of GMOs as follows: intentional release, contained use, transboundary movement and transit, risk assessment, risk management, labeling, confidential information, public participation, liability and redress, competentauthority, and penalty

บรรณานุกรม :
เศรษฐบุตร อิทธิธรรมวินิจ . (2551). ความปลอดภัยทางชีวภาพในสิ่งมีชีวิตตัดแต่งพันธุกรรม: การนำมาตรการทางกฎหมายมาใช้บังคับในประเทศไทย.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
เศรษฐบุตร อิทธิธรรมวินิจ . 2551. "ความปลอดภัยทางชีวภาพในสิ่งมีชีวิตตัดแต่งพันธุกรรม: การนำมาตรการทางกฎหมายมาใช้บังคับในประเทศไทย".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
เศรษฐบุตร อิทธิธรรมวินิจ . "ความปลอดภัยทางชีวภาพในสิ่งมีชีวิตตัดแต่งพันธุกรรม: การนำมาตรการทางกฎหมายมาใช้บังคับในประเทศไทย."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2551. Print.
เศรษฐบุตร อิทธิธรรมวินิจ . ความปลอดภัยทางชีวภาพในสิ่งมีชีวิตตัดแต่งพันธุกรรม: การนำมาตรการทางกฎหมายมาใช้บังคับในประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2551.