ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ความสัมพันธ์ระหว่างการประเมินความเครียด ความเข้มแข็งเกี่ยวกับสุขภาพ การสนับสนุนทางสังคม การเผชิญความเครียด กับการปรับตัวของผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจตาย

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ความสัมพันธ์ระหว่างการประเมินความเครียด ความเข้มแข็งเกี่ยวกับสุขภาพ การสนับสนุนทางสังคม การเผชิญความเครียด กับการปรับตัวของผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจตาย
นักวิจัย : รุ่งทิพย์ เบ้าตุ่น
คำค้น : ความเครียด (จิตวิทยา) , กล้ามเนื้อหัวใจตาย , ผู้ป่วย
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ชนกพร จิตปัญญา , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะพยาบาลศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2546
อ้างอิง : 9741734395 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/5986
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (พย.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2546

การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงสหสัมพันธ์ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการประเมินความเครียด ความเข้มแข็งเกี่ยวกับสุขภาพ การสนับสนุนทางสังคม การเผชิญความเครียดกับการปรับตัวของผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจตาย กลุ่มตัวอย่างคือผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจตาย โรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า โรงพยาบาลตำรวจและโรงพยาบาลรามาธิบดี จำนวน 130 คน ใช้วิธีการสุ่มแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บ รวบรวมข้อมูล คือ แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล แบบวัดการประเมินความเครียด แบบวัดความเข้มแข็งเกี่ยวกับสุขภาพ แบบสอบถามการสนับสนุนทางสังคม แบบสอบถามวิธีการเผชิญความเครียดและแบบวัดการปรับตัว ผ่านการตรวจสอบความตรงตามเนื้อหาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ ได้ค่าความเที่ยงแบบวัดการประเมินความเครียดจำแนกตามรายด้านอันตราย/สูญเสีย คุกคามและท้าทาย เท่ากับ .73, .87, .57 ตามลำดับ แบบสอบถามวิธีการเผชิญความเครียดแบบมุ่งแก้ปัญหาและแบบมุ่งปรับอารมณ์ เท่ากับ .72, .82 ตามลำดับ แบบวัดความเข้มแข็งเกี่ยวกับสุขภาพ แบบสอบถามการสนับสนุนทางสังคมและแบบวัดการปรับตัว เท่ากับ .85, .87, และ .91 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน และการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน ผลการวิจัยพบว่า 1. การปรับตัวโดยรวมของผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจตายอยู่ในระดับดี (X=2.16) 2. การประเมินความเครียดด้านความท้าทายและด้านความคุกคามของผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจตายอยู่ในระดับปานกลาง (X=2.71 และ 2.24 ตามลำดับ) และการประเมินความเครียดด้านอันตราย/สูญเสียอยู่ในระดับต่ำ (X=1.83) 3. ความเข้มแข็งเกี่ยวกับสุขภาพของผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจตายอยู่ในระดับสูง (X=4.94) 4. การสนับสนุนทางสังคมของผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจตายอยู่ในระดับสูง (X=5.02) 5. การเผชิญความเครียดแบบมุ่งแก้ปัญหาและการเผชิญความเครียดแบบมุ่งปรับอารมณ์ ของผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจตายอยู่ในระดับปานกลาง (X=2.49 และ 2.38 ตามลำดับ) 6. การประเมินความเครียดด้านความคุกคาม การประเมินความเครียดด้านอันตราย/สูญเสีย ความเข้มแข็งเกี่ยวกับสุขภาพ และการสนับสนุนทางสังคม สามารถร่วมกันพยากรณ์การปรับตัวของผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจตายได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยมีอำนาจพยากรณ์ได้ร้อยละ 51.20 และสามารถสร้างสมการในรูปคะแนนมาตรฐาน ได้ดังนี้ การปรับตัวของผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจตาย = - 0.354 (การประเมินความเครียดด้านความคุกคาม) - 0.234 (การประเมินความเครียดด้านอันตราย/สูญเสีย) + 0.212 (ความเข้มแข็งเกี่ยวกับสุขภาพ) + 0.146 (การสนับสนุนทางสังคม)

บรรณานุกรม :
รุ่งทิพย์ เบ้าตุ่น . (2546). ความสัมพันธ์ระหว่างการประเมินความเครียด ความเข้มแข็งเกี่ยวกับสุขภาพ การสนับสนุนทางสังคม การเผชิญความเครียด กับการปรับตัวของผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจตาย.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
รุ่งทิพย์ เบ้าตุ่น . 2546. "ความสัมพันธ์ระหว่างการประเมินความเครียด ความเข้มแข็งเกี่ยวกับสุขภาพ การสนับสนุนทางสังคม การเผชิญความเครียด กับการปรับตัวของผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจตาย".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
รุ่งทิพย์ เบ้าตุ่น . "ความสัมพันธ์ระหว่างการประเมินความเครียด ความเข้มแข็งเกี่ยวกับสุขภาพ การสนับสนุนทางสังคม การเผชิญความเครียด กับการปรับตัวของผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจตาย."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2546. Print.
รุ่งทิพย์ เบ้าตุ่น . ความสัมพันธ์ระหว่างการประเมินความเครียด ความเข้มแข็งเกี่ยวกับสุขภาพ การสนับสนุนทางสังคม การเผชิญความเครียด กับการปรับตัวของผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจตาย. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2546.