ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

สมบัติทางเคมีและทางกายภาพของสตาร์ชเท้ายายม่อม Tacca leontopetaloides Ktze

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : สมบัติทางเคมีและทางกายภาพของสตาร์ชเท้ายายม่อม Tacca leontopetaloides Ktze
นักวิจัย : ทัศนัย อรรถพรพิทักษ์
คำค้น : สตาร์ชเท้ายายม่อม , สตาร์ช , แป้งเท้ายายม่อม
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : กัลยา เลาหสงคราม , สายวรุฬ ชัยวานิชศิริ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะวิทยาศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2546
อ้างอิง : 9741754086 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/5694
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2546

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสมบัติทางเคมีและทางกายภาพของสตาร์ชเท้ายายม่อม โดยจากการสกัดสตาร์ชจากหัวเท้ายายม่อม 2 พันธุ์ (green stem Tacca, GST และ purple stem Tacca, PST) ด้วยวิธีโม่เปียก พบว่า yield ที่ได้เท่ากับ 24.46 และ 20.43 % รูปร่างแกรนูลของ สตาร์ชทั้ง 2 พันธุ์ เป็นรูปไข่และรูปถ้วย เส้นผ่านศูนย์กลางอยู่ในช่วง 11.17 - 33.51 ไมครอน เม็ดสตาร์ชมีผิวเรียบแต่ที่บริเวณรอยตัดของเม็ดสตาร์ชรูปถ้วยมีลักษณะผิวไม่เรียบ สตาร์ช GST และ PST มีปริมาณคาร์โบไฮเดรต เท่ากับ 99.62 และ 99.37 %โดยน้ำหนักแห้ง ปริมาณอะมิโลส 24.53 % และ 21.16 % และมีไขมัน เถ้า เส้นใย ฟอสฟอรัส และโปรตีนน้อยมาก โครงสร้างผลึกของ สตาร์ชเท้ายายม่อมเป็นแบบ C สตาร์ชเท้ายายม่อมมีกำลังการพองตัวปานกลาง โดยสตาร์ช PST มีกำลังการพองตัวสูงกว่า GST เมื่อศึกษาการเกิดเจลาติไนเซชันด้วย RVA พบว่าอุณหภูมิในการ เกิดเจลาติไนเซชันของสตาร์ช GST และ PST เท่ากับ 72.25 องศาเซลเซียส และ 74.43 องศาเซลเซียส ซึ่งอยู่ในช่วงอุณหภูมิที่ศึกษาด้วย DSC (67.50 83.33 องศาเซลเซียส) เมื่อศึกษาสมบัติด้านความหนืด ของแป้งเปียกด้วย RVA พบว่า แป้งเปียกมีลักษณะใส ความหนืดสูง ความทนทานต่อแรงเฉือนและ ความร้อนต่ำ โดยสตาร์ช PST มีความหนืดสูงกว่าสตาร์ช GST เมื่อศึกษาเสถียรภาพ ของแป้งเปียก ที่ pH 3 - 9 พบว่า ที่ pH 3 สตาร์ชเท้ายายม่อมทั้ง 2 พันธุ์ มีค่า breakdown สูงและค่า final viscosity ต่ำ ทำให้แป้งเปียกที่ pH นี้มีเสถียรภาพต่ำกว่าที่ pH อื่นๆ นอกจากนี้แป้งเปียกที่ความเข้มข้นสูงจะมี เสถียรภาพของความหนืดต่ำกว่าแป้งเปียกความเข้มข้นต่ำ เมื่อศึกษาสมบัติการเกิดรีโทรเกรเดชัน ด้วย DSC พบว่าเกิดรีโทรเกรเดชันเมื่อเก็บไว้ที่ 4 องศาเซลเซียส นาน 1 วัน การเกิดรีโทรเกรเดชัน เพิ่มขึ้นเมื่อเก็บนาน 7 วัน และเมื่อเก็บไว้นานขึ้น(14 วัน) การเกิดรีโทรเกรเดชันมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น อย่างช้าๆ การเก็บที่ - 20 องศาเซลเซียส ช่วยลดการเกิดรีโทรเกรเดชันได้ และเมื่อศึกษาการเกิด รีโทรเกรเดชันด้วยวิธี freeze-thaw stability พบว่า สตาร์ชเท้ายายม่อมมี freeze-thaw stability ต่ำ เจลแป้งที่ผ่านการ freeze-thaw มีโครงสร้างคล้ายฟองน้ำ แสดงว่าเกิดรีโทรเกรเดชันได้ดี จากการ วิเคราะห์ค่า intrinsic viscosity ของสารละลายสตาร์ชเท้ายายม่อมเข้มข้น 6 % ที่ pH 3 - 9 และ ปริมาณซูโครส 0 - 100 % โดยน้ำหนักสตาร์ชแห้ง พบว่า pH และความเข้มข้นของซูโครสไม่มีผลต่อ การเปลี่ยนแปลงค่า intrinsic viscosity ยกเว้นที่ pH 3 ซึ่ง intrinsic viscosity มีค่าลดลงเมื่อปริมาณ ซูโครสเพิ่มขึ้น และเมื่อศึกษาสมบัติการไหลของสตาร์ชเท้ายายม่อมที่ความเข้มข้น 2.5- 4 % พบว่า มีการไหลแบบ Pseudoplastic จากการศึกษาสมบัติทาง viscoelastic ของเจลแป้งเท้ายายม่อมความ เข้มข้น 20 g/dl พบว่าสตาร์ช GST มีเจลที่แข็งแรงกว่าสตาร์ช PST

บรรณานุกรม :
ทัศนัย อรรถพรพิทักษ์ . (2546). สมบัติทางเคมีและทางกายภาพของสตาร์ชเท้ายายม่อม Tacca leontopetaloides Ktze.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ทัศนัย อรรถพรพิทักษ์ . 2546. "สมบัติทางเคมีและทางกายภาพของสตาร์ชเท้ายายม่อม Tacca leontopetaloides Ktze".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ทัศนัย อรรถพรพิทักษ์ . "สมบัติทางเคมีและทางกายภาพของสตาร์ชเท้ายายม่อม Tacca leontopetaloides Ktze."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2546. Print.
ทัศนัย อรรถพรพิทักษ์ . สมบัติทางเคมีและทางกายภาพของสตาร์ชเท้ายายม่อม Tacca leontopetaloides Ktze. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2546.