ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

1.โครงสร้างของโครมาตินในเซลล์สืบพันธุ์เพศผู้ของสัตว์มีกระดูกสันหลังและสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง 2.การศึกษาแอนติเจนของพยาธิใบไม้ตับ Fasciola gigantica ที่มีศักยภาพเป็นวัคซีนตัวเลือกและกระบวนการสังเคราะห์แอนติเจนที่ระดับเซลล์ฯ

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : 1.โครงสร้างของโครมาตินในเซลล์สืบพันธุ์เพศผู้ของสัตว์มีกระดูกสันหลังและสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง 2.การศึกษาแอนติเจนของพยาธิใบไม้ตับ Fasciola gigantica ที่มีศักยภาพเป็นวัคซีนตัวเลือกและกระบวนการสังเคราะห์แอนติเจนที่ระดับเซลล์ฯ
นักวิจัย : ประเสริฐ โศภน
คำค้น : -
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2545
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RTA4080004 , http://research.trf.or.th/node/1672
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

1. โครงสร้างของโครมาตินในเซลล์สืบพันธุ์เพศผู้ของสัตว์มีกระดูกสันหลังและ สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง เราได้ศึกษาเปรียบเทียบการจัดระดับและการขดตัวของใยโครมาตินในเซลล์สืบพันธุ์เพศผู้ ของสัตว์มีกระดูกสันหลังได้แก่ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม (มนุษย์, หนู Rattus rattus) กับสัตว์ครึ่งบกครึ่ง น้ำ (กบนา-Rana tigerina) และสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังได้แก่ หอย gastropods (หอยเป๋าฮื้อ Haliotis asinina และหอยทากยักษ์ Achatina fulica) กับสัตว์ตัวแบน (พยาธิใบไม้ตับ Fasciola gigantica) พบว่าขั้นตอนของเซลล์ และการจัดระดับของใยโครมาตินในช่วง spermatogenesis ของ สัตว์ทุกชนิดที่ได้ศึกษามีลักษณะอนุรักษ์ โดยเซลล์แบ่งเป็นระยะ spermatogonia 1-3 ขั้น ระยะ primary spermatocytes (PSc) 6 ขั้น (leptotene-LSc, zygotene-ZSc, pachytene-PSc, diplotene-DSc, diakinesis-DiSc และ metaphase-MSc) และระยะ secondary spermatocyte (SSc) 1 ขั้น ใยโครมาตินในขั้น Sg และ PSc จาก LSc ถึง DSc มีสองขนาดคือ ขนาด 10 nm และ 30 nm ซึ่งมีลักษณะขดและหยักไปมา ใยขนาด 30 nm เริ่มขดพันรอบ ๆ แกนกลาง (axis of condensation-Ax) ซึ่งเป็นเส้นเดี่ยวหนาทึบใน LSc ทำให้เกิดก้อน heterochromatin ขนาดใหญ่ และยาวขึ้นในระยะ ZSc, PSc, DSc จนกระทั่งกลายเป็นท่อนโครโมโซมในระยะ DiSc และ MSc ในขณะที่ใยขนาด 10 nm ลดน้อยลงและหายไปใน MSc ใยขนาด 30 nm คลายตัวอีกครั้งในเซลล์ SSc ของสัตว์ชั้นสูง (มนุษย์, หนู, กบ, หอยทากยักษ์) และกระจายออกอย่างสม่ำเสมออีกครั้งใน เซลล์ spermatid ขั้นต้น พร้อมกับมีใยขนาด 10 nm ปรากฏขึ้นอีกครั้งซึ่งบ่งชี้ว่าน่าจะมี transcriptional activity สำหรับ mRNA โดยเฉพาะที่ควบคุมการสร้าง acrosomal enzymes ที่ บรรจุอยู่ใน proacrosomal granules ที่สังเคราะห์จากระบบ rough endoplasmic reticulum และ Golgi complex ที่พัฒนาเต็มที่ ส่วนในสัตว์ชั้นต่ำ (หอยเป๋าฮื้อ, พยาธิ Fasciola) โครมาตินที่เคย ขดตัวอยู่ในขั้น SSc จะผ่านเข้าสู่เซลล์ spermatids ขั้นต้นเลยโดยไม่มีการคลี่ตัวออก ทั้งนี้เนื่องจาก การสร้าง proacrosomal granules เกิดขึ้นและเสร็จสิ้นแล้วในขั้น PSc แกรนูลเหล่านี้เพียงแต่ถูกนำ มาประกอบกันเข้าเป็น acrosome ใน spermatids ขั้นต้น ดังนั้นก้อน heterochromatin จึงไม่จำ เป็นต้องคลายตัวออกเนื่องจากไม่มี transcription เพื่อสร้าง mRNA สำหรับ acrosomal enzymes อีก เซลล์ spermatids ของสัตว์ชั้นต่ำดังกล่าวจึงแยกเป็นอิสระจากกันทันทีและแต่ละเซลล์สามารถ พัฒนาต่อไปโดยไม่ต้องอาศัย Sertoli cells เป็นพี่เลี้ยงอย่างเช่นในสัตว์ชั้นสูง ในช่วง spermiogenesis เซลล์ spermatids มีจำนวนขั้นที่แตกต่างกันอย่างมาก ขึ้นอยู่กับ รูปร่างของเซลล์อสุจิที่ต้องพัฒนาขึ้นว่ามีความซับซ้อน และมีโครมาตินที่ขดกันแน่นเพียงใด โดย พบว่าในสัตว์ที่เซลล์อสุจิมีรูปร่างซับซ้อนมาก ๆ และโครมาตินขดพันกันแน่นมาก มักมีจำนวนขั้น ของเซลล์มาก เช่น ในมนุษย์มีเซลล์ spermatids 8 ขั้น, ในหนูมี 19 ขั้น, ในกบมี 4 ขั้น, ในหอย เป๋าฮื้อมี 4 ขั้น, ในหอยทากยักษ์มี 10 ขั้น และในพยาธิใบไม้ตับมี 5 ขั้น พบว่าการจัดระดับและการ ขดตัวของใยโครมาตินในช่วง spermiogenesis มี 4 รูปแบบ คือ แบบที่หนึ่ง (มนุษย์, หอยเป๋าฮื้อ) ใยขนาด 30 nm ที่มีการจัดตัวแบบ nucleosomal organization และเป็นใยโครมาตินหลักในเซลล์ spermatids ระยะต้น จะมีโปรตีนประจุบวกเช่น transitional proteins (TP) กับ protamines (ใน มนุษย์) และ protamine-liked proteins (PL) (ในหอยเป๋าฮื้อ) เข้ามาแทนที่ histones ในเซลล์ spermatids ช่วงกลาง (acrosome phase) ทำให้ใยโครมาตินแต่ละเส้นซึ่งมีโปรตีนใหม่ขดพันรอบ ตัวเองเป็นจุด ๆ ทำให้เกิดเป็นก้อนโครมาตินขนาด 50-100 nm เป็นระยะ ๆ ที่โยงติดกันซึ่งปรากฏ อยู่ในเซลล์ spermatids ขั้นท้าย ๆ ช่วง maturation phase ก้อนโครมาตินเหล่านี้จะกระชับเข้าหา กันจนกลายเป็นสายโครมาตินที่หนาและมีปุ่มตลอดความยาว ซึ่งจะเข้ามาเรียงติดกันแน่นจนทำให้ โครมาตินแน่นทึบในระยะเซลล์อสุจิ ในแบบที่สองและสาม (หนู, หอยทากยักษ์) โปรตีน histones ในใยโครมาตินขนาด 30 nm จะถูกแทนที่โดย transitional proteins และ protamines (หนู) หรือ PL โปรตีน (หอยทากยักษ์) ในเซลล์ spermatid ช่วงกลาง (acrosome phase) เป็นผลให้ใยโครมา ตินเปลี่ยนจากขนาด 30 nm กลายเป็นเส้นโครมาตินที่มีความหนาขึ้นถึง 40-50 nm (หนู) หรือลด ขนาดลงเหลือ 15-20 nm (หอยทากยักษ์) ซึ่งเหยียดตรงและวางตัวขนานกัน ในเซลล์ spermatid ขั้นท้าย ๆ (maturation phase) เส้นโครมาตินเหล่านี้จะเรียงติดกันแน่นตามขนานจนกลายเป็นแท่ง โครมาตินขนาดหนา (70-100 nm) ในหนู หรือแผ่นโครมาตินที่เรียงซ้อนกันขนาด 110-120 nm ใน หอยทากยักษ์ แท่งหรือแผ่นโครมาตินเหล่านี้จะเข้ามาเรียงติดกันแน่นตามขนานจนกลายเป็นโครมา ตินที่แน่นทึบเต็มที่ในเซลล์อสุจิ ในบางกรณีโครมาตินที่รวมตัวแน่นในเซลล์อสุจิมีใยที่อัดแน่นเรียง กันลักษณะคล้ายผลึก (หอยทากยักษ์ และพยาธิใบไม้ตับ) แบบที่สี่ในกบใยโครมาตินยังคงขนาด 30 nm ในเซลล์ spermatids ทุกขั้นและมีลักษณะเป็น nucleosomal organization จนถึงในเซลล์ spermatids ช่วงสุดท้ายและเซลล์อสุจิ ใยโครมาตินเหล่านี้เพียงขดตัวรวมกันเข้าโดยการชักนำด้วย โปรตีน histone 1 variant (H1V) ซึ่งเป็นการขดกันที่ทึบแต่พันธะไม่แข็งแรงมาก เนื่องจากใยโครมา ตินเหล่านี้จะถูกคลี่ออกได้ง่ายกว่าแบบที่หนึ่ง สอง และสาม การขดแบบนี้มีลักษณะคล้ายคลึงกับ กระบวนการขดตัวของใยโครมาตินในนิวเคลียสของเซลล์ร่างกายที่พัฒนาเต็มที่แล้ว เช่น ใน นิวเคลียสของเซลล์เม็ดเลือดแดงของไก่ และกบที่ใช้โปรตีน histone H5 (ซึ่งเป็น variant อีกชนิด หนึ่งของ H1) เป็นตัวชักนำให้ใยโครมาตินแบบ 30 nm ขดพันกันจนแน่นได้ใกล้เคียงกับแบบที่หนึ่ง ถึงสาม จากการทดสอบปฏิกิริยาข้ามชนิดด้วยแอนติบอดีที่จำเพาะต่อ histones ชนิดต่าง ๆ เราพบ ว่า H1V, H5 และ PL โปรตีน มีปฏิกิริยาข้ามชนิดซึ่งกันและกันสูงโดยไม่มีปฏิกิริยาข้ามชนิดกับ histones ชนิดอื่น ดังนั้นโปรตีนดังกล่าวจึงน่าจะเป็นโปรตีนในกลุ่มเดียวกันและมีกำเนิดจากยีนอัน เดียวกัน 2. การศึกษาแอนติเจนของพยาธิใบไม้ตับ Fasciola gigantica ที่มีศักยภาพเป็นวัคซีนตัว เลือกและกระบวนการสังเคราะห์แอนติเจนที่ระดับเซลล์ในเนื้อเยื่อต่าง ๆ ของพยาธิ จากการใช้วิธี immunoblotting เราพบแอนติเจนหลักของพยาธิใบไม้ตับที่มีศักยภาพในการ นำไปพัฒนาวิธีตรวจสอบการติดเชื้อ และพัฒนาวัคซีน 4 กลุ่ม คือ (1) แอนติเจนจากชั้นผิวพยาธิ (tegument) (TA) ที่น้ำหนักโมเลกุล (MW) 66, 58, 54 และ 28.5 kD (2) แอนติเจนจากในตัวพยาธิ คือ fatty acid binding proteins (FABP) ที่ MW 14.5 kD และ glutathione-S-transferase ที่ MW 28 kD (3) แอนติเจนจากสารคัดหลั่ง excretion-secretion (ES) โดยเฉพาะเอนไซม์ Cathepsin L ที่ MW 26-27 kD และ (4) แอนติเจนที่ปล่อยจากเซลล์ไข่ โดยเฉพาะจากเปลือกไข่ (vitelline proteins) เราได้ผลิตโมโนโคลนัลแอนติบอดี (MoAb) ต่อแอนติเจนเหล่านี้ส่วนใหญ่ และได้ใช้ MoAb ทดสอบ หาตำแหน่งและการกระจายของแอนติเจนโดยวิธี immunocytochemistry แล้วพบว่า แหล่งกำเนิด ของ TA แอนติเจน คือจากเซลล์ชั้นผิวซึ่งสังเคราะห์แอนติเจนโดยระบบ RER-Golgi complex แล้ว ส่งผ่านทางกิ่งของเซลล์ที่แตกแขนงไปเชื่อมกับชั้นผิว ออกไปประกอบเป็นส่วนของชั้นผิวและเยื่อ หุ้มผิวโดย secretory granules 3 แบบ เนื้อเยื่อหลักที่เป็นแหล่งสะสมของ FABP และ GST คือ เซลล์ parenchyma ซึ่งมี 3 ชนิด (Pa1, 2, 3) เซลล์ Pa1 เป็นเซลล์สะสมไกลโคเจนเป็นหลักและอาจ เกี่ยวข้องกับเมตาบอลิซึ่มของคาร์โบไฮเดรต เซลล์ Pa2 เป็นเซลล์ที่มี FABP สะสมอยู่ในปริมาณสูง และอาจจะเกี่ยวข้องกับเมตาบอลิซึมของสารไขมันเป็นหลัก เซลล์ Pa3 เป็นเซลล์ที่สร้างใยเยื่อเกี่ยว พันที่ค้ำจุนเซลล์ parenchyma ทั้งแบบ Pa1 และ Pa2 ซึ่งช่วยพยุงอวัยวะภายในและทำให้ตัวพยาธิ คงรูปอยู่ได้ ES แอนติเจนโดยเฉพาะ Cathepsin L สร้าง และหลั่งจากเซลล์เยื่อบุของลำไส้ที่มี 3 แบบ ซึ่งทำหน้าที่ทั้งสังเคราะห์เอนไซม์ชนิดนี้โดยระบบ RER-Golgi complex แล้วปล่อยเอนไซม์ ออกไปย่อยอาหาร และดูดซึมสารอาหารที่ย่อยแล้วเข้าไปเลี้ยงตัวพยาธิ แอนติเจนทุกชนิดยกเว้น Cathepsin L พบในระยะเมตาเซอร์คาเรีย แต่มีปริมาณน้อยกว่าในตัวเต็มวัย ส่วน Cathepsin L พบ แต่ในระยะตัวเต็มวัยเท่านั้น MoAb ที่มีความจำเพาะสูงคือ MoAb ต่อ TA ซึ่งทำปฏิกิริยาเฉพาะต่อแอนติเจนของพยาธิ F. gigantica เท่านั้น แอนติเจนกลุ่มนี้จึงน่าจะเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพในการนำไปพัฒนาวิธีตรวจสอบ การติดเชื้อ ขณะที่ MoAb ต่อ FABP และ GST มีความจำเพาะปานกลางโดยมีปฏิกิริยาข้ามชนิด กับทั้งแอนติเจนของพยาธิใบไม้ตับ และพยาธิใบไม้เลือด ส่วน MoAb ต่อ Cathepsin L มีความ จำเพาะต่ำโดยมีปฏิกิริยาข้ามชนิดกับแอนติเจนของพยาธิตัวแบนเกือบทุกชนิด เมื่อนำโพลีโคลนัล แอนติบอดี (PoAb) ที่ได้จากการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับตามธรรมชาติ และ MoAb ต่อ FABP และ GST มาตรวจสอบการออกฤทธิ์ในการทำลายพยาธิพบว่าทั้ง PoAb และ MoAb ทั้งสองชนิดทำให้ ชั้นผิวพยาธิระยะตัวเต็มวัยพอง แตก และหลุดลอกออก แต่ไม่สามารถฆ่าพยาธิตัวเต็มวัยได้ ส่วน การออกฤทธิ์ต่อระยะเมตาเซอร์คาเรียจะทำการทดลองต่อไป พร้อมกับการตรวจสอบประสิทธิภาพ การทำลายของ MoAb ต่อแอนติเจนชนิดอื่นด้วย ดังนั้นจากข้อมูลที่ได้จึงคาดว่า FABP, GST และ แอนติเจนกลุ่ม TA น่าจะมีศักยภาพในการนำไปพัฒนาเป็นวัคซีนได้ ผลงาน ผลงานตีพิมพ์ในวารสารวิชาการนานาชาติ (ดูรายละเอียดใน list of publication) 1. Structural organization of chromatin in male germ cells of vertebrates and invertebrates Chromatin organizations and packagings during the differentiation of male germ cells in mammals (man, rat), amphibian (frog-Rana tigerina), gastropods (abalone-Haliotis asinina, giant African snails-Achatina fulica), and helminthic trematode (Fasciola gigantica) have been comparatively studied. It was found that the cellular differentiation and chromatin organization during spermatogenesis in all species of animals are quite conservative. The cellular differentiation comprises of spermatogonia (which could have more than one stages) and 6 stages of primary spermatocytes (PSc) (leptotene-LSc, zygotene-ZSc, pachytene-PSc, diplotene-DSc, diakinesis-DiSc and metaphase-MSc) and one stage of secondary spermatocytes (SSc). Chromatin in Sg and PSc are organized into 2 levels, ie, 10 nm and 30 nm fibers, which are randomly coiled. The 30 nm fibers begin to wind around a single dense line, the axis of condensation (Ax), so as to form heterochromatin blocks in LSc which are gradually increased in size and length during the differentiation from ZSc to PSc, to become fully formed chromosomes in MSc. In SSc the 30 nm fibers become loosened so that in higher animals (man, rat, frog, giant snail) they become evenly spread again in the first stage spermatids where proacrosomal granules are being made by the rough endoplasmic reticulum-Golgi complex system. In lower animals (abalone, Fasciola) the condensed state of heterochromatin in SSc passes unchanged into early spermatids since all proacrosomal granules are presynthesized in PSc and probably vary little transcriptional and translational activities occurs in the early spermatids, which are separated and become independent of each other without being anchored to Sertoli cells like in higher animals. During spermiogenesis the cellular stages vary widely. The more complex the morphogenesis of sperm shape and the state of chromatin condensation the higher the number of spermatid stages (man-8 stages, rat-19 stages, frog-4 stages, abalone 4 stages, giant snail 10 stages, fasciola 5 stages). There are 4 patterns of chromatin organization and condensation. In the first type (man, abalone) 30 nm fibers, which have nucleosomal organization, could have their core histones (H) replaced by the more basic proteins, such as transitional proteins (TP) and protamines (P) (in man), or protamine-liked (PL) proteins (in abalone). As a consequence, each chromatin fiber may be winding on itself so that a string of toroid-liked globular units are formed in mid-stage spermatids. These chromatin globules (about 50-100 nm in man and 40-60 nm in abalone) are packed tightly together into knobby cords which in turn become tightly packed in late stage spermatids and spermatozoa. In the second and third patterns (rat, giant snail) following the replacement of histones with transitional proteins and protamines (rat) or PL proteins (Achatina) the chromatin fibers either increase in size from 30 to 40-50 nm (in rat) or decreased in size to between 15-20 nm (in giant snail) fibers. All of these fibers, however, assume a straight and parallel conformation in mid acrosomal stage spermatids. Then the straight fibers are bound laterally and coalesced into thicker chromatin cords about 70-100 nm thick (in rat); or forming sheets or lamellar-liked stacks, each about 110-120 nm (in snails). Finally, the thick cords or lamellae are fused together into an opaque chromatin mass in late spermatids and spermatozoa, which may appear crystalline-liked in Achatina and Fasciola. The fourth pattern is represented by frog in which 30 nm nucleosomal type fibers are maintained throughout all stages of cells during spermatogenesis and spermiogenesis. The condensation of 30 nm fibers in late stage spermatids is resulted by the low affinity binding with variant of histone H1 (H1V). This type of condensation probably uses a similar mechanism as occurring in the process of heterochromatization in fully differentiated cells, such as, in frog and chick erythrocytes, which use another H1 variant (H5) for initiating the condensation of 30 nm nucleosomal fibers. H1, H1V, H5 and PL proteins were shown to have high degree of immunogenic cross reactivities among themselves, hence they could belong to the same gene family. 2. Characterization of Fasciola gigantica antigens with vaccine potentials, and their syntheses at cellular level in various tissues of the parasites By using immunoblotting technique we could identify four major groups of antigens in Fasciola gigantica that could have immunodiagnostic and vaccine potentials: (1) tegument antigens (TA) at molecular weights (MW) 66, 58, 54 and 28.5 kD, (2) metabolic antigens, i.e., fatty acid binding proteins (FABP) at MW 14.5 kD and glutathione-S- transferase (GST) at MW 28 kD, (3) excretory-secretory antigens (ES) at MW 26-27 kD which is the protease enzyme, Cathepsin L, and (4) the antigens which are released from the gamete cells especially the egg shell proteins from the ova (vitelline B). Monoclonal antibodies (MoAb) have been produced to most of these antigens, and used as probes to immunolocalize the tissue sources of these antigens. TA antigens at 66, 28.5 kD are localized in the tegument especially near the surface and in the tegument cells and their processes. From corresponding ultrastructural studies, it could be surmised that these antigens may be produced by the tegument cells, transported in three types of secretory granules via the cells’ processes to constitute the surface membrane and glycocalyx of the tegument in various stages of the parasites. FABP and GST are localized at high concentrations in parenchyma and reproductive tissues, especially in the ovarian and testicular early germ cells. Parenchyma consists of 3 types of cells (Pa1, Pa2, Pa3): Pa1 specializes in glycogen storage and perhaps carbohydrate metabolism, Pa2 in FABP storage and lipid metabolism, and Pa3 in the synthesis of connective tissue fibers that support the parenchyma and thus also the parasite’s body. Cathepsin L from ES antigens is localized in 3 types of adult caecal epithelial cells which represent different phase of the synthesis-secretion cycle. All types of cells are involved in the absorption of the digested molecules. All antigens except Cathepsin L are found in adult as well as in metacercarial tissues. MoAb against TA antigens have high specificities for F. gigantica antigens only, whereas MoAb against FABP and GST also showed cross reactions with schistosoma antigens. Thus, these two groups of antigens are considered to have high potentials for immunodiagnosis. On the other hand, MoAb against Cathepsin L is non-specific since the enzymes are produced by most parasites. When MoAb against FABP and GST and polyclonal antibodies (PoAb) derived from natural infection were tested against adult parasites by the in vitro antibody killing assay, PoAb and MoAb against FABP and GST showed the strongest damaging effects on the adult parasites by causing blebbing, bursting, lesion formation and sloughing of the tegument. However, the adult parasites were not killed. The effects of PoAb and these MoAb as well as those against other groups of antigens are being tested on the newly-excysted juveniles. Thus, it appears that these metabolic antigens exhibited some parasite damaging potentials which are indicative that they could be used as vaccine candidates. Publication (please see on list of publication)

บรรณานุกรม :
ประเสริฐ โศภน . (2545). 1.โครงสร้างของโครมาตินในเซลล์สืบพันธุ์เพศผู้ของสัตว์มีกระดูกสันหลังและสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง 2.การศึกษาแอนติเจนของพยาธิใบไม้ตับ Fasciola gigantica ที่มีศักยภาพเป็นวัคซีนตัวเลือกและกระบวนการสังเคราะห์แอนติเจนที่ระดับเซลล์ฯ.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ประเสริฐ โศภน . 2545. "1.โครงสร้างของโครมาตินในเซลล์สืบพันธุ์เพศผู้ของสัตว์มีกระดูกสันหลังและสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง 2.การศึกษาแอนติเจนของพยาธิใบไม้ตับ Fasciola gigantica ที่มีศักยภาพเป็นวัคซีนตัวเลือกและกระบวนการสังเคราะห์แอนติเจนที่ระดับเซลล์ฯ".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ประเสริฐ โศภน . "1.โครงสร้างของโครมาตินในเซลล์สืบพันธุ์เพศผู้ของสัตว์มีกระดูกสันหลังและสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง 2.การศึกษาแอนติเจนของพยาธิใบไม้ตับ Fasciola gigantica ที่มีศักยภาพเป็นวัคซีนตัวเลือกและกระบวนการสังเคราะห์แอนติเจนที่ระดับเซลล์ฯ."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2545. Print.
ประเสริฐ โศภน . 1.โครงสร้างของโครมาตินในเซลล์สืบพันธุ์เพศผู้ของสัตว์มีกระดูกสันหลังและสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง 2.การศึกษาแอนติเจนของพยาธิใบไม้ตับ Fasciola gigantica ที่มีศักยภาพเป็นวัคซีนตัวเลือกและกระบวนการสังเคราะห์แอนติเจนที่ระดับเซลล์ฯ. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2545.