ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การตรวจหาปริมาณและความหนาแน่นของไวรัสเดงกิว ที่ตรวจพบในเม็ดเลือดขาวชนิดต่างๆ ในเลือดและในซีรั่มหรือพลาสมา ด้วยวิธี RT-PCR (reverse transcriptase-polymerase chain reaction) และ real-time PCR

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การตรวจหาปริมาณและความหนาแน่นของไวรัสเดงกิว ที่ตรวจพบในเม็ดเลือดขาวชนิดต่างๆ ในเลือดและในซีรั่มหรือพลาสมา ด้วยวิธี RT-PCR (reverse transcriptase-polymerase chain reaction) และ real-time PCR
นักวิจัย : วันล่า กุลวิชิต
คำค้น : buccal brush , cardiac surgery , dengue , ELISA , nursing intervention , PCR , preparatory information , saliva , self-regulation , urine
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2549
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RSA4580022 , http://research.trf.or.th/node/1631
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

โรคติดเชื้อไวรัสเดงกี เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของประเทศไทย การวินิจฉัยการติดเชื้อทางห้องปฏิบัติการ ยังมีข้อจำกัดอยู่ที่ความจำเป็นต้องเจาะเลือด ผู้ป่วยเด็กมักไม่ใคร่ให้ความร่วมมือดีนัก คณะผู้วิจัยได้ทำการศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้สิ่งส่งตรวจในช่องปาก และ/หรือปัสสาวะของผู้ป่วย มาทำการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ จากการศึกษาเบื้องต้น ในผู้ป่วยหลายสิบราย พบว่า สามารถตรวจพบเชื้อไวรัสในน้ำลายได้ โดยวิธี reverse transcription polymerase chain reaction (RT-PCR) ประมาณ 30-50% ของผู้ป่วย และตรวจได้ในปัสสาวะประมาณ 80% แม้จะเป็นสิ่งส่งตรวจในระยะท้ายๆ ของไข้ ซึ่งนับเป็นอัตราการตรวจพบที่ใกล้เคียงกับหรือดีกว่าการใช้ซีรั่มในการศึกษาอื่นๆ ก่อนหน้านี้ สำหรับการตรวจหาแอนติบอดีนั้น สามารถ ตรวจพบได้ในผู้ป่วยเกือบทุกราย ทั้งในน้ำลายและในปัสสาวะ เนื่องจากใช้สิ่งส่งตรวจในระยะท้ายของไข้ และ/หรือในระยะหลังไข้แล้ว จากผลการศึกษาวิจัยชิ้นนี้ สรุปได้ว่า สิ่งส่งตรวจจากในช่องปากและปัสสาวะ มีศักยภาพในการนำมาใช้ในการตรวจวินิจฉัยการติดเชื้อไวรัสเดงกีได้สูง สมควรมีการศึกษาวิจัยและพัฒนาต่อเนื่อง เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในทางคลินิกและในทางระบาดวิทยาต่อไป Recovery from coronary artery bypass graft surgery (CABG) is associated with adverse physical and psychological functioning. Increased attention to the preparation of health information at the time of discharge may improve the quality of the recovery experience and functional outcomes for CABG patients. The purpose of the randomized clinical trial was designed to test the effect of Cardiac Home Information Program (CHIP) on physical functioning, psychological functioning and recovery symptoms in Thai CABG patients during the first two weeks and one month after discharge. The CHIP included information about expected experience during recovery from CABG and instructions for managing these experiences and was recorded in an audiotape. A convenience sample of 120 Thai CABG patients (36 women and 84 men; mean age = 63.04 years) was equally distributed between the control and experimental groups by using the randomized minimization program. Outcome variables were compared between two groups; those receiving CHIP in addition to the usual care, and those receiving the usual cardiac discharge information protocol. The patients are interviewed face to face as a time series, the first time during 7-10 days after surgery (at hospital), the second time at 2 weeks after discharge (first follow-up at cardiac follow-up clinic), and the third time 1 month after discharge (at home) by telephone interviewing. Standardized tools were used to measure the variables of interest. Result revealed significant effects of the CHIP intervention on physical functioning in the experimental group during the first two weeks after discharge from hospital (p<0.01). When controlling for age, gender, comorbidity, and NYHA classification, findings showed the effect still remained in the treatment group (p<0.01). In conclusion, the CHIP intervention is an effective and efficient method to prepare CABG patients for home recovery. This low cost method enhanced the existing knowledge in nursing practice by providing new information about discharge information interventions for Thai CABG patient. This information aids nurses in their efforts to develop effective teaching intervention for Thai CABG patients after discharge from the hospital.

บรรณานุกรม :
วันล่า กุลวิชิต . (2549). การตรวจหาปริมาณและความหนาแน่นของไวรัสเดงกิว ที่ตรวจพบในเม็ดเลือดขาวชนิดต่างๆ ในเลือดและในซีรั่มหรือพลาสมา ด้วยวิธี RT-PCR (reverse transcriptase-polymerase chain reaction) และ real-time PCR.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
วันล่า กุลวิชิต . 2549. "การตรวจหาปริมาณและความหนาแน่นของไวรัสเดงกิว ที่ตรวจพบในเม็ดเลือดขาวชนิดต่างๆ ในเลือดและในซีรั่มหรือพลาสมา ด้วยวิธี RT-PCR (reverse transcriptase-polymerase chain reaction) และ real-time PCR".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
วันล่า กุลวิชิต . "การตรวจหาปริมาณและความหนาแน่นของไวรัสเดงกิว ที่ตรวจพบในเม็ดเลือดขาวชนิดต่างๆ ในเลือดและในซีรั่มหรือพลาสมา ด้วยวิธี RT-PCR (reverse transcriptase-polymerase chain reaction) และ real-time PCR."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2549. Print.
วันล่า กุลวิชิต . การตรวจหาปริมาณและความหนาแน่นของไวรัสเดงกิว ที่ตรวจพบในเม็ดเลือดขาวชนิดต่างๆ ในเลือดและในซีรั่มหรือพลาสมา ด้วยวิธี RT-PCR (reverse transcriptase-polymerase chain reaction) และ real-time PCR. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2549.