ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ความคิดเห็นของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำโรงเรียน (อสร.) ต่อบทบาทในการปฏิบัติงานสาธารณสุขมูลฐานของโรงเรียนและชุมชน จังหวัดนครราชสีมา

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ความคิดเห็นของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำโรงเรียน (อสร.) ต่อบทบาทในการปฏิบัติงานสาธารณสุขมูลฐานของโรงเรียนและชุมชน จังหวัดนครราชสีมา
นักวิจัย : วาสนา วรเรียน
คำค้น : อาสาสมัครสาธารณสุข -- ทัศนคติ , สาธารณสุขมูลฐาน
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : องอาจ วิพุธศิริ , สมรัตน์ เลิศมหาฤทธิ์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะแพทยศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2545
อ้างอิง : 9741730772 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/5156
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2545

ความสมบูรณ์ทั้งสุขภาพกายและจิตของเด็กและเยาวชน คือ ความหวังของทุกประเทศ การให้ความสำคัญและการฝึกปฏิบัติงานเพื่อพัฒนาสุขภาพของตนเอง เพื่อน ครอบครัวและชุมชนในขณะที่เป็นเด็กนักเรียนจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในทุกประการ การศึกษานี้เป็นการศึกษาเชิงพรรณนา มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความคิดเห็นของ อสร.ต่อบทบาทในการปฏิบัติงานสาธารณสุขมูลฐานโรงเรียนและชุมชน จังหวัดนครราชสีมา โดยศึกษาถึงความสำคัญและปริมาณงานที่ได้ปฏิบัติตามดัชนีกิจกรรมตามบทบาทในงานสาธารณสุขมูลฐานโรงเรียนและชุมชน ความพึงพอใจต่อดัชนีกิจกรรมปัจจัยสู่ความสำเร็จและความต้องการความรู้เพิ่มตามบทบาท โดยใช้แบบสอบถามที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นเก็บข้อมูลระหว่างเดือนมกราคม ถึงกุมภาพันธ์ 2546 ใช้วิธีสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน โดยสุ่มเลือกได้ 4 โซน 4 อำเภอ 16 โรงเรียน มีจำนวน อสร. 710 คน กำลังศึกษาอยู่ในชั้น ประถมศึกษาปีที่4 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 ผลการศึกษาพบว่า อสร. ส่วนใหญ่เป็นหญิง ร้อยละ 57.3 อายุเฉลี่ย 12.8 ปี ระยะเวลาเป็น อสร.เฉลี่ย 1.6 ปี กำลังศึกษาอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 ร้อยละ 56.6 รับผิดชอบดูแลนักเรียนเฉลี่ย 1:17คน ในภาพรวมพบว่าจากดัชนีกิจกรรมงานสาธารณสุขมูลฐานโรงเรียนและชุมชน 26 ข้อกิจกรรมใน 4 ด้านนั้น อสร. กว่า 50%ให้คะแนนความสำคัญมาก (มากถึงมากที่สุด) จำนวน 25 กิจกรรม โดย 3 อันดับแรก คือ แนะนำเพื่อนดูแลสุขภาพ ปรับปรุงสิ่งแวดล้อมในบ้าน และออกกำลังกาย แต่มีเพียง 15 กิจกรรมที่ อสร. ให้คะแนนการปฏิบัติมาก(มากถึงมากที่สุด) สำหรับปัจจัยสู่ความสำเร็จอีก 9 ข้อกิจกรรมพบว่า อสร. ให้คะแนนความสำคัญมากเกิน ร้อยละ 50 ทั้ง 9 ข้อ โดย 3 อันดับแรก ได้แก่ การจัดอบรมอย่างต่อเนื่อง ครูทุกคนสนับสนุน และโรงเรียนมีนโยบายและแผนงานอย่างชัดเจน(ร้อยละ70) ซึ่งตรงกับสิ่งที่ อสร.ระบุว่าต้องการสนับสนุนและความรู้เพิ่มมากที่สุด(ร้อยละ70.8) เมื่อเปรียบเทียบ อสร.ในเขตชนบท(อบต.) และเขตเทศบาล พบว่า อสร.ในเขตชนบท ให้คะแนนความสำคัญ และการปฏิบัติสูงกว่า อสร. เขตเทศบาล อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ(p<0.05) ในกิจกรรมทุกด้าน และยังพบว่า อสร. ในเขตชนบท มีความพึงพอใจต่อกิจกรรมปัจจัยสู่ความสำเร็จสูงกว่า เขตเทศบาล ทุกเรื่อง(9ข้อกิจกรรม)ยกเว้นเรื่องงบประมาณในการดำเนินงาน และ อสร.ที่สมัครใจ มีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่า อสร.ที่ถูกเลือกในทุกกิจกรรมทุกด้านอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ(p<0.05) เช่นเดียวกัน การศึกษานี้ พบว่า ยังมีช่องว่างความสำเร็จระหว่างการให้ความสำคัญซึ่งสูงกว่าการปฏิบัติในทุกดัชนีกิจกรรม ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและโรงเรียนควรให้การสนับสนุนในการจัดอบรมความรู้ให้กับ อสร.อย่างต่อเนื่อง อสร.ต้องการการสนับสนุนจากครูทุกคน และหากโรงเรียนกำหนดนโยบายชัดเจนในการดำเนินงานสาธารณสุขมูลฐาน ตลอดจนการคัดเลือก อสร.จากความสมัครใจเพื่อให้การทำงานของ อสร.มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

บรรณานุกรม :
วาสนา วรเรียน . (2545). ความคิดเห็นของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำโรงเรียน (อสร.) ต่อบทบาทในการปฏิบัติงานสาธารณสุขมูลฐานของโรงเรียนและชุมชน จังหวัดนครราชสีมา.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วาสนา วรเรียน . 2545. "ความคิดเห็นของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำโรงเรียน (อสร.) ต่อบทบาทในการปฏิบัติงานสาธารณสุขมูลฐานของโรงเรียนและชุมชน จังหวัดนครราชสีมา".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วาสนา วรเรียน . "ความคิดเห็นของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำโรงเรียน (อสร.) ต่อบทบาทในการปฏิบัติงานสาธารณสุขมูลฐานของโรงเรียนและชุมชน จังหวัดนครราชสีมา."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2545. Print.
วาสนา วรเรียน . ความคิดเห็นของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำโรงเรียน (อสร.) ต่อบทบาทในการปฏิบัติงานสาธารณสุขมูลฐานของโรงเรียนและชุมชน จังหวัดนครราชสีมา. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2545.