ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาสมมติฐานการกลายพันธุ์ของยีนต้านมะเร็งแบบสองขั้นตอนในขบวนการการเกิดมะเร็งโพรงหลังจมูก

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาสมมติฐานการกลายพันธุ์ของยีนต้านมะเร็งแบบสองขั้นตอนในขบวนการการเกิดมะเร็งโพรงหลังจมูก
นักวิจัย : อภิวัฒน์ มุทิรางกูร
คำค้น : Epstein-Barr Virus , Loss of Heterozygosity , Nasopharyngeal Carcinoma , Two Hits Hypothesis
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2544
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RSA4080003 , http://research.trf.or.th/node/1561
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วัตถุประสงค์หลักของการศึกษานี้เพื่อที่จะหาความถี่ที่ถูกต้องของการเกิดภาวะสูญเสีย เฮทเทอร์โรไซโกท บนโครโมโซมที่14 และ13 ในมะเร็งโพรงหลังจมูกและหาตำแหน่งที่เกิดการ ขาดของโครโมโซมที่พบบ่อยที่สุด สำหรับโครโมโซมที่ 14 เนื้องอก 39 ราย ถูกคัดเลือกเพื่อที่จะ ทำแผนที่การขาดของโครโมโซมด้วย พีซีอาร์ โดยใช้ไมโครเซทเทอร์ไรด์ทั้งสิ้น19ตำแหน่ง กระจายตัวบนแขนยาวของโครโมโซม ภาวะสูญเสียเฮทเทอร์โรไซโกทถูกพบอย่างน้อย 1 ตำแหน่ง ในเนื้องอก 29 (74.4%) ราย ในขณะที่ 24 รายแสดงการสูญเสียเพียงบางส่วนและให้ ข้อมูลสำคัญในการทำแผนที่จีโนมของการขาดหายของโครโมโซมอย่างละเอียด อย่างน้อย 3 ตำแหน่งถูกค้นพบ ตำแหน่งที่ 1 อยู่ระหว่าง D14S278 และ D14S288 ตำแหน่งที่ 1 อยู่ระหว่าง 14q12-13 และ 14q32 น่าสนใจที่ตำแหน่งที่ 3 พบว่าอยู่ที่ T-cell-receptor delta chainข้อมูลนี้ อาจหมายถึงมียีนต้านมะเร็งที่14q11.2หรืออาจจะหมายถึงผลจากการตัดต่อจีโนมที่จำเพาะที่ ตำแหน่งนี้นอกจากนี้การสูญเสียอัลลีลเกิดขึ้นได้ในเนื้องอกทุกลำดับความรุนแรงและลักษณะ ทางพยาธิสภาพ เพื่อที่จะหายีนต้านมะเร็งบนโครโมโซมที่13ที่มีความสำคัญต่อการพัฒนามะเร็ง โพรงหลังจมูก เราศึกษาการสูญเสียเฮทเทอร์โรไซโกทและศึกษาการแสดงออกของโปรตีน RB จากเนื้อเยื่อที่เก็บในพาราฟิล DNAจากเนื้อเยื่อปกติและมะเร็งถูกสกัดด้วยการตัดอย่างละเอียด และจีโนมถูกเพิ่มขยายด้วยไพรเมอร์ที่ไม่ จำเพาะDNAจากPCRถูกวิเคราะห์ด้วยไมโครเซท เทอร์ไรด์16ตำแหน่งจาก50ราย ภาวะสูญเสียเฮทเทอร์โรไซโกทถูกพบใน44ราย31ราย แสดง การขาดเพียงบางส่วนและสามารถแสดงถึงแผนที่การขาดได้ มี3ตำแหน่งที่ถูกค้นพบ ตำแหน่ง แรกระหว่าง D13S120 และ D13S219 ตำแหน่งที่ 2 ระหว่าง D13S126 และ D13S119 และ ตำแหน่งที่ 3 ระหว่าง D13S137 และส่วนปลายของโครโมโซม ทั้ง 3 ตำแหน่งพบว่าอยู่ใกล้กับ BRCA2 บน13q12 RB1บน13q14 และ13q14.3-terตามลำดับ 7 และ 4 รายแสดงภาวะสูญเสีย เฮทเทอร์โรไซโกทบน 13q12 หรือ 13q14 ตามลำดับ 19 รายแสดงภาวะสูญเสียเฮทเทอร์โรไซ โกททั้งสองตำแหน่งแยกกัน 1 รายแสดงทั้ง 2 ตำแหน่งรวมกัน โปรตีน RB แสดงออกใน 76% 10 จาก 15 ราย ที่มีภาวะสูญเสียเฮทเทอร์โรไซโกทที่ 13q14 แสดงโปรตีน RB ตรงกันข้ามกับ 6 จาก 7 รายที่ไม่มีโปรตีน RB พบมีภาวะสูญเสียเฮทเทอร์โรไซโกท ที่ 13q14 โดยสรุปภาวะ สูญเสียเฮทเทอร์โรไซโกทที่โครโมโซม 13 ครอบคลุมยีนต้านมะเร็ง 3 ตำแหน่ง และเป็นภาวะที่ พบบ่อยในการเกิดมะเร็งโพรงหลังจมูก อย่างไรก็ดียีนต้านมะเร็งอื่นไม่ใช่ RB1 น่าจะเป็นยีน ต้านมะเร็งที่สำคัญบน 13q14 สำหรับมะเร็งชนิดนี้ การค้นพบนี้สรุปได้ว่าทั้งโครโมโซมที่ 13 และ 14มีความสำคัญต่อการพัฒนามะเร็งโพรงหลังจมูก The main objective of this study was to determine the precise frequency of chromosome 14q and 13q loss of heterozygosity in nasopharyngeal carcinomas and to define its minimal deletion regions. Regarding chromosome 14q, thirty-nine tumors were selected for PCR-based deletion mapping using 19 microsatellite polymorphic markers spanning the long arm of this chromosome, Loss of heterozygosity for at least one marker was observed in 29 (74.4%) tumors, while 24 of these tumors displayed partial loss and provided an informative basis for detailed deletion mapping. Three minimal regions of loss were delineated, the first defined by markers D14S278 and D14S288, the second being between DI4S51 and the telomere, These data confirmed 2 potential tumor-suppressor-gene loci at 14q12-13 and 14 q32. Interestingly, the third region of loss was located at the T-cell-receptor delta chain locus. This may reflect another tumor-suppressor-gene locus at 14q11.2, or may be the consequence of a specific genomic rearrangement of this region. In addition, these allelic losses occurred with high frequency in all tumor grades and stages and in all histological sub-types. To identify tumor suppressor gene loci on chromosome 13 responsible for nasopharyngeal cancer (NPC) development, we analyzed loss of heterozygosity (LOH) and RE protein expression in paraffin embedded tissues. Normal and tumor DNA were extracted from microdissected samples, and their whole genomes were amplified using degenerate oligonucleotide primers. The polymerase chain reaction (PCR) products were analyzed by repeated amplification using primers derived from 16 microsatellite regions spanning the long arm of this chromosome. Among 50 informative cases, LOH was observed in 44 tumors. Thirty-one tumors displayed partial loss and provided an informative basis for detailed deletion mapping. Three minimal regions of loss were delineated; the first flanked by D13S120 and D13S219, the second by D13S126 and D13S119, and the third by D13S137 and 13qter, These 3 regions were linked to BRCA2 on 13q12, RBI on 13q14, and 13q14.3-ter, respectively. Seven and 4 cases showed LOH either on 13q12 or 13q14, respectively. Nineteen cases showed LOH of both loci separately. One NPC displayed 13q12 and 13q14.3-ter LOH. RE protein expression was detectable in 76% of the cases. Ten out of 15 cases with the allelic losses limited to 13q14 showed RE protein expression. Contrasting that, 6 out of 7 cases devoid of RE protein expressions showed 13q14LOH. In conclusion, 13qLOH, involving 3 tumor suppressor gene loci, appears to be a frequent genetic event occurring during NPC development. However, other tumor suppressor genes besides RBI, may be responsible for the majority of 13q14LOH. These findings suggest that the genetic alteration of chromosome 13 and 14 is common and crucial during nasopharyngeal-carcinoma development. Since information from 14qLOH study suggested there is a specific mechanism involve LOH at T cell receptor delta gene, this study looked for supportive evidence if erroneous V(D)J recombination might serve as a mechanism responsible for EBV- associated NPC development. The result of this part is a preliminary data for studying in a TRF basic research grant topic molecular genetics of NPC development from the same principle investigator. Thus the data will not present in this report but will discuss during the oral presentation and the detail will be included in another report.

บรรณานุกรม :
อภิวัฒน์ มุทิรางกูร . (2544). การศึกษาสมมติฐานการกลายพันธุ์ของยีนต้านมะเร็งแบบสองขั้นตอนในขบวนการการเกิดมะเร็งโพรงหลังจมูก.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
อภิวัฒน์ มุทิรางกูร . 2544. "การศึกษาสมมติฐานการกลายพันธุ์ของยีนต้านมะเร็งแบบสองขั้นตอนในขบวนการการเกิดมะเร็งโพรงหลังจมูก".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
อภิวัฒน์ มุทิรางกูร . "การศึกษาสมมติฐานการกลายพันธุ์ของยีนต้านมะเร็งแบบสองขั้นตอนในขบวนการการเกิดมะเร็งโพรงหลังจมูก."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2544. Print.
อภิวัฒน์ มุทิรางกูร . การศึกษาสมมติฐานการกลายพันธุ์ของยีนต้านมะเร็งแบบสองขั้นตอนในขบวนการการเกิดมะเร็งโพรงหลังจมูก. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2544.