ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

อิทธิพลของการรั่วซึมของอากาศต่อการใช้พลังงาน ในอาคารปรับอากาศผ่านทางผนังและช่องเปิด

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : อิทธิพลของการรั่วซึมของอากาศต่อการใช้พลังงาน ในอาคารปรับอากาศผ่านทางผนังและช่องเปิด
นักวิจัย : ศศิน วิบูลบัณฑิตยกิจ
คำค้น : การปรับอากาศ , การไหลของอากาศ , อาคาร -- การใช้พลังงาน
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : สุนทร บุญญาธิการ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2543
อ้างอิง : 9741312652 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/4600
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (สถ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2543

ในปัจจุบันอาคารที่ใช้การปรับอากาศเพื่อสร้างโซนสบาย ให้กับสภาพแวดล้อมในอาคาร มีความจำเป็นต้องใช้พลังงานเป็นจำนวนมาก ในการขจัดความร้อนและความชื้นอันเนื่องมาจากการรั่วซึมของอากาศ ในทางปฏิบัติยังไม่มีการวิจัยและคำนึงถึงผลของการรั่วซึม ของอากาศต่อการใช้พลังงานในอาคารปรับอากาศในภูมิภาคแบบร้อนชื้น ทั้งที่การรั่วซึมของอากาศนั้นส่งผลต่อการใช้พลังงานในอาคารอย่างมาก การวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อพิจารณาแสวงหาว่าปัจจัยใด ที่ก่อให้เกิดการรั่วซึมของอากาศ และแสวงหาความสัมพันธ์ของตัวแปรที่ใช้ ในการประเมินการสูญเสียพลังงานในการปรับอากาศจากการรั่วซึมของอากาศ ผลที่ได้จากการวิจัยนำไปใช้ในการประเมินการสูญเสียพลังงาน จากการรั่วซึมของอากาศผ่านทางผนังและช่องเปิด ช่องเปิดที่ใช้ในการทดลองประกอบไปด้วย ซ่องเปิดบานเกร็ด บานเลื่อนและบานติดตาย รวมไปพึงผนังก่ออิฐฉาบปูนหนา 0.10 เมตรเพื่อใช้ในการเปรียบเทียบ โดยการหาความสัมพันธ์ ระหว่างความเร็วลมภายนอก กับอัตราการรั่วซึม ของอากาศผ่านทางผนังและช่องเปิด เมื่อสามารถหาความสัมพันธ์ดังกล่าวได้แล้ว จึงอาศัยการสร้างสมการถดถอยแบบไม่เป็นเส้นตรง เพื่อการทำนายผลจากข้อมูลที่รวบรวมได้ จากนั้นจึงนำมาใช้ในการประเมินการรั่วซึมของอากาศตลอดทั้งปี จากข้อมูลภูมิอากาศโดยคำนึงถึง ความร้อน ความชื้นและเอ็นทัลปีตลอดทั้งปี ผลการวิจัยสามารถสรุปได้ว่า การรั่วซึมของอากาศผ่านทางผนังและช่องเปิดนั้น มีปัจจัยสำคัญ คือ ประเภทของช่องเปิดและความเร็วลมภายนอกที่มากระทำ โดยเมื่อเปรียบเทียบระหว่างช่องเปิดที่ทดลองแล้วพบว่า ช่องเปิดบานเกร็ดมีอัตราการรั่วซึมของอากาศสูงสุดต่อตารางเมตร คือ มีการสูญเสียพลังงานในการปรับอากาศเฉลี่ย 3390 ตันชั่วโมงต่อปีต่อตารางเมตร อันดับที่ 2 คือ ช่องเปิดบานเปิดโดยเฉลี่ยสูญเสีย 2138 ตันชั่วโมงต่อปีต่อตารางเมตร อันดับที่ 3 คือ ช่องเปิดบานเลื่อนโดยเฉลี่ยสูญเสีย 192 ตันชั่วโมงต่อปีต่อตารางเมตรและดับดับสุดท้าย คือ ช่องเปิดติดตายโดยเฉลี่ยสูญเสีย 178 ตันชั่วโมงต่อปีต่อตารางเมตร ในขณะที่ผนังก่ออิฐฉาบปูนมีการรั่วซึมของอากาศ ส่งผลให้เกิดอัตราภาระการทำความเย็นโดยเฉลี่ยประมาณ 1.0 ตันชั่วโมงต่อตารางเมตรต่อปี สำหรับอิทธิพลของทิศทางนั้น ทิศใต้จะมีแนวโน้มการสูญเสียพลังงานมากที่สุด โดยเฉลี่ยในทุกช่องเปิดและผนังที่ทดลอง ทั้งนี้เนื่องจากทิศใต้มีแนวโน้มที่จะมีความเร็วลมภายนอก โดยเฉลี่ยสูงที่สุดและสม่ำเสมอตลอดทั้งปี จากผลการวิจัยนี้ทำให้สามารถนำข้อมูลที่ได้รับไปใช้ในการออกแบบ เป็นประโยชน์ในการก่อสร้าง สถาปัตยกรรมยุคใหม่เพื่อการประหยัดพลังงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการออกแบบเพื่อการลดการรั่วซึมของอากาศผ่านทางผนังและช่องเปิดได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม

บรรณานุกรม :
ศศิน วิบูลบัณฑิตยกิจ . (2543). อิทธิพลของการรั่วซึมของอากาศต่อการใช้พลังงาน ในอาคารปรับอากาศผ่านทางผนังและช่องเปิด.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ศศิน วิบูลบัณฑิตยกิจ . 2543. "อิทธิพลของการรั่วซึมของอากาศต่อการใช้พลังงาน ในอาคารปรับอากาศผ่านทางผนังและช่องเปิด".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ศศิน วิบูลบัณฑิตยกิจ . "อิทธิพลของการรั่วซึมของอากาศต่อการใช้พลังงาน ในอาคารปรับอากาศผ่านทางผนังและช่องเปิด."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2543. Print.
ศศิน วิบูลบัณฑิตยกิจ . อิทธิพลของการรั่วซึมของอากาศต่อการใช้พลังงาน ในอาคารปรับอากาศผ่านทางผนังและช่องเปิด. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2543.