ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

อนุกรมวิธานและคาริโอไทป์ของหอยทากบกในประเทศไทย

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : อนุกรมวิธานและคาริโอไทป์ของหอยทากบกในประเทศไทย
นักวิจัย : สมศักดิ์ ปัญหา
คำค้น : -
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2541
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RSA3780015 , http://research.trf.or.th/node/1513
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ได้ทำการสำรวจเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของหอยทากบกในประเทศไทย และได้ศึกษาจากตัวอย่างต้นแบบ (Type specimens) จากพิพิธภัณฑ์สถานธรรมชาติวิทยาที่เกี่ยว ข้องทั่วโลก ทั้งในสหรัฐอเมริกา ยุโรป และเอเชีย หลังจากนั้นได้เก็บตัวอย่างของหอยทากบกจาก อุทยานแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ครอบคลุมทุกบริเวณของประเทศไทย และบางส่วนของ ประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียง ตัวอย่างหอยที่ได้ส่วนหนึ่งได้นำมาศึกษาโดยกระบวนการทางอนุกรม วิธาน (Taxonomy) ได้แก่ การจัดหมวดหมู่ (Classification) การตรวจหาชื่อวิทยาศาสตร์ (Identification) และการกำหนดชื่อสปีชีส์ใหม่ตามแบบสากล (nomenclature) แล้วเก็บตัวอย่างที่ ศึกษาแล้วลงทะเบียนไว้ในพิพิธภัณฑ์อย่างเป็นระบบ (Systematic Collection) ตัวอย่างอีกส่วนหนึ่ง ได้นำมาศึกษาโครโมโซมเพื่อช่วยในการจัดจำแนกให้มีความถูกต้องแม่นยำยิ่งขึ้น เนื่องจากการจัด จำแนกหอยในอดีตที่ผ่านมานั้นใช้วิธีศึกษาจากสัณฐานวิทยาของเปลือกเป็นส่วนใหญ่ (Shell morphology) ผลการศึกษาในระยะเวลาเกือบ 3 ปี พบว่า ชาวเยอรมันชื่อ Moellendroff และ Zilch ชาว อเมริกันชื่อ Solem ชาวอังกฤษชื่อ Tomlin และชาวญี่ปุ่นชื่อ Habe มีบทบาทสำคัญต่อการศึกษา หอยทากบกในประเทศไทยเป็นอย่างมาก นอกจากนั้นยังมีนักค้าเปลือกหอยชาวเยอรมันชื่อ Fruhstofer และชาวอเมริกันชื่อ Webb ก็มีบทบาทต่อการศึกษาเช่นกัน ทั้งในทางบวกและลบ เพื่อ รวบรวมรายชื่อหอยจากงานของบุคคลดังกล่าว พบว่า ประเทศไทยมีหอยอยู่ราว 80 สปีชีส์ จาก การศึกษาของผู้วิจัยตั้งแต่ ปี ค.ศ. 1994 ได้พบหอยทากบกรวมทั้งสิ้น 19 วงศ์ 72 สกุล 247 สปีชีส์ ในจำนวนทั้งหมดเป็นสปีชีส์ใหม่ถึง 11 สปีชีส์ และในจำนวน 17 วงศ์ พบหอยวงศ์ใหญ่อยู่ 5 วงศ์ ที่มีจำนวนสปีชีส์มาก และมีบทบาทในระบบนิเวศป่าไม้อย่างสูง วงศ์ Vertiginidae, Camaenidae, Ariophantidae, Streptaxidae และ Bradybaenidae บริเวณที่พบความหลากหลายของหอยมากได้ แก่ บริเวณป่าที่ประกอบด้วยเขาหินปูน ซึ่งได้พบกับความสัมพันธ์ที่หลากหลายกับสัตว์ไฟลัมอื่น ๆ ด้วย ป่าตะวันตก ได้แก่ บริเวณเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เขต รักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง ป่าทางเหนือ ได้แก่ อุทยานแห่ง ชาติดอยอินทนนท์ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยเชียงดาว ป่าตะวันออกได้แก่ อุทยานแห่งชาติน้ำตก พลิ้ว เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน ป่าภาคตะวันออก เฉียงเหนือได้แก่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว และเขตรักษาพันธุ์ สัตว์ป่าภูวัว ป่าทางใต้ ได้แก่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองแสง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาช่อง และ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาราบารา บริเวณป่าที่กล่าวถึงนับว่าเป็นบริเวณที่มีความหลากหลายของสปี ชีส์สูงมาก โดยเฉพาะที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองแสงนั้นพบ หอยทากมีความหลากหลายของสปีชีส์สูงที่สุด โดยพบถึง 44 และ 43 สปีชีส์ ตามลำดับ ในจำนวน หอยทั้ง 247 สปีชีส์นั้นพบว่า 54 สปีชีส์เป็นสปีชีส์ที่พบเฉพาะประเทศไทยเท่านั้น (endemic species) คิดเป็น 21.8% นับว่าเป็นจำนวนที่สูงเมื่อเทียบกับสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกนั้นพบเพียง 12.1% สัตว์เลื้อยคลาน 10.4% นกมีเพียง 0.2% สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมมีเพียง 3% หอยอีกเกือบ 200 สปีชีส์ล้วนเป็นสปีชีส์ที่พบกระจายอยู่ในบริเวณประเทศที่มีพรมแดนติดกับประเทศไทยทุกด้าน การกระจายของหอยนั้นพบว่ามีการกระจายกระจุกตัวอยู่จำเพาะบริเวณที่ยังมีสภาพของป่าที่ค่อน ข้างดีอยู่ หรือพื้นที่อนุรักษ์อื่น ๆ ซึ่งเป็นไปตามลักษณะที่เป็นเกาะแก่งของสภาพป่าที่หลงเหลืออยู่ ของประเทศ ในด้านสถานภาพของหอยในแต่ละสปีชีส์นั้นพบว่ากลุ่มหอยต้นไม้ (tree snails) หลายสปีชีส์กำลังอยู่ในสภาพที่ใกล้สูญพันธุ์ (endangered species) เช่น Amphidromus flavus, A. metabletus, Camaena illustris และ Chloritis (T.) siamensis และมีหลายสปีชีส์ที่ถูกคุกคาม เนื่องจากการตัดไม้และการล่า เช่น Amphidromus areolatus, A. semitesselatus, A. xiengensis และกลุ่มสปีชีส์หอยบริเวณเขาหินปูน ได้แก่ หอยในวงศ์ Streptaxidae, Plectopylidae, Vertiginidae ส่วนสปีชีส์ที่พบเป็นจำนวนมากและสามารถแพร่กระจายได้ทั่วไปแม้ในถิ่นอาศัยที่ มนุษย์อาศัยแม้แต่ในเมืองใหญ่ ๆ บางแห่ง เช่น Cryptozona siamensis, Buliminus siamensis, Succinea tenella และ introduced species 2 สปีชีส์คือ Achatina fulica และ Lamellaxis gracilis นอกจากนั้นยังมีสกุลที่ต้องเฝ้าติดตามศึกษาอย่างละเอียด เนื่องจากมีแนวโน้มที่จะประสบปัญหาได้ ถ้าสภาพแวดล้อมถูกทำลายมากขึ้น ได้แก่ สกุล Amphidromus, Ganesella, Camaena ในเรื่องของโครโมโซมนั้น จากการศึกษาในหอยในวงศ์ Camaenidae, Ariophantidae, Succineidae, Achatinidae และ Clausiliidae นั้น ทำให้ได้ข้อมูลที่สำคัญมาใช้ในงานอนุกรมวิธาน ของหอยทากบกอย่างดียิ่ง พบว่า เมื่อเทียบกับงานจากการรวบรวมของศาสตราจารย์ John Burch แห่งมหาวิทยาลัยมิชิแกน ประเทศสหรัฐอเมริกา ในปี ค.ศ. 1989 ได้ระบุจำนวนโครโมโซมของหอย หลายวงศ์ที่มีผู้ศึกษามาแล้ว การวิจัยในครั้งนี้ได้พบข้อมูลที่แตกต่างจากผลงานดังกล่าวอยู่หลาย ประการ กล่าวคือ โครโมโซมของหอยวงศ์หอยนกขมิ้น (Family Camaenidae) โดยเฉพาะสกุล Amphidromus นับได้ว่าเป็นงานวิจัยชิ้นแรกของงานวิจัยทางด้านโครโมโซมของหอยทากบก โดย เทคนิคที่แตกต่างจากเทคนิคเดิม ๆ ที่มีการวิจัยมาก่อน และเนื้อเยื่อที่นำมาใช้ศึกษาก็ต่างจากการ ใช้ gonad ที่มีการใช้กันมาโดยตลอด ใน Superfamily Achatinoidea ที่มีการวิจัยมาแล้วพบจำนวน แฮพพลอยด์อยู่ระหว่าง 25-31 จากการศึกษาครั้งนี้จำนวนแฮพพลอยด์ของหอยชนิด Achatina fulica เพียง 15 และใน Superfamily Helicarionoidea พบจำนวนแฮพพลอยด์ที่มีความหลากหลาย อยู่ระหว่าง 10-36 (รายงานเดิมอยู่ระหว่าง 20-34) และเมื่อนำโครโมโซมมาจัดคาริโอไทป์สามารถ นำมาใช้ในการจำแนกสปีชีส์ของหอยที่มีความสับสน ดังเช่นหอยขัดเปลือก Macrochlamys limbata และ M.hepbagyra ที่มีความคล้ายคลึงกันมากในทางสัณฐานวิทยาและมีจำนวนแฮพพลอยด์ เท่ากันคือ 10 แต่เมื่อนำมาจัดคาริโอไทป์จะเห็นความแตกต่างกันอย่างชัดเจน สามารถช่วยในการ จัดจำแนกได้อย่างดียิ่ง นอกจากนี้ยังสามารถจัดคาริโอไทป์เพื่อดูความแตกต่างของหอยนกขมิ้น Amphidromus atricallosus, A. areolatus และ A. inversus ในด้านการเผยแพร่ผลงานวิจัย สามารถจำแนกเป็นข้อ ๆ ได้ดังนี้ 1. สามารถจัด Systematic Collection ในพิพิธภัณฑ์สถานธรรมชาติวิทยาแห่งจุฬาลงกรณ์- มหาวิทยาลัย ซึ่งจะใช้เป็นประโยชน์ต่อการมาทัศนศึกษาของนักเรียน นิสิต นักศึกษา ครู อาจารย์ และประชาชนผู้สนใจทั่วประเทศ และเป็น Reference Collection แก่นักวิจัยทั้งในและต่างประเทศที่ จะเข้ามาศึกษาทั้งในแง่ของงานชีววิทยาพื้นฐานและการประยุกต์ทั้งทางด้านสิ่งแวดล้อม และ Biotechnology 2. ได้ตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานวิจัยในวารสารต่างประเทศที่เป็นที่ยอมรับในทางสาขา Malacology เป็นจำนวน 4 บทความ ได้รับการตอบรับให้ลงพิมพ์แล้วอีก 3 บทความ และอยู่ใน ระหว่างการเตรียมต้นฉบับโดยเฉพาะงานทางด้านโครโมโซมอีก 2 บทความ 3. ได้นำเสนอผลงานในที่ประชุมระดับ International 2 ครั้ง และในระดับชาติ 3 ครั้ง และ ได้รับเชิญไปเป็นวิทยากรที่ประเทศญี่ปุ่น 1 ครั้ง และในประเทศไทยอีก 2 ครั้ง 4. ได้ผลิตมหาบัณฑิตที่เกี่ยวข้องกับงานทางด้านไป 2 คน ขณะนี้กำลังเป็นกำลังสำคัญใน การผลิตผลงานวิจัยที่สูงขึ้นต่อไป และขณะนี้สามารถรวบรวมนิสิตปริญญาโทจำนวน 3 คน และ นิสิตปริญญาตรีปีที่ 4 จำนวน 3 คน ที่มีความสนใจทางด้านนี้อย่างจริงจัง ร่วมเป็นทีมงานวิจัยที่มี ประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยคาดว่าในระยะเวลา 3-5 ปีข้างหน้า จะสามารถผลิตนักวิจัยที่มีความ สามารถมารับใช้สังคมต่อไป We have surveyed the literature regarding land pulmonate snails of Thailand and have studied type specimens from important natural history museums around the world, including the US, Europe, and Asia. After that, we collected samples of land pulmonate snails from national parks and wildlife sanctuaries throughout Thailand and in parts of neighboring countries. Some of the samples have been examined by taxonomical methods, including classification, identification, and assigning nomenclature for new species according to internationally accepted procedures. We have processed the samples that we have already examined and systematically collected them in a museum. Another portion of the samples was used for the examination of chromosomes in order to verify the accuracy of the classification, since previous classification schemes have relied mainly on shell morphology. We now turn to a summary of our results after nearly 3 years. So far, work on land pulmonate snails in Thailand has been strongly influenced by foreign naturalists such as Moellendroff and Zilch (Germany), Solem (USA), Tomlin (UK), and Habe (Japan). In addition, shell traders such as Fruhstofer (Germany) and Webb (USA) played a role that was both positive and negative. When we list all the names of snails collected by these people, we find 80 species of Thai snails from their records. From our studies since 1994, we have found a total of 17 families, 71 genera, and 247 species. Of these, 11 species are new species that have never been found anywhere else in the world. Out of the 17 families, the following 5 families include many species and play a significant role in the forest ecosystem: Vertiginidae, Camaenidae, Ariophantidae, Streptaxidae, and Bradybaenidae. The regions where we found many snails in limestone mountain forests are as follows: * Western Thailand: * Huay Kha Kang Wildlife Sanctuary * Kang Krajan National Park * Tungyai Narasuan Wildlife Sanctuary * Umpang Wildlife Sanctuary * Northern Thailand: * Doi Inthanon National Park * Doi Chiang Dao Wildlife Sanctuary * Eastern Thailand: * Phliu, National Park * Khao Soi Dao Wildlife Sanctuary * Khao Ang Rue Nai Wildlife Sanctuary * Northeastern Thailand: * Phu Luang Wildlife Sanctuary * Phu Kheo Wildlife Sanctuary * Phu Wua Wildlife Sanctuary * Southern Thailand: * Klong Sang Wildlife Sanctuary * Khao Chong Wildlife Sanctuary * Harabara Wildlife Sanctuary All of these forests have a very high species diversity. In particular, Umpang Wildlife Sanctuary and Khlongsang Wildlife Sanctuary were found to have the highest species diversity of pulmonate snails, with 44 and 43 species, respectively. Among the 247 species that were found, 54 (21.8%) are endemic species that are found only in Thailand. This is a high rate of geographic specificity compared with that for amphibians (12.1%), reptiles (10.4%), birds (only 0.2%), and mammals (only 3%). The remaining nearly 200 species are distributed among nations bordering Thailand on all sides. However, the distribution of snails is very clumpy, and mainly restricted to the few, small, isolated regions that still support a strong forest ecology. Regarding the survival status of each species, among tree snails there are many endangered species, such as Amphidromus flavus, A. metabletus, Camaena illustris, and Chloritis (T.) siamensis. There are also many species that are threatened by deforestation and hunting, such as Amphidromus areolatus, A. semitesselatus, and A. xiengensis, and the limestone mountain species in the families Streptaxidae, Plectopylidae, and Vertiginidae. Some species are abundant and able to spread in regions inhabited by humans or even in major cities, such as Cryptozona siamensis, Buliminus siamensis, and Succinea tenella, and 2 introduced species, Achatina fulica and Lamellaxis gracilis. Other species should be carefully monitored because they may encounter problems if there is further destruction of the environment; these include members of the genera Amphidromus, Ganesella, and Camaena. The analysis of chromosomes of snails from the families Camaenidae, Ariophantidae, Succineidae, Achatinidae, and Clausiliidae has provided very important information with regard to their classification. We compared our results with those compiled by Prof. John Burch of the University of Michigan, USA in 1989. Burch specified the number of chromosomes of several families of snails that had previously been studied at that time. Our present results differ in several respects. Ours is the first work on snail chromosomes of the genus Amphidromus. The tissues that we examined are different from the gonads used previously. For Superfamiy Achatinoidea, previous studies found 25-31 haploid numbers. We found that Achatina fulica snails had only 15. For Superfamily Helicarionoidea, the haploid numbers were highly variable, over the range 10-36 (previous reports found 20-34). When we examined the karyotypes, we can distinguish between species that are easily confused for one another. For example, the snails Macrochlamys limbata and M. Hepbagyra have very similar morphologies, and both have 10 haploid numbers, but when we examined the karyotypes we could see distinguish between them very clearly. Therefore, this technique is extremely helpful for classification. We were also able to use karyotypes to distinguish between the snails Amphidromus atricallosus, A. areolatus, and A. inversus. The dissemination of our results can be summarized as follows: 1. We organized a systematic collection in the Museum of Natural History at Chulalongkorn University, which is frequently visited by school children, university students, teachers, faculty, and the general public from all over the nation. This also serves as a reference collection for researchers in Thailand and abroad to study, both in terms of basic biology and environmental applications, and for biotechnology. 2. We have published 4 articles in overseas journals that are widely accepted in the field of malacology. There are 3 more articles that have been accepted for publication, and 2 more are being prepared specifically on the topic of chromosomal studies. 3. We have produced 2 M.Sc. graduates who did their thesis work on land pulmonate snails, who will make important contributors to raise the level of research results in the future. At this point we still have 3 M.Sc. students and 3 senior B.Sc. students who are actively interested in this field. This makes for a more efficient research team, and we expect that in the next 3-5 years we will produce even more researchers to serve society in the future.

บรรณานุกรม :
สมศักดิ์ ปัญหา . (2541). อนุกรมวิธานและคาริโอไทป์ของหอยทากบกในประเทศไทย.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
สมศักดิ์ ปัญหา . 2541. "อนุกรมวิธานและคาริโอไทป์ของหอยทากบกในประเทศไทย".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
สมศักดิ์ ปัญหา . "อนุกรมวิธานและคาริโอไทป์ของหอยทากบกในประเทศไทย."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2541. Print.
สมศักดิ์ ปัญหา . อนุกรมวิธานและคาริโอไทป์ของหอยทากบกในประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2541.