ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ศักยภาพอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ของเวียดนามและการปรับตัวเพื่อการแข่งขันของไทย

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ศักยภาพอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ของเวียดนามและการปรับตัวเพื่อการแข่งขันของไทย
นักวิจัย : วิจิตรา ล.เฉลิมชัยชนะ
คำค้น : Competition , Furniture , Thailand , Vietnam , การแข่งขัน , เฟอร์นิเจอร์ , เวียดนาม , ไทย
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2552
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG5010012 , http://research.trf.or.th/node/1497
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

โครงการศักยภาพอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ของเวียดนามและการปรับตัวเพื่อการแข่งขัน ของไทย มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบศักยภาพอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ไม้ของไทยและเวียดนาม โดยวิเคราะห์โครงสร้างของอุตสาหกรรม ศักยภาพด้านการผลิต การตลาด และความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ไม้ไทยและเวียดนาม รวมทั้งผลกระทบของการเติบโตด้านการส่งออกเฟอร์นิเจอร์ไม้ของเวียดนามที่มีต่อการส่งออกเฟอร์นิเจอร์ไม้ของไทย เพื่อกำหนดกลยุทธ์การปรับตัวอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ไม้ของไทย ดำเนินการศึกษาโดยใช้แบบจำลอง Diamond Model และใช้ดัชนีการแข่งขันทางการค้าระหว่างประเทศ ได้แก่ ดัชนีความได้เปรียบโดยเปรียบเทียบที่ปรากฏ (Revealed Comparative Advantage: RCA) ดัชนีความสามารถในการส่งออกเชิงเปรียบเทียบ (Comparative Export Performance: CEP) และดัชนีความเข้มข้นทางการค้า (Trade Intensive Index: TII) ใช้ Granger Causality Test และการถดถอยอย่างง่าย (Simple Regression) ผลการศึกษาสรุปได้ว่า อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ไม้ของไทย มีศักยภาพในการผลิตทั้งเฟอร์นิเจอร์ไม้จริงและเฟอร์นิเจอร์ไม้ทดแทน ซึ่งส่วนใหญ่ผลิตเพื่อส่งออกโดยใช้ไม้ยางพารา โดยตลาดหลัก คือ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และสหราชอาณาจักร สำหรับอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ไม้ของเวียดนาม ส่วนใหญ่เป็นการผลิตเพื่อส่งออกมากกว่าไทย เนื่องจากผู้ผลิตจากต่างประเทศขยายฐานการผลิตเข้าสู่เวียดนาม ทำให้การส่งออกเฟอร์นิเจอร์ไม้ของเวียดนามเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่ตลาดภายในประเทศเริ่มขยายตัว โดยตลาดส่งออกที่สำคัญ คือ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และสหราชอาณาจักร เช่นเดียวกันกับไทย ผลการศึกษาเปรียบเทียบศักยภาพของอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ไม้ของไทยและเวียดนาม พบว่า อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ไม้เพื่อการส่งออกของไทยเสียเปรียบเวียดนามในหลายด้าน การเติบโตของการส่งออกเฟอร์นิเจอร์ไม้ของเวียดนามมีผลกระทบต่อการส่งออกและการผลิตเฟอร์นิเจอร์ไม้ของไทย อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ไม้ของไทยจึงมีเวียดนามเป็นคู่แข่งสำคัญเพิ่มขึ้นจากเดิมที่ไทยมีคู่แข่งหลัก ได้แก่ จีน มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ทำให้อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ไม้ของไทยต้องเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น ดังนั้นในการวิจัยจึงได้จัดทำกลยุทธ์ระดับองค์กร และกลยุทธ์ระดับธุรกิจ ตลอดจนข้อเสนอแนะต่อภาครัฐ เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันทางการค้าเฟอร์นิเจอร์ไม้ของไทย ในตลาดโลก ผลจากการศึกษาได้นำมาใช้ประโยชน์ ในการระดมความคิดเห็นโครงการ“แผนที่นำทางเชิงกลยุทธ์สำหรับอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ไทยที่ยั่งยืน” ของสำนักพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติกับสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องเรือนไทย และเป็นข้อมูลในการจัดทำนโยบายของกลุ่มอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม The furniture industry, particularly wooden furniture, has been a major manufacturing export of Thailand. However the past few years have seen the declining trend of Thailand’s furniture export. In contrast, Vietnamese furniture export has grown by leaps and bounds so much so that its export value is now higher than established exporters like Thailand and Indonesia. This research explores the potential of Vietnamese furniture industry and its impact on Thailand, aiming to provide information and analysis useful for Thai business strategies. It compares the wooden furniture industry of Thailand and Vietnam in the areas of industrial production, supporting industries, cost structure, marketing strategy and global competition. It also examines the impact of the growth of Vietnam’s furniture industry on the Thai counterpart, with a view to finding appropriate business strategies for Thailand. This research applies many research methodologies to study the production, marketing and competitiveness of the two countries’ furniture industry including the Diamond Model, Revealed Comparative Advantage (RCA), Comparative Export Performance (CEP) and Trade Intensity Index (TII). It also uses Granger Causality Test and Simple Linear Regression to analyze the impact of Vietnam’s furniture export growth on the Thai counterpart. The study found that Thailand’s wooden furniture industry mainly uses rubber wood timber as raw materials. Other inputs include particle boards and fiber boards such as MDF. Both Thailand and Vietnam export their furniture products to the US, Japan and the UK. For Vietnam, the industry is geared more towards export as many foreign manufacturers, particularly those from Taiwan, have set up large-scale production platforms in the country. The study concludes that the growth of Vietnam’s furniture industry has negative impacts on the Thai industry. Vietnam has now emerged as a major competitor of Thailand in the global furniture market, joining the ranks of top Asian exporters like China, Malaysia and Indonesia. Examining Thailand’s disadvantages, this study thus proposes Thailand’s industrial as well as business strategies to survive and grow in this changing environment. It also views Vietnam as a business partner by suggesting that large Thai businesses explore the possibility of investing and outsourcing certain products and/or production process in Vietnam. In addition, the study compiles certain policy proposals that could help improve the potential of Thailand’s furniture industry.

บรรณานุกรม :
วิจิตรา ล.เฉลิมชัยชนะ . (2552). ศักยภาพอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ของเวียดนามและการปรับตัวเพื่อการแข่งขันของไทย.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
วิจิตรา ล.เฉลิมชัยชนะ . 2552. "ศักยภาพอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ของเวียดนามและการปรับตัวเพื่อการแข่งขันของไทย".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
วิจิตรา ล.เฉลิมชัยชนะ . "ศักยภาพอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ของเวียดนามและการปรับตัวเพื่อการแข่งขันของไทย."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2552. Print.
วิจิตรา ล.เฉลิมชัยชนะ . ศักยภาพอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ของเวียดนามและการปรับตัวเพื่อการแข่งขันของไทย. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2552.