ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การใช้ยางธรรมชาติในการบำบัดสารปนเปื้อนตัวทำละลายอินทรีย์อันตราย

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การใช้ยางธรรมชาติในการบำบัดสารปนเปื้อนตัวทำละลายอินทรีย์อันตราย
นักวิจัย : ภาณุ ด่านวานิชกุล
คำค้น : กลุ่มวิจัยอุตสาหกรรมยางดิบ , การบวมตัวของยาง , การบำบัดน้ำ , ตัวทำละลายอินทรีย์ , ยางธรรมชาติ
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2549
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG4850008 , http://research.trf.or.th/node/1441
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ในปัจจุบันมีการปนเปื้อนของสารอินทรีย์ซึ่งใช้เป็นตัวทำละลายในกระบวนการผลิตต่างๆ เช่น โทลูอีนและเบนซีน เป็นต้น ในแหล่งน้ำธรรมชาติ เช่นน้ำใต้ดิน ซึ่งจะเป็นอันตรายอย่างมากเมื่อนำน้ำนั้นมาบริโภคหรืออุปโภค ดังนั้นจึงจำเป็นต้องหาวิธีในการบำบัดน้ำปนเปื้อนเหล่านี้ งานวิจัยในปัจจุบันพยายามศึกษาประสิทธิภาพของตัวดูดซับต่างๆ กัน ในงานวิจัยนี้สนใจศึกษาความเป็นไปได้ของการนำชิ้นยางธรรมชาติที่ไม่มีสารตัวเติมและยางธรรมชาติที่มีส่วนผสมของสารตัวเติมต่างชนิดกันคือเขม่าดำ (เอ็น-330) และหินปูนโดยใช้ปริมาณเท่ากันในการดูดซับสารอินทรีย์หลายชนิดออกจากน้ำ โดยการทดลองแบ่งเป็น 3 ส่วน ส่วนแรกเป็นการทดสอบการดูดซับสารอินทรีย์บริสุทธิ์ได้แก่ โทลูอีน เอ็ม-ไซลีน พี-ครีซอล และน้ำ และพบว่ายางในแต่ละส่วนผสมจะดูดซับตัวทำละลายอินทรีย์ได้ปริมาณแตกต่างกันเรียงตามลำดับจากมากไปน้อยคือ โทลูอีน เอ็ม-ไซลีน พี-ครีซอล และน้ำ เมื่อพิจารณาสำหรับสารอินทรีย์ชนิดเดียวกันสำหรับชิ้นยางต่างส่วนผสมกันพบว่าความสามารถในการดูดซับเรียงจากมากไปน้อยคือ ยางที่ไม่มีสารตัวเติม ยางที่เติมหินปูน และยางที่เติมเขม่าดำ ตามลำดับ ส่วนที่สองเป็นการทดสอบการดูดซับสารอินทรีย์ออกจากน้ำที่ปนเปื้อนที่ความเข้มข้นต่างๆ คือ ประมาณ 100 200 500 และ 1000 ppm ในระบบปิดที่สัมผัสอากาศ พบว่าชิ้นยางสามารถดูดซับโทลูอีนและเอ็ม-ไซลีนได้ใกล้เคียงกัน และมากกว่าพี-ครีซอล และ ฟีนอล ตามลำดับ และพบว่าชิ้นยางที่มีสารตัวเติมและไม่มีสารตัวเติมให้ผลการดูดซับไม่แตกต่างกันในช่วงความเข้มข้นที่ศึกษา ในส่วนที่สามเป็นการทดสอบการดูดซับโดยใช้หอดูดซับขนาดเล็ก เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2.5 ซม. และความสูงประมาณ 22.5 ซม. ในหอบรรจุกรวดและชิ้นยางที่มีส่วนผสมของเขม่าดำและใช้อัตราการไหลของสารละลายประมาณ 1.3 มล. ต่อนาที โดยใช้สารละลายเริ่มต้นเข้มข้นประมาณ 500 ppm ผลการทดสอบพบว่าผลสอดคล้องกับการทดลองในส่วนที่สอง นั่นคือยางสามารถบำบัดน้ำปนเปื้อนโทลูอีนและเอ็ม-ไซลีน ซึ่งเป็นสารที่ไม่มีขั้วเช่นเดียวกับยางได้ดีกว่าพี-ครีซอลและฟีนอล ซึ่งเป็นสารมีขั้ว ผลจากการศึกษาบ่งชี้ว่า ยางมีประสิทธิภาพในการดูดซับสารอินทรีย์ชนิดดังกล่าวที่ปนเปื้อนในน้ำได้ จึงน่าจะนำไปใช้ประโยชน์เป็นตัวดูดซับได้ Organic substances such as toluene, xylenes and cresols are usually used as solvents in many industrial applications. Usage of these materials results in contamination in processing water and sometimes leaking out during transportations that seriously threatens the human health so any method for removing these substances from water is essential and necessary. In this work, we aimed to investigate possibility of using natural rubber chips in treatment of contaminated water so the experiments were conducted in 3 parts. In the first part, we studied the sorption of four pure organic solvents, which are toluene, m-xylene, p-cresol and water, by using natural rubber chips whose compositions are different, including one without any filler, one with carbon black (N-330), and one with calcium carbonate. We found that rubber chips could absorb toluene with highest capacity, followed by m-xylene, p-cresol and water, respectively and unfilled chips had highest sorption ability, followed by chips with calcium carbonate and those with carbon black. In the second part, the batch sorption tests were conducted to investigate the ability of those chips to remove organic substances from artificially contaminated water. We found that for each rubber composition, toluene was absorbed with the highest quantity which is close to that of xylene but is much greater than those of p-cresol and phenol. When the composition of rubber was considered, we found that filled and unfilled rubbers were not different in sorption ability in the range of concentrations studied. The results were confirmed by the last part, the sorption column experiment. The mini-column with diameter of about 2.5 cm and height of about 22.5 cm was packed with gravel and rubber chips with carbon black. The solution with concentration of about 500 ppm was pumped through the column with flow rate about 1.3 ml/min for 12 hrs. The efficiency was calculated using the final concentration of effluent collected in the bottle. Again, the chips can treat toluene and m-xylene, which is hydrophobic substances just like itself, better than p-cresol and phenol, which is hydrophilic. Our studies show that rubber chips have potential to be used as sorption media in treatment of water contaminated with these organic substances.

บรรณานุกรม :
ภาณุ ด่านวานิชกุล . (2549). การใช้ยางธรรมชาติในการบำบัดสารปนเปื้อนตัวทำละลายอินทรีย์อันตราย.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ภาณุ ด่านวานิชกุล . 2549. "การใช้ยางธรรมชาติในการบำบัดสารปนเปื้อนตัวทำละลายอินทรีย์อันตราย".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ภาณุ ด่านวานิชกุล . "การใช้ยางธรรมชาติในการบำบัดสารปนเปื้อนตัวทำละลายอินทรีย์อันตราย."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2549. Print.
ภาณุ ด่านวานิชกุล . การใช้ยางธรรมชาติในการบำบัดสารปนเปื้อนตัวทำละลายอินทรีย์อันตราย. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2549.