ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาคุณสมบัติทางแสงและไฟฟ้าของสารกึ่งตัวนำอินทรีย์แบบฟิล์มบางที่ปลูกโดยวิธีแลงเมียร์-บลอดเจตต์

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาคุณสมบัติทางแสงและไฟฟ้าของสารกึ่งตัวนำอินทรีย์แบบฟิล์มบางที่ปลูกโดยวิธีแลงเมียร์-บลอดเจตต์
นักวิจัย : ธรณินทร์ บุญบำรุง
คำค้น : สารกึ่งตัวนำอินทรีย์ , ฟิล์มบาง
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : สมศักดิ์ ปัญญาแก้ว , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะวิศวกรรมศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2542
อ้างอิง : 9743334483 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/4166
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2542

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ในเบื้องต้นได้ศึกษาคุณสมบัติทางแสงของสารละลายของสารกึ่งตัวนำอินทรีย์ที่เตรียมจากสาร tris (8-hydroxyquinoline) aluminum (Alq3) ซึ่งละลายในตัวทำละลายชนิด chloroform สารละลายที่ได้มีความเข้มข้น 3 ระดับคือ 0.5 mM 10 mM และ 100 mM สัญญาณโฟโตลูมิเนสเซนซ์ (PL) ของสารละลายเปล่งแสงสีเขียวในช่วงความยาวคลื่น 450-650 nm มียอดสเปกตรัมที่ 530 nm โดยกระตุ้นด้วยเลเซอร์ชนิดไนโตรเจน (337 nm) สัญญาณ PL มีขนาดสูงขึ้นเมื่อสารละลายมีความเข้มข้นมากขึ้นและเมื่อสาร Alq3 ที่ตัวทำละลายระเหยออกหมดแล้วมีอุณหภูมิลดต่ำลงจากอุณหภูมิ 313 K ไปที่ 12 K ทำให้ยอดสเปกตรัมเคลื่อนไปทางความยาวคลื่นสั้นลง (5-10 nm) ได้ศึกษาคุณสมบัติทางแสงของฟิล์มบางสารกึ่งตัวนำอินทรีย์ที่ทำจากสาร Alq3 ที่เตรียมขึ้นด้วยวิธีแลงเมียร์-บลอดเจตต์ (LB) มีโครงสร้างแบบ (Alq3+stearic acid: C18)/ITO/GLASS ความหนาของฟิล์มควบคุมจากจำนวนชั้นโมโนเลเยอร์ (10-44 โมโนเลเยอร์) ของสารกึ่งตัวนำอินทรีย์ในระหว่างเคลือบฟิล์ม สัญญาณ PL เปล่งแสงสีเขียวในช่วง 420-650 nm มียอดสเปกตรัมที่ 530 nm โดยกระตุ้นด้วยเลเซอร์ชนิดไนโตรเจน สัญญาณ PL มีขนาดสูงขึ้นเมื่อฟิล์มมีความหนามากขึ้นและพบว่ายอดสเปกตรัมเคลื่อนไปทางความยาวคลื่นสั้นลง (10-15 nm) เมื่ออุณหภูมิของฟิล์มลดลงจากอุณหภูมิห้องไปที่ 12 K พบการเสื่อมสภาพของสัญญาณ PL หลังเก็บไว้นาน 3 วัน ที่อุณหภูมิห้อง การเสื่อมสภาพจะเร็วขึ้นหากเก็บฟิล์มที่อุณหภูมิสูงกว่า 80 ํC ในตอนท้ายได้ศึกษาคุณสมบัติทางไฟฟ้าของฟิล์มบางแลงเมียร์-บลอดเจตต์ (LB) ที่มีโครงสร้าง 3 แบบ คือ Hg/(Alq3+C18)/ITO/GLASS, Hg/(Alq3+C18)/ITO/GLASS และ Hg/(Alq3+C18)/(Alq3+C18) โดปด้วยสาร DCM/(PVK+C18)/ITO/GLASS โดยการวัดลักษณะคุณสมบัติกระแส-แรงดันเพื่อนำไปคำนวณหาค่าความต้านทานไฟฟ้าและค่าสภาพนำไฟฟ้า พบว่าโครงสร้างที่มีชั้นลำเลียงโฮลที่ทำจากสาร poly(9-vinylcarbazole) (PvK) และชั้นเปล่งแสงที่ทำจากสาร 4-Dicyanomethylene-2-methyl-6-(p-dimethylaminostyryl)-4H-pyran (DCM)ช่วยลดค่าความต้านทานไฟฟ้าและเพิ่มสัญญาณ PL ให้มีขนาดสูงขึ้น โดยมีค่าความต้านทานไฟฟ้าลดลงจาก 5 Momega เป็น 1.37 Momega ค่าสภาพนำไฟฟ้าของฟิล์มบางสาร Alq3+C18 มีค่าเท่ากับ 4.77x10 -11 S/cm

บรรณานุกรม :
ธรณินทร์ บุญบำรุง . (2542). การศึกษาคุณสมบัติทางแสงและไฟฟ้าของสารกึ่งตัวนำอินทรีย์แบบฟิล์มบางที่ปลูกโดยวิธีแลงเมียร์-บลอดเจตต์.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ธรณินทร์ บุญบำรุง . 2542. "การศึกษาคุณสมบัติทางแสงและไฟฟ้าของสารกึ่งตัวนำอินทรีย์แบบฟิล์มบางที่ปลูกโดยวิธีแลงเมียร์-บลอดเจตต์".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ธรณินทร์ บุญบำรุง . "การศึกษาคุณสมบัติทางแสงและไฟฟ้าของสารกึ่งตัวนำอินทรีย์แบบฟิล์มบางที่ปลูกโดยวิธีแลงเมียร์-บลอดเจตต์."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2542. Print.
ธรณินทร์ บุญบำรุง . การศึกษาคุณสมบัติทางแสงและไฟฟ้าของสารกึ่งตัวนำอินทรีย์แบบฟิล์มบางที่ปลูกโดยวิธีแลงเมียร์-บลอดเจตต์. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2542.