ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

แนวทางการจัดศูนย์การเรียนตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ในประเทศไทย

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : แนวทางการจัดศูนย์การเรียนตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ในประเทศไทย
นักวิจัย : วราพรรณ ด่านอุตรา
คำค้น : Employment and Person with disabilities , Vocational rehabilitation , Vocational Training , การประกอบอาชีพคนพิการ , การฝึกอาชีพคนพิการ , การฟื้นฟูสมรรถภาพด้านอาชีพ
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2548
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG4630032 , http://research.trf.or.th/node/1368
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

สืบเนื่องจากความสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ในการดำเนินงานโครงการการสร้างระบบประสานงานข้อมูลการนำเข้าสารเคมีอันตราย จนเกิดความร่วมมือระหว่างหน่วยงานควบคุมวัตถุอันตราย ได้แก่ กรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมวิชาการเกษตร กรมประมง สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และกรมการอุตสาหกรรมทหาร กับหน่วยงานตรวจสอบการนำเข้าคือ กรมศุลกากร ทำให้เกิดระบบการติดตามข้อมูลการนำเข้าวัตถุอันตราย ซึ่งเริ่มใช้ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2544 และต่อมา สกว. ได้ให้ความสนับสนุนในการประเมินผลการดำเนินงานของระบบดังกล่าวในปี พ.ศ. 2546 ซึ่งผลการดำเนินงานนี้เป็นพื้นฐานให้ได้ข้อมูลการนำเข้าที่เชื่อถือได้และตรวจสอบกันได้ระหว่างหน่วยงาน กรมโรงงานอุตสาหกรรมซึ่งรับผิดชอบวัตถุอันตรายที่นำไปใช้ทางอุตสาหกรรม ได้ใช้ระบบประสานงานข้อมูลการนำเข้าสารเคมีอันตรายข้างต้น ตรวจสอบปริมาณที่ขอนำเข้ากับปริมาณที่ได้รับอนุญาต และมีการติดตามการใช้วัตถุอันตรายหลังการนำเข้าโดยให้ผู้ประกอบการรายงานปริมาณของวัตถุอันตราย 45 รายการ ทุก 6 เดือน ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง การให้แจ้งข้อเท็จจริงของผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้ส่งออก หรือผู้มีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตรายที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมมีหน้าที่รับผิดชอบ พ.ศ. 2543 งานวิจัยที่เสนอนี้ เป็นความริเริ่มของสำนักควบคุมวัตถุอันตราย และศูนย์สารสนเทศโรงงานอุตสาหกรรม กรมโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อร่วมมือกับนักวิชาการจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยความสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย ในการดำเนินงานวิจัยเชิงปฏิบัติเพื่อวิเคราะห์รูปแบบและผลการดำเนินงานติดตามการใช้วัตถุอันตราย 45 รายการตามประกาศฯ ข้างต้น การดำเนินงานใช้เวลา 6 เดือน คือ ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2546 ประกาศ เรื่อง การให้แจ้งข้อเท็จจริงฯ เป็นประกาศที่ออกตามกฎหมายหลัก คือ พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย ซึ่งควบคุมการผลิต นำเข้า ส่งออก และครอบครองวัตถุอันตราย 4 ชนิด จำนวน 1,233 รายการ ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง บัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย พ.ศ. 2546 วัตถุอันตรายตามบัญชีฯ อยู่ในความรับผิดชอบของกรมโรงงานอุตสาหกรรม 418 รายการ ในจำนวนนี้มีอยู่ 45 รายการ ที่เป็นวัตถุอันตรายที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมพิจารณาว่าจำเป็นต้องติดตามการใช้เพิ่มเติมจากกิจกรรมหลัก 4 กิจกรรมที่กำหนดในพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย สำหรับการปฏิบัติงานในประกาศฯ ได้กำหนดให้ใช้แบบ วอ./อก. 7 สำหรับการรายงาน ผลการดำเนินงานสรุปได้เป็น 3 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 เป็นผลการวิเคราะห์สาระของพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย ซึ่งเป็นกฎหมายหลักที่มีข้อกำหนดและการใช้เอกสารควบคุมที่มีผลต่อเนื่องไปถึงการแจ้งข้อเท็จจริงฯ ผู้วิจัยได้วางแนวคิดในการดำเนินงานโดยศึกษาสาระและข้อปฏิบัติของกฎหมายหลัก ซึ่งควบคุมการประกอบการตามกิจกรรมหลัก 4 กิจกรรม เนื่องจากกฎหมายหลักกำหนดข้อปฏิบัติที่แตกต่างกันสำหรับการประกอบการวัตถุอันตราย 4 ชนิด คือ วัตถุอันตรายชนิดที่ 1 ให้ดำเนินการได้หากปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด วัตถุอันตรายชนิดที่ 2 ต้องแจ้งดำเนินการก่อนประกอบการ วัตถุอันตรายชนิดที่ 2 และ 3 ต้องมีการขึ้นทะเบียน และวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ต้องมีการขออนุญาตก่อนประกอบการด้วย การนำเข้าและส่งออกวัตถุอันตรายทุกชนิด ต้องแจ้งข้อเท็จจริงก่อนการดำเนินการโดยใช้แบบ วอ./อก. จากข้อกำหนดข้างต้นผู้ประกอบการวัตถุอันตรายชนิดที่ 1 ไม่จำเป็นต้องดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับการผลิตและการครอบครอง หากปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด นอกจากนี้มีข้อยกเว้นการขึ้นทะเบียน ยกเว้นให้ผู้ขออนุญาตตั้งโรงงานไม่ต้องขออนุญาตผลิตวัตถุอันตราย ผู้นำเข้าไม่ต้องขออนุญาตครอบครอง ซึ่งเป็นเหตุให้การตรวจสอบจำนวนผู้ประกอบการจากเอกสารสำคัญต่าง ๆ ทำได้ไม่สมบูรณ์ และเป็นผลสืบเนื่องไปถึงความถูกต้องของผลการตรวจสอบรายงานการส่ง และข้อมูลจากแบบ วอ./อก. 7 ส่วนที่ 2 เป็นผลการวิเคราะห์ประกาศ เรื่อง การให้แจ้งข้อเท็จจริงฯ โดยแบ่งเป็นสาระหลัก 2 เรื่องคือ การ วิเคราะห์จำนวนวัตถุอันตราย และการวิเคราะห์แบบที่ใช้รายงาน คือ วอ./อก. 7 ในส่วนจำนวนวัตถุอันตราย 45 รายการ พบว่ามีอยู่ 5 รายการที่เป็นสารกลุ่ม และทำให้เมื่อนับโดยใช้ชื่อจะเป็นวัตถุอันตรายกว่า 1,000 ชื่อ วัตถุอันตรายเหล่านี้ไม่มีข้อกำหนดให้ใช้ระบบอ้างอิงในรายงาน ทำให้ประมวลผลได้ยาก สำหรับแบบ วอ./อก. 7 นั้น มีจุดอ่อน 2 ประการหลัก คือ ไม่มีคำจำกัดความของกิจกรรมชัดเจน นอกจากนี้ทุกกิจกรรมให้ใช้แบบเหมือนกัน จุดอ่อนหลักอีกประการหนึ่ง คือ สาระที่ให้รายงานไม่ชัดเจน ไม่มีระบบการใช้รหัสอ้างอิง โดยเฉพาะรหัสวัตถุอันตรายและรหัสผู้ประกอบการ ทำให้ไม่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลได้ ผู้วิจัยได้เสนอให้ปรับปรุงแบบ วอ./อก. 7 ใหม่ โดยเปลี่ยนการรายงานกิจกรรมหลัก 4 กิจกรรม เหลือเพียงกิจกรรมเดียว คือ การรายงานการครอบครอง โดยให้คำจำกัดความที่ชัดเจน พร้อมทั้งออกแบบ วอ./อก. 7 ใหม่ ให้ประกอบด้วย เอกสารสรุป 1 หน้า และใบแนบตามกิจกรรมที่มี สำหรับการใช้แบบ วอ./อก. 7 ใหม่ จำเป็นต้องมีการออกประกาศ เรื่อง การให้แจ้งข้อเท็จจริงฯ ใหม่ ผลงานส่วนที่ 3 คือ การพัฒนาซอฟท์แวร์สำหรับใช้ตรวจสอบและประมวลผล โดยให้ชื่อซอฟท์แวร์ว่า HazTrack ซึ่งใช้สำหรับเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบข้อมูล วอ./อก. 7 โดยสามารถเชื่อมโยงข้อมูลกับข้อมูลจากแบบ วอ./อก. 6 ซึ่งเป็นแบบรายงานข้อเท็จจริงการนำเข้าและส่งออก กับข้อมูลจากใบขนสินค้าของกรมศุลกากร นอกจากนี้ได้ทดสอบซอฟท์แวร์และการเชื่อมโยงโดยใช้ข้อมูลรายการนำเข้าและการใช้ CFC12 ประจำปี พ.ศ. 2545 เป็นกรณีศึกษา และพบว่าสามารถตรวจสอบความไม่ต้องตรงกันของรายงานจากผู้ประกอบการบางรายเกี่ยวกับปริมาณที่ขอนำเข้า (วอ./อก. 6) ปริมาณในใบขนสินค้าของกรมศุลกากร และข้อมูลในรายงานตามแบบ วอ./อก. 7 พร้อมทั้งแสดงความจำเป็นในการตรวจสอบที่มาของความแตกต่างดังกล่าว ผู้วิจัยได้จัดทำข้อเสนอแนะดังนี้คือ 1.การรับถ่ายโอนผลการศึกษา การดำเนินงานในส่วนนี้อยู่ในกรอบภารกิจของสำนักควบคุมวัตถุอันตรายและศูนย์สารสนเทศโรงงานอุตสาหกรรม คือ ก.จัดประชุมเพื่อขอข้อคิดเห็นและการยอมรับการเตรียมการเปลี่ยนแปลงจากผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องตลอดจนผู้ประกอบการ ข. จัดเตรียมความพร้อมของบุคลากรทั้งในสำนักควบคุมวัตถุอันตราย ศูนย์สารสนเทศโรงงานอุตสาหกรรม และศูนย์ข้อมูลวัตถุอันตราย เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบจำนวนผู้ประกอบการ รวบรวมรายงาน นำเข้าข้อมูล และการใช้ซอฟท์แวร์เพื่อการติดตามและประเมินผล ค. จัดทำประกาศ เรื่อง การให้แจ้งข้อเท็จจริงฯ โดยใช้แบบ วอ./อก. 7 ใหม่ สำหรับรายงาน พร้อมทั้งจัดทำคู่มือปฏิบัติสำหรับผู้ประกอบการ 2.การดำเนินงานของศูนย์ข้อมูลวัตถุอันตราย ให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมพิจารณารูปแบบและให้ความสนับสนุนการดำเนินงานของศูนย์ข้อมูลวัตถุอันตรายที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถดำเนินงานต่อเนื่องในการตรวจสอบรายงานข้อมูลการนำเข้าวัตถุอันตรายของสำนักควบคุมวัตถุอันตราย และเชื่อมโยงกับสถิตินำเข้าของกรมศุลกากร ตลอดจนตรวจสอบ ความสอดคล้องกับรายงานการใช้จากแบบข้อมูล วอ./อก. 7 ใหม่ เพื่อเป็นการเสริมประสิทธิภาพการดำเนินงานของศูนย์ข้อมูลวัตถุอันตราย ให้สามารถเป็นศูนย์กลางในการประสาน ให้เกิดความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่รับผิดชอบควบคุมวัตถุอันตราย หน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนผู้ประกอบการ พร้อมทั้งพัฒนาให้เกิดรูปแบบระบบถาวรในการจัดการข้อมูลวัตถุอันตรายที่มีประสิทธิภาพ ครบวงจร ตั้งแต่การผลิต การเก็บ การขนส่ง การใช้ และการทำลาย เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการใช้วัตถุอันตราย ที่ทำให้ทรัพยากรพอเพียงและรักษาสภาวะแวดล้อม ตลอดจนไม่ให้เกิดผลกระทบเชิงลบต่อเศรษฐกิจและอื่น ๆ โดยรวม สำหรับการใช้โปรแกรม HazTrack เพื่อติดตามตรวจสอบข้อมูลวัตถุอันตราย สำนักควบคุมวัตถุอันตรายและศูนย์ข้อมูลวัตถุอันตรายควรระมัดระวังในเรื่องความลับทางธุรกิจหากมีการเผยแพร่ใน Intranet หรือ Internet ด้วย 3.การเพิ่มประสิทธิภาพของการควบคุมวัตถุอันตราย เสนอคณะกรรมการวัตถุอันตรายพิจารณาข้อกำหนดในพระราชบัญญัติวัตถุอันตรายที่แตกต่างกันสำหรับวัตถุอันตรายแต่ละชนิด และพิจารณาความเหมาะสมในการปรับปรุงแก้ไขสาระสำคัญ ที่จะทำให้เกิดการเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมการจัดการวัตถุอันตรายที่ครบวงจร เช่น การกำหนดชนิดและจำนวนวัตถุอันตราย ข้อกำหนดที่อาจก่อให้เกิดความสับสนในการปฏิบัติ ตลอดจนข้อยกเว้นต่าง ๆ 4.ข้อเสนอแนะเพื่อศึกษาวิจัยเพิ่มเติม ก. ควรมีการศึกษา เปรียบเทียบกฎหมายไทยกับต่างประเทศเกี่ยวกับการจำแนกชนิดวัตถุอันตราย เพื่อเอื้อประโยชน์ต่อการดำเนินงานควบคุมวัตถุอันตรายของประเทศ ข. ควรมีการศึกษาวิจัยเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดความชัดเจนยิ่งขึ้นว่า ปัญหาที่เกิดจากบทบัญญัติของกฎหมายมีอยู่อย่างไรบ้าง และแนวทางการแก้ไขเป็นอย่างไร โดยมีการศึกษาเปรียบเทียบกับของต่างประเทศด้วย เพื่อให้เกิดความชัดเจนว่าจะต้องมีการแก้ไขปรับปรุง พ.ร.บ.วัตถุอันตรายในประเด็นใด เช่น -วัตถุอันตรายควรจำแนกเป็นกี่ประเภท -ในแต่ละประเภทควรมีมาตรการในการควบคุม กำกับ ที่เหมือนกันหรือแตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร -การกำหนดหน้าที่ของผู้ที่เกี่ยวข้องกับวัตถุอันตราย ทั้งในส่วนของผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้ส่งออก ผู้ขาย และผู้มีไว้ในครอบครอง ค.ควรสนับสนุนการศึกษาวิจัยต่อยอดจากโครงการนี้เพื่อพัฒนาระบบการจัดการข้อมูลวัตถุอันตรายในภาพรวม (วัตถุอันตรายทางการเกษตร และทางการสาธารณสุข) ให้มีมาตรฐานและเชื่อมโยงกัน อันรวมถึงในส่วนของศุลกากรด้วย ตลอดจนพัฒนาข้อมูลอันเป็นปัจจุบันสำหรับวัตถุอันตรายที่อยู่ภายใต้การกำกับ ดูแล และที่มีการนำเข้าสู่ระบบใหม่ (new to the system) เพื่อให้สามารถพัฒนามาตรการกำกับ ดูแล ที่เหมาะสมรัดกุมได้อย่างทันท่วงที This report describes a cooperative work of researchers from the Department of Industrial Works (DIW) and Chulalongkorn University with support from Thailand Research Fund (TRF). The main objective of the project is to analyse the structures of the forms (Haz/DIW 6 and Haz/DIW 7) and procedures used for monitoring the production, import, export, and having in possession of 45 items of hazardous substance (HZ) listed in Annex of the Notification of the Ministry of Industry Re: Declaration of Facts on Production, Import, Export and having in Possession of Hazardous Substances under the responsibility of the Department of Industrial Works, B.E. 2543 (2000) prescribed pursuant to the Hazardous Substance Act, B.E. 2535 (1992). The two forms are designed to be used for different activities to compile information which ideally can be linked and indicate the flow of HZ from starting points, production at factories and import-export at the customs, having in possession along the chain to the end users. The form Haz/DIW 6 is used for the import and export activities at each transaction while the form haz/DIW 7 is required for all 4 activities as a report submitted to DIW every 6 months. The results of the study can be divided into 3 parts. Part 1 : Analysis of the provision of Hazardous Substance Act, B.E. 2535 (1992) The Hazardous Substance Act, B.E. 2535 (1992) is a major law for controlling 4 activities namely: the production, import, export and possession of hazardous substances (a total of 1,233 items as listed in the Annex). Purposes of use is the key for the control by corresponding responsible agencies. DIW is responsible for 418 items of HZ used for industrial purpose. The Act divided HZ into 4 types. Type 1 HZ can be readily employed if the specified safety criteria are followed. Types 2 and 3 must be registered and type 2 required notification whereas type 3 need a permission licence prior to their applications. Type 4 are prohibited for all activities except by special permission. Part 2 : Analysis of the concept and structure of the form Haz/DIW 7 The study concluded that a single form is provided for reporting of all 4 activities without clear information required especially the definition of “having in possession”. In addition there is no specific codes provided for each HZ. As a consequence, information can not be linked and quantities can not either be compiled or verified with the information originally informed to DIW. It is therefore proposed that the structure of Haz/DIW 7 should be revised to one page summary form for reporting “having in possession” indicating all activities which can alter the sum of quantities in possession. Details related to other activities should be filled in the attachments. Most importantly is the provision of reference codes for all HZ. Hazardous Substances listed in groups should be clearly spelled out with reference codes. The identification number of each applicator must be required and referred between the DIW and the Department of Customs and along the chain until the end users. Part 3 : Development of Tracking Software A software called “HazTrack” was developed and tested using the quantity of CFC 12 imported and distributed in the year 2002 as an implementing model. Information gathered from the forms Haz/DIW 7 reporting activities during Jan-Dec 2002 were input into the newly designed system. The software can be used to verify with the information which the applicants filled in the forms Haz/DIW 7, Haz/DIW 6 with those declared at the Department of Customs. Various types of discrepancies were shown in the report. Recommendations : 1.Implementation of the developed model It is recommended that DIW should: a.Find appropriate means to inform and get acceptance for the changes that will occur as a consequence of the implementation. The key groups should include executives, other levels of responsible personnels and private sectors who have to be conformed with the changes. b.Prepare for technical and practical support in order to implement the model effectively. c.Establishing a new notification to enforce the tracking procedure. 2.Strengthening of the Hazardous Substance Information Center DIW should prepare to provide appropriate support for operating the center such that it can perform all functions stated in the Hazardous Substance Act. The center must be able to stand as an effective body to coordinate other controlling agencies to work cooperatively and provide reliable information for the country to manage safety use of chemicals which will benefit the nation as a whole. To implement the HazTrack effectively, it is essential however for the DIW to be able to maintain the function without disclosure of the information considered to be trade secret. 3.Suggestion for further studies a.Comparative studies of Thai and international laws concerning classification of HZ for considerations of appropriate modification of the types and list of HZ controlled. b.Studies on various aspects of the Hazardous Substance Act especially the contents considered to be drawbacks. Clear and practical procedure should be developed for both controllers and applicators towards an effective enforcement outcome. c.The outcome of this study should be extended to cover HZ used for other purposes such as for agriculture, and public health aspects. The study should aim towards the development of a national management system which can reflect a country current picture leading to appropriate and effective control of HZ as a whole.

บรรณานุกรม :
วราพรรณ ด่านอุตรา . (2548). แนวทางการจัดศูนย์การเรียนตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ในประเทศไทย.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
วราพรรณ ด่านอุตรา . 2548. "แนวทางการจัดศูนย์การเรียนตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ในประเทศไทย".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
วราพรรณ ด่านอุตรา . "แนวทางการจัดศูนย์การเรียนตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ในประเทศไทย."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2548. Print.
วราพรรณ ด่านอุตรา . แนวทางการจัดศูนย์การเรียนตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ในประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2548.