ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การพัฒนาสายพันธุ์แบคทีเรียบีทีและไส้เดือนฝอยกำจัดแมลงเพื่อการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน (ระยะที่ 1)

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การพัฒนาสายพันธุ์แบคทีเรียบีทีและไส้เดือนฝอยกำจัดแมลงเพื่อการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน (ระยะที่ 1)
นักวิจัย : จริยา จันทร์ไพแสง
คำค้น : แบคทีเรียบีที , ไส้เดือนฝอย
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2550
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG4620027 , http://research.trf.or.th/node/1359
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

Bacillus thuringiensis เป็นแบคทีเรียที่สามารถผลิตสารพิษทำลายแมลงหลายกลุ่ม เช่น กลุ่มหนอนผีเสื้อ หนอนด้วง แมลงวัน เป็นต้น ได้มีการนำ B. thuringiensis มาใช้ควบคุมแมลงศัตรูพืชมาเป็นเวลานาน อย่างไรก็ตามมีรายงานว่าแมลงศัตรูพืชบางชนิดสามารถสร้างความต้านทานต่อ B. thuringiensis การวิจัยครั้งนี้ได้ศึกษาการพัฒนาความต้านทานของ B. thuringiensis สายพันธุ์ JC150 และสายพันธุ์ JC590 กับหนอนใยผักสายพันธุ์ BBS และสายพันธุ์ TMS โดยทดสอบประสิทธิภาพกับ B. thuringiensis ทั้งสายพันธุ์ในห้องปฏิบัติการ เพื่อหาระดับความเข้มข้นที่ทำให้หนอนทดสอบตายที่ 50 เปอร์เซ็นต์ (LC50) และทดสอบการพัฒนาความต้านทานของหนอนใยผักต่อ B. thuringiensis โดยให้หนอนใยผักสายพันธุ์ BBS และสายพันธุ์ TMS ได้รับ B. thuringiensis ที่ระดับความเข้มข้น 10 เปอร์เซ็นต์ (LC10) อย่างต่อเนื่องได้ทั้งหมด 7 รุ่น พบว่าอัตราความต้านทาน (RR) หนอนใยผักสายพันธุ์ BBS รุ่นที่ 7 ที่ได้รับ B. thuringiensis สายพันธุ์ JC150 มีค่าเท่ากับ 0 0.954 ส่วนสายพันธุ์ JC590 มีค่า 0.648 ส่วนหนอนใยผักสายพันธุ์ TMS รุ่นที่ 7 ที่ได้รับ B. thuringiensis สายพันธุ์ JC150 มีค่าเท่ากับ 0.481 ส่วนสายพันธุ์ JC590 มีค่าเท่ากับ 31.58 ค่า Heritability (h2) ของหนอนใยผักสายพันธุ์ BBS กับ B. thuringiensis สายพันธุ์ JC150 และสายพันธุ์ JC590 เท่ากับ 0.047 และ -0.009 ส่วนหนอนใยผักสายพันธุ์ TMS กับ B. thuringiensis สายพันธุ์ JC150 และสายพันธุ์JC590 ได้ค่า h2 เท่ากับ 0.074 และ -0.081 เมื่อนำมาหาค่าความแรงของ B. thuringiensis สายพันธุ์ JC150 และ สายพันธุ์ JC590 พบว่าค่าความแรงของ B. thuringiensis สายพันธุ์ JC150 กับหนอนใยผักสายพันธุ์ BBS และสายพันธุ์ TMS โดยเปรียบเทียบกับ B. thuringiensis มาตรฐานรูปแบบผง (TW1) มีค่าความแรง 25,473 - 57,945.94 IU และ 12,236.8 - 28,429 IU/mlตามลำดับ เมื่อเปรียบเทียบกับ B. thuringiensis มาตรฐานรูปแบบน้ำข้น (TW2) มีค่าความแรง 3,438.53 - 22,265.5 IU/ml และ 3,308 - 38,964 IU/ml ตามลำดับ ในการทดสอบเพื่อหาค่าความแรงของ B. thuringiensis สายพันธุ์ JC590 เปรียบเทียบกับ TW1 เป็นสายพันธุ์มาตรฐาน โดยทดสอบกับหนอนใยผักสายพันธุ์ BBS และสายพันธุ์ TMS โดยใช้ TW1 เป็นสายพันธุ์มาตรฐาน มีค่าความแรง 14,975.6 -53,600 IU/ml และ 2,293.3 - 34,970.40 IU/ml ตามลำดับ ขณะที่การเปรียบเทียบโดยใช้ TW2 เป็นสายพันธุ์มาตรฐาน มีค่าความแรง 3,228.29 -10,776.37 IU/ml และ 2,642.6 -7,302 IU/ml ตามลำดับ การศึกษาเกี่ยวกับยีนที่ควบคุมการสร้างโปรตีนที่เป็นพิษ (cry genes) เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานทางชีวภาพของสายพันธุ์ เพื่อใช้ประกอบการอธิบายถึงการทำงานในระดับชีวโมเลกุลของยีนที่ควบคุมความเป็นพิษของ จุลินทรีย์ต่อชนิดแมลงศัตรูพืช โดยอาศัยเทคนิคปฏิกิริยาลูกโพลีเมอเรส (polymerase chain reaction, PCR) และไพรเมอร์ในกลุ่มของยีน cry พบว่า B. thuringiensis สายพันธุ์ JC150 พบยีน cry จำนวน 7 ชนิด คือ ยีน cry1Ab, cry1Ac, cry1C, cry1D, cry1E, cry1I และ cry2A และ B. thuringiensis สายพันธุ์ JC590 พบยีน cry จำนวน 6 ชนิด คือ ยีน cry1Ab, cry1C, cry1D, cry1E, cry1I และ cry2A ทั้งบนโครโมโซมและพลาสมิด ข้อมูลที่ได้จากการศึกษาวิจัยนี้สามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์บีทีและการนำบีทีไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดได้ในอนาคต การศึกษาเปรียบเทียบคุณภาพของลำไยที่ใช้สารซัลเฟอร์ไดออกไซด์และสารเคมีชนิดที่ คัดเลือกได้โดยการจำลองการขนส่งเพื่อจำหน่ายตลาดในประเทศโดยการขนส่งด้วยรถยนต์ พบว่าการเปลี่ยนแปลงสีผิวของลำไยมีค่าใกล้เคียงกัน เมื่อเก็บรักษาที่อุณหภูมิห้องเป็นเวลา 4 วันพบว่าค่า L* ของลำไยที่จุ่มสารละลายผสมมีค่าต่ำกว่าและมีแนวโน้มการสูญเสียน้ำหนักมากกว่าแต่มีการร่วงของผลน้อยกว่าลำไยที่ใช้สารซัลเฟอร์ไดออกไซด์และการบรรจุลำไยในตะกร้าพลาสติกพบการเจริญของเชื้อราและเกิดการเน่าเสียของลำไยน้อยกว่าการบรรจุในกล่องกระดาษ ส่วนคุณภาพของลำไยที่ใช้สารซัลเฟอร์ไดออกไซด์และสารเคมีชนิดที่คัดเลือกได้จากการจำลองการขนส่งด้วยรถ ห้องเย็นอุณหภูมิ 4 + 2 องศา เซลเซียส เพื่อจำหน่ายตลาดต่างประเทศเป็นระยะเวลาประมาณ 15 ชั่วโมง พบว่าลำไยที่ใช้สารซัลเฟอร์ไดออกไซด์มีค่า L* และค่า b* สูงกว่าลำไยที่จุ่มสารเคมีที่ คัดเลือกได้ (p? 0.05) และมีการสูญเสียน้ำหนักต่ำกว่า (p?0.05) ในขณะที่ปริมาณของแข็งที่ละลายน้ำได้ของลำไยทั้งสองมีค่าไม่แตกต่างกัน (p>0.05) Bacillus thuringiensis is bacteria, producing insecticidal toxin, which widely used as bio-control agent in plantation field for many years. However, some pest insects can develop resistance to this organism. In this study, bacterial resistance development in diamondback moth (Plutella xylostella) of B. thuringiensis JC150 and JC590 was tested against P. xylostella strain BBS and TMS. The resistance rate (RR) of P. xylostella strain BBS and TMS calculated from LC10 of B. thuringiensis JC150 and JC590 for 7 generations of P. xylostella were 0.954, 0.648, 0.481, and 31.58, respectively. The Heritability (h2) of P.xylostella strain BBS and TMS against B. thuringiensis JC150 and JC590 were 0.047, -0.009, 0.074, and -0.081, respectively. For potency study, the results of B.thuringiensis JC150 against P.xylostella strain BBS and TMS were 25,473 – 57,945.94 IU and 12,236.8 – 28,429 IU/ml when compared with commercial strain of B. thuringiensis TW2 (concentrated liquid product). The potency of B. Thuringiensis JC590 on P. xylostella strain BBS and TMS, were 14,975.6 – 53,600 IU/ml and 2,293.3 – 34,970.40 IU/ml, when compared with commercial strain of B.thuringiensis TW1, and 3,228.29 – 10,776.37 IU/ml and 2,642.6 – 7,302 IU/ml when compared with commercial strain of B.thuringiensis TW2. The molecular study of cry genes showed that cry genes were presence both on chromosomal and plasmid DNA of B.thuringiensis JC150 and JC590. The genes cry1Ab, cry1Ac, cry1C, cry1D, cry1E, cry1I and cry2A were detected on both chromosomal and plasmid DNA of B.thuringiensis JC150 and the genes cry1Ab, cry1C, cry1D, cry1E, cry1I, and cry2A were on both chromosomal and plasmid DNA of B.thuringiensis JC590. The results obtained here could be used in development and application of B. thuringiensis in the near future.

บรรณานุกรม :
จริยา จันทร์ไพแสง . (2550). การพัฒนาสายพันธุ์แบคทีเรียบีทีและไส้เดือนฝอยกำจัดแมลงเพื่อการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน (ระยะที่ 1).
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
จริยา จันทร์ไพแสง . 2550. "การพัฒนาสายพันธุ์แบคทีเรียบีทีและไส้เดือนฝอยกำจัดแมลงเพื่อการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน (ระยะที่ 1)".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
จริยา จันทร์ไพแสง . "การพัฒนาสายพันธุ์แบคทีเรียบีทีและไส้เดือนฝอยกำจัดแมลงเพื่อการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน (ระยะที่ 1)."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2550. Print.
จริยา จันทร์ไพแสง . การพัฒนาสายพันธุ์แบคทีเรียบีทีและไส้เดือนฝอยกำจัดแมลงเพื่อการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน (ระยะที่ 1). กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2550.