ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การตอบสนองของภูมิคุ้มกันต่อวัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบบีในผู้ป่วยเอดส์ที่มีการตอบสนองของไวรัสต่อการรักษาด้วยยาต้านไวรัสเอดส์

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การตอบสนองของภูมิคุ้มกันต่อวัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบบีในผู้ป่วยเอดส์ที่มีการตอบสนองของไวรัสต่อการรักษาด้วยยาต้านไวรัสเอดส์
นักวิจัย : เลลานี ไพฑูรย์พงษ์, 2517-
คำค้น : ไวรัสตับอักเสบบี -- การฉีดวัคซีน
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ชุษณา สวนกระต่าย , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะแพทยศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2548
อ้างอิง : 9745327964 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/3863
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2548

ความสำคัญและที่มา ผู้ป่วยเอดส์ที่มีการติดเชื้อตับอักเสบบีร่วมด้วยก็จะมีการดำเนินโรคที่รุนแรงกว่าผู้ป่วยที่ติดเชื้อเอชไอวี ดังนั้นการป้องกันการเกิดโรคด้วยการให้วัคซีนจึงมีความจำเป็นในผู้ป่วยกลุ่มนี้ จากหลายการศึกษาก่อนหน้านี้พบว่าอัตราการตอบสนองต่อวัคซีนตับอักเสบบีในผู้ป่วยเอดส์ค่อนข้างต่ำ ผู้ป่วยเอดส์ที่ได้รับการรักษาด้วยยาต้านไวรัส จนทำให้ระดับไวรัสเอดส์ในเลือดลดลงจนตรวจไม่พบ และทำให้ภูมิต้านทานเพิ่มขึ้นจนเป็นปกติได้ ผู้ป่วยกลุ่มนี้อาจมีการตอบสนองของภูมิคุ้มกันต่อวัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบบีดีขึ้น วัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาอัตราการตอบสนองของภูมิคุ้มกันต่อวัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบบีของผู้ป่วยเอดส์ที่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยาต้านไวรัสและ CD4 อยู่ระหว่าง 100 ถึง 500 เซลล์/ลบ.ซม. รูปแบบการวิจัย การศึกษาเชิงพรรณนา ระเบียบวิธีวิจัย ผู้ป่วยเอดส์ที่ได้รับการรักษาด้วยยาต้านไวรัส และมีการตอบสนองต่อการรักษา โดยวัดจาก HIV RNA อยู่ในระดับที่ตรวจไม่พบ (น้อยกว่า 50 copies/มล) และยังไม่มีภูมิคุ้มกันโรคตับอักเสบบี รับวัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบบีโดยวิธีฉีดเข้ากล้ามเนื้อในวันที่ 0, 30, 180 ตามลำดับ และวัดระดับภูมิคุ้มกันต่อโรคตับอักเสบบีหลังจากฉีดวัคซีนเข็มสุดท้าย 1 เดือน ผลการวิจัย มีผู้เข้าร่วมการศึกษาจำนวน 28 ราย อัตราการตอบสนองต่อวัคซีนเท่ากับร้อยละ 71.4 พบว่าผู้ป่วยที่ตอบสนองต่อวัคซีนจะมีค่า CD4 ที่ 1 เดือนหลังฉีดวัคซีนครบสูงกว่ากลุ่มที่ไม่ตอบ สนองต่อวัคซีนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p = 0.035) และพบว่าผู้ป่วยที่ได้รับยา efavirenz เป็นส่วนประกอบในยาต้านไวรัสมีการตอบสนองที่ดีกว่ากลุ่มที่ไม่ได้ยานี้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p = 0.030) โดยที่กลุ่มที่ได้ยา efavirenz มีแนวโน้มว่าจะได้รับยามานานกว่าและมีค่า CD4 ที่สูงกว่าแต่ไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ ไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติระหว่างผู้ป่วยเอดส์ที่มี CD4 น้อยกว่า 350 เซลล์/ลบ.ซม. และมากกว่า 350 เซลล์/ลบ.ซม. ไม่พบว่ามีผู้ป่วยรายใดมีระดับ HIV RNA สูงขึ้นภายหลังฉีดวัคซีนครบ และไม่พบผลข้างเคียงที่รุนแรงจากการฉีดวัคซีน สรุป การตอบสนองต่อวัคซีนป้องกันโรคตับเสบบีในผู้ป่วยเอดส์ที่มี HIV RNA อยู่ในระดับที่ตรวจไม่พบ อยู่ในระดับดี

บรรณานุกรม :
เลลานี ไพฑูรย์พงษ์, 2517- . (2548). การตอบสนองของภูมิคุ้มกันต่อวัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบบีในผู้ป่วยเอดส์ที่มีการตอบสนองของไวรัสต่อการรักษาด้วยยาต้านไวรัสเอดส์.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
เลลานี ไพฑูรย์พงษ์, 2517- . 2548. "การตอบสนองของภูมิคุ้มกันต่อวัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบบีในผู้ป่วยเอดส์ที่มีการตอบสนองของไวรัสต่อการรักษาด้วยยาต้านไวรัสเอดส์".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
เลลานี ไพฑูรย์พงษ์, 2517- . "การตอบสนองของภูมิคุ้มกันต่อวัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบบีในผู้ป่วยเอดส์ที่มีการตอบสนองของไวรัสต่อการรักษาด้วยยาต้านไวรัสเอดส์."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2548. Print.
เลลานี ไพฑูรย์พงษ์, 2517- . การตอบสนองของภูมิคุ้มกันต่อวัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบบีในผู้ป่วยเอดส์ที่มีการตอบสนองของไวรัสต่อการรักษาด้วยยาต้านไวรัสเอดส์. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2548.