ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

โครงการศึกษาทุนทางสังคมในฐานะปัจจัยการผลิตของเศรษฐกิจชุมชน

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : โครงการศึกษาทุนทางสังคมในฐานะปัจจัยการผลิตของเศรษฐกิจชุมชน
นักวิจัย : วรวุฒิ โรมรัตนพันธ์
คำค้น : -
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2547
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG4540038 , http://research.trf.or.th/node/1309
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษาเรื่องทุนทางสังคมในฐานะปัจจัยการผลิตของเศรษฐกิจชุมชน มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา แนวคิด ทฤษฎี เกี่ยวกับทุนทางสังคมของทั้งประเทศไทยและต่างประเทศ ศึกษาสิ่งที่เป็นรูปธรรมของเศรษฐกิจชุมชนกับแนวคิดทุนทางสังคมในประเทศไทย และศึกษาพลังของทุนทางสังคมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน โดยมีขอบเขตการศึกษาครอบคลุมเนื้อหาที่เกี่ยวกับ แนวคิด ทฤษฎี องค์ความรู้เกี่ยวกับทุนทางสังคมของทั้งประเทศไทยและต่างประเทศ รูปธรรมทุนทางสังคมของเศรษฐกิจชุมชน โดยศึกษาจากเอกสาร งานวิจัย และการสำรวจใน 3 พื้นที่ ได้แก่ ชุมชนบ้านโป่งคำ จังหวัดน่าน ชุมชนคลองกระจง จังหวัดสุโขทัย และชุมชนปลักไม้ลาย จังหวัดนครปฐม ผลการศึกษาได้พบว่า มนุษย์ได้รู้จักคำว่า”ทุน” มานาน ในความหมายที่แตกต่างกัน แต่ส่วนใหญ่มักจะมองทุนไปในเชิงมูลค่าที่ช่วยในการผลิตมากกว่าในเชิงคุณค่า ทุนทางสังคม เกิดจากความร่วมมือร่วมใจ และความสัมพันธ์ ระหว่างคน หรือสถาบัน บนความไว้วางใจ ความเอื้ออาทร และความช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ทุนทางสังคมจึงเป็นเสมือนสมบัติสาธารณะที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ ในประเทศที่พัฒนาแล้ว ทุนทางสังคมเกิดขึ้นเพราะคนต้องการเรียกร้องความเป็นชุมชนที่สูญหายไปให้กลับคืนมา และต้องการเสริมสร้างระบอบประชาธิปไตย รวมทั้งเรื่องของการพัฒนาที่ยั่งยืน ทุนทางสังคมของไทยได้พัฒนามาจากแนวคิดวัฒนธรรมชุมชน หลักคำสอนในพระพุทธศาสนา และแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง และคำคำนี้เป็นที่รู้จักแพร่หลายมากขึ้น หลังจากมีโครงการกองทุนเพื่อสังคมเกิดขึ้น ในการศึกษาทุนทางสังคม สามารถศึกษาได้จากคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน หรือการเติบโตของเครือข่ายทางสังคม ส่วนการวัดทุนทางสังคมทำได้หลายวิธีและหลายระดับ วิธีวัดทำได้โดยการการสังเกต หรือการสำรวจ ส่วนระดับการวัด สามารถวัดได้ในระดับ ปัจเจก ชุมชน เมือง และประเทศ เพื่อให้ง่ายต่อความเข้าใจร่วมกัน ได้มีการพิจารณานำเสนอทุนทางสังคมในรูปของระบบ (system) หรือรูปของกระบวนการ (process) ซึ่งประกอบด้วย 2 ส่วน คือ ส่วนที่เป็นปัจจัยภายใน ได้แก่ ระบบคิด วิธีปฏิบัติ และผลลัพธ์ และส่วนที่เป็นปัจจัยภายนอก ซึ่งมีด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม ประโยชน์ของทุนทางสังคม ทำให้เกิดเครือข่าย ทำให้เกิดประสิทธิภาพและช่วยลดต้นทุน สำหรับแนวคิดเศรษฐกิจชุมชนนั้น มีฐานคิดมาจากแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงและเศรษฐศาสตร์แนวพุทธ ที่เน้นความพอมีพอกิน และการพึ่งพาตนเอง เศรษฐกิจชุมชน เกิดจากการร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมรับผลประโยชน์ และใช้ฐานทรัพยากรในชุมชน โดยเริ่มจากครอบครัว ซึ่งถือได้ว่าเป็นระบบเศรษฐกิจที่มีคุณธรรมและวัฒนธรรมเป็นฐาน ผลการศึกษาพบว่า ทุนทางสังคมสามารถใช้พลังความรู้/ความคิด และพลังปัญญาช่วยขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจชุมชนได้ ที่ผ่านมาพบว่ามีอุปสรรค 3 ประการที่ทำให้พลังของทุนทางสังคมอ่อนแอลง คือ ระบบอุปถัมภ์ใหม่ การถูกครอบงำจากแนวคิดตะวันตก และการครอบงำจากระบบเศรษฐกิจโลก การศึกษาได้เสนอผลจาก 3 กรณีศึกษาของไทย ซึ่งได้แสดงให้เห็นถึงผลกระทบอันเนื่องมาจากการพัฒนาที่ก่อให้เกิดความสูญเสียภูมิปัญญา ความเสื่อมถอยของทุนทางสังคม และความอ่อนแอของระบบเศรษฐกิจชุมชนอย่างชัดเจน ข้อค้นพบจากการศึกษาได้ชี้ให้เห็นว่า ปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดการฟื้นฟูทุนทางสังคมให้กลับคืนมาได้แก่ ผู้นำที่เสียสละ เห็นแก่ส่วนรวม นอกจากนั้น ปัจจัยทางด้านวัฒนธรรม อันได้แก่ ความเป็นเครือญาติ ความเชื่อ ศาสนา และปัจจัยภายนอกอันได้แก่การสนับสนุนจากหน่วยงานภายนอกที่ทำไปอย่างเข้าใจชุมชน ก็มีส่วนสำคัญในการฟื้นฟูทุนทางสังคม ผลการศึกษายังได้พบว่า ในฐานะที่เป็นปัจจัยการผลิต ทุนทางสังคมได้มีบทบาทเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้แก่ระบบเศรษฐกิจชุมชนในทุกขั้นตอน สำหรับกรณีศึกษาของต่างประเทศซึ่งได้ศึกษาสังคมหมู่บ้านในรัสเซีย พบว่ามีจุดเน้นที่แตกต่างไปจากของไทย คือการศึกษาได้ให้ความสำคัญที่ระดับครัวเรือน ผลการศึกษาได้แสดงถึงความเกี่ยวข้องระหว่างโครงสร้างของครัวเรือนที่เป็นทุนทางสังคม กับการเพิ่มผลผลิตและรายได้ของครัวเรือน รวมถึงความเกี่ยวข้องกับสุขภาพจิตของสมาชิกในครัวเรือนด้วย บทเรียนที่ได้จากการศึกษาพบว่า สังคมตะวันตกยังมองทุนทางสังคมแบบแยกส่วน และให้ความสำคัญกับมิติทางสังคมและการเมือง ในขณะที่สังคมไทย มองทุนทางสังคมอย่างเป็นองค์รวม มีการบูรณาการทั้งมิติทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกัน การศึกษาได้พบว่า ปัจจัยภายใน อันได้แก่ แกนนำที่ชาวบ้านศรัทธา ความเชื่อ ศาสนา และความเป็นเครือญาติ มีส่วนช่วยให้การฟื้นฟูทุนทางสังคมกระทำได้ง่ายขึ้น นอกจากนั้นยังได้พบว่า การทำงานของหน่วยงานภายนอกที่สนับสนุนชาวบ้าน ด้วยความเข้าใจถึงความพร้อมของชุมชนจะมีส่วนช่วยให้ชุมชนเข้มแข็งและเกิดทุนทางสังคมขึ้นมา และที่สำคัญ การศึกษาได้พบว่า ปัจจัยภายนอกได้แก่แนวคิดใหม่ ๆ ที่ให้ความสำคัญแก่วัตถุ และการบริโภคมากเกินไป มีส่วนทำให้ทุนทางสังคมในชุมชนอ่อนแอลง การศึกษาได้มีข้อเสนอแนะให้มีการศึกษาเพิ่มเติมถึงจุดดีจุดด้อยระหว่างการศึกษาทุนทางสังคมแบบแยกส่วนและแบบองค์รวม และให้มีการศึกษาอย่างลึกซึ้งถึงบทบาทของผู้นำในการสร้างทุนทางสังคม รวมทั้งให้มีการศึกษาเปรียบเทียบถึงปัจจัยที่ก่อให้เกิดทุนทางสังคมระหว่างชุมชนเมืองและชุมชนชนบท นอกจากนั้น ยังไม่มีการเสนอแนะให้ศึกษาถึงบทบาทของศาสนาต่อการเกิดทุนทางสังคม และการศึกษาถึงความเชื่อมโยงระหว่างระบบคิด ทุนทางสังคม และกระบวนการเรียนรู้ในสังคมไทย สุดท้าย ได้มีการเสนอแนะให้ศึกษาถึงรูปแบบการทำงานของหน่วยงานภายนอกที่จะยึดเอาชุมชนเป็นศูนย์กลาง เพื่อช่วยสร้างเสริมให้เกิดทุนทางสังคมในชุมชน This study of social capital as a factor of production of community economy that has three objectives - - to survey concepts and theories of social capital in Thailand and other Developed countries, to search for concrete evidence of the community economy that relate to social capital in Thailand, and to investigate the extent to which social capital drives community economy. Concepts, theories and bodies of knowledge about social capital in both Thailand and other countries including a con-crete evidence of social capital in community economy are the focus of the study. Data from documents, research papers and field surveys in three areas (Pongkum commuity in Nan province, Khlong Garjong community in Suk-hothai province and Plug-mai-lai community in Nakhon Pathom province) will be used in this study. The study showed that people were familiar with the word “capital” a long time ago, but the current understanding of this term seems to be different. The majority of peo-ple were more familiar with the notion of “capital” in the sense of economic value more than social values. Since social capital is coordination and a relationship between a person or institute which based on trust and reciprocity, it is sometime viewed as a public goods that is accessible by the general public. In the developed countries, social capital grew because people tried to rekindle a spirit of community as well as strengthen democratic. Social capital was also linked to the issue of sustainable development. In Thailand, social capital was linked to the concept of community culture, the principles of Buddhism and the king’s concept of sustainable economy. This word was more popular after the year establishment of the Social Investment Fund project (SIF). Evidence of social capital includes observations of a good quality of life among the people or stronger social networks. There are many ways to study social capital such as observing or surveying, and social capital can be analyzed at different levels. For instance, a study could examine individ-ual, community, city and country levels. Because the meaning, the concept and the theories of social capital were different from place to place, in order to make it easy to understand, the study introduces a pattern of system and process of social capital. Using this pattern, the study is comprised of 2 parts. The first part emphasizes internal factor such as a description of a thinking system, a practical system and the related out put. The second part emphasizes external factor such as an explanations of socio-economic, political, cultural and environmental aspects. Social capital makes many contributions to societies, and other essential benefits of social capital include estab-lishing networks, increasing efficiencies and decreasing costs. The concept of community economy used in this study was based on sufficiency eco-nomics and Buddhist economics. Moreover, this concept is also based on moral and cultural aspects. The notion of community economy emphasizes a mini-mum quality of life and self reliance. Basic concepts of community economy includes participation among people in thinking, work-ing cooperatively, receiving benefits as well as priority use of local resources and starting to work at the family level. According to the study, social capital was regarded as a power of knowledge; use of collective intelligence and thinking helped drive the community economy in the direction of progress. In the past, 3 things seemed to work against the effectiveness of social capital - - the dominations of a neo-patronage system, westernized concepts and the global economic system. The analyses of 3 case studies in Thailand also determined that Thai local wisdom, social capital and community economy seemed to be affected by previous development. Additionally, the main factor that could revitalize the development of social capital was community leadership or a leader who made sacrifices himself for public benefit. More-over cultural factors like kinship, beliefs, religion and the additional external factor of support from an external organization were also important. These 3 case studies in Thailand indicate that social capital could play an important role in in-creasing efficiency in all processes step of community economy. The results of a case study focused on the family level of rural societies in Russia shows the social capital linkage among the structure of the household, the increasing production and household in-come and healthy relationships among household members. The major lessen of the study was that the western approach to studying social capital that largely relies on public sector and socio-political aspects, prevents a more holistic appreciation of the nature and functions of social capital . The current study in Thailand integrated socio-economic, cultural, political and environmental aspects into a more holistic analytical framework. Internal factors like a popular leader, beliefs, religion, and kinship significantly contributed to the development and ef-fective use of social capital. Moreover, gov-ernment agencies’ commitments to support people in the villages significantly strengthened social capital as well. Finally, the concept of materialism and consumerism from outside also affected social capital. Six suggestions for future research emerged from this study. First, studies should compare the sectoral and holistic approaches to understanding social capital. Second, studies should focus on the role of leadership in building social capital in communities. Third, researches should compare factors in urban and rural settings that affect social capital. Fourth, the role of religion in building social capital should investigated further. Fifth, researches should analyze the relationships among the thinking system, social capital and the learning process in Thai society. Sixth, studies should explore a community center model through which potentially more effective patterns of coordination among government agencies in supporting and building social capital in communities could be achieved.

บรรณานุกรม :
วรวุฒิ โรมรัตนพันธ์ . (2547). โครงการศึกษาทุนทางสังคมในฐานะปัจจัยการผลิตของเศรษฐกิจชุมชน.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
วรวุฒิ โรมรัตนพันธ์ . 2547. "โครงการศึกษาทุนทางสังคมในฐานะปัจจัยการผลิตของเศรษฐกิจชุมชน".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
วรวุฒิ โรมรัตนพันธ์ . "โครงการศึกษาทุนทางสังคมในฐานะปัจจัยการผลิตของเศรษฐกิจชุมชน."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2547. Print.
วรวุฒิ โรมรัตนพันธ์ . โครงการศึกษาทุนทางสังคมในฐานะปัจจัยการผลิตของเศรษฐกิจชุมชน. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2547.