ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

มาตรการทางกฏหมายเพื่อแก้ไขปัญหาการฉ้อโกงหรือเอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยวต่างชาติในธุรกิจการค้าปลีก

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : มาตรการทางกฏหมายเพื่อแก้ไขปัญหาการฉ้อโกงหรือเอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยวต่างชาติในธุรกิจการค้าปลีก
นักวิจัย : กฤตยชญ์ ศิริเขต
คำค้น : jewelry , retailing , กฎหมาย , การค้าปลีก , การฉ้อโกง
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2545
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG4350009 , http://research.trf.or.th/node/1150
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย ส่วนหนึ่งนิยมซื้ออัญมณีและเครื่องประดับจาก ร้านอัญมณีและเครื่องประดับที่ตั้งอยู่ย่านต่างๆ โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพมหานคร การซื้ออัญมณีและเครื่อง ประดับของนักท่องเที่ยวต่างชาติบางราย ถูกฉ้อโกงเอารัดเอาเปรียบจากผู้ขาย ในลักษณะของการขายสินค้า คุณภาพต่ำในราคาที่สูงหลอกลวงเกี่ยวกับเงื่อนไขการรับคืนสินค้า หลอกลวงเกี่ยวกับประเภท ชนิด หรือคุณ ภาพของสินค้า ขายสินค้าในราคาที่สูงเกินสมควร และชี้ชวนให้ซื้อสินค้าโดยวิธีการที่ไม่สุจริต ซึ่งนักท่องเที่ยว ต่างชาติเหล่านี้เมื่อทราบว่าถูกฉ้อโกงหรือเอารัดเอาเปรียบ ก็จะร้องเรียนต่อ ททท. กองบังคับการตำรวจท่อง เที่ยว กระทรวงการต่างประเทศ และหน่วยงานอื่น พฤติกรมการค้าขายโดยไม่สุจริตกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ของร้านอัญมณีและเครื่องประดับบางส่วนนี้ เกิดขึ้นมานานและต่อเนื่องมาตลอด การค้าขายโดยไม่สุจริตดังกล่าวนี้มีความเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดทางอาญา และเกี่ยวข้องกั บกฏหมายหลายฉบับได้แก่ พ.ร.บ.ทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 และที่แก้ ไข ประมวลกฎหมายอาญา ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา พ.ร.บ.การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2522 และ พ.ร.บ. ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2523 การแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นดำเนินการโดย ททท. และที่ดำเนินการโดย ตร. ทท. ในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคก็ได้ปฏิบัติตาม อำนาจหน้าที่ได้บางส่วน อย่างไรก็ตาม การดำเนินการดังกล่าวไม่ค่อยมีผลในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้มาก นัก องค์กรภาครัฐและองค์กรภาคเอกชนได้ร่วมหารือถึงแนวทางการแก้ปัญหาดังกล่าวและเห็นว่า ปัญหาที่ เกิดขึ้นมีความเกี่ยวข้องกับการฝ่าฝืนต่อกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่แล้ว จึงควรแก้ไขด้วยการกำหนดมาตรการทาง กฎหมายและปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้บังคับกฎหมายให้เหมาะสมมากขึ้น การวิจัยนี้จึงมุ่งตรวจสอบประสิทธิ ภาพของมาตการที่มีอยู่แล้วบางส่วน และกำหนดมาตรการเพิ่มเติมบนพื้นฐานของกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่แล้ว จากการวิเคราะห์ข้อกฎหมายและข้อมูลปัญหารวมทั้งการสอบถามความคิดเห็นจากกลุ่มผู้ประกอบการ ค้าปลีกอัญมณีและเครื่องประดับในเขตกรุงเทพมหานคร เกี่ยวกับข้อเสนอมาตรการที่จะกำหนดขึ้น ได้ข้อสรุป มาตรการที่ควรดำเนินการเพื่อแก้ปัญหาดังนี้ 1. มาตรการตรวจสอบประวัติผู้ขอจดทะเบียนพาณิชย์กิจการค้าปลีกอัญมณี และเครื่องประดับ 2. มาตรการเพิกถอนใบทะเบียนพาณิชย์ของผู้ประกอบการที่ฉ้อโกงหรือเอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยว ต่างชาติ 3. มาตรการกำหนดให้การขายอัญมณีเป็นสินค้าที่ต้องควบคุมฉลาก 4. มาตรการกำหนดให้การขายอัญมณีเป็นสินค้าที่ต้องควบคุมสัญญา 5. มาตรการกำหนดให้การขายอัญมณีเป็นสินค้าที่ควบคุมรายการในหลักฐานการรับเงิน 6. มาตรการกำหนดให้การรับประกันต้องทำเป็นหนังสือ 7. มาตรการเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวและใบอนุญาตประกอบอาชีพมัคคุเทศก์ 8. มาตรการเผยแพร่ข้อมูลแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ 9. มาตรการให้เงินรางวัลแก่ผู้มีส่วนช่วยให้สามารถดำเนินคดีอาญาแก่ผู้กระทำผิดได้ 10. มาตรการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานเพื่อเกิดความสะดวกในด้านการฟ้องคดีอาญาของ ท่องเที่ยวต่างชาติผู้เสียหายในด้านการฟ้องคดีอาญาฐานฉ้อโกง มาตรการเหล่านี้จะประกอบด้วยกิจกรรมที่จะต้องดำเนินการหลายประการ เพื่อทำให้มาตรการประสบ ความสำเร็จ ได้แก่ การประชุมร่วมกันเพื่อทบทวนและกำหนดแนวปฏิบัติร่วมกันในระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยว ข้อง การออกกฎเกณฑ์ ระเบียบ คำสั่ง และการจัดทำสื่อ เป็นต้น Many foreign tourists visiting Thailand shop for jewelry and precious stones from jewelry retailers, especially from those located in Bangkok. Many of these tourists who made jewelry purchases were subjected to deceptive trade practices and were defrauded by sellers in the form of overcharging, misleading and dishonest sales advice on product category and quality, and sellers shirking on their refund policy, for instances. Only a fraction of the victims registered their complaints at government offices such as at the Thai Tourism Authority (T.T.T.), the Tourist Police, the Ministry of Foreign Affairs, for instances. Despite increased government concern, these unscrupulous retailers in the jewelry business continued to prey on innocent foreign tourists. The aforementioned deceitful trade practice amount to criminal offenses punishable by existing laws such as he Royal Decree on commerce Registration of B.E. 2499, the Royal Decree on Consumer Protection of B.E. 2522 and its Amendments, Legislations on Criminal Offenses, Legislations on Court Proceedings on Criminal Prosecution, the Royal Decree on Tourism of Thailand B.E. 2522 and the Royal Decree on Commerce for Tourism Guides B.E. 2535 The current practice for resolving transaction disputes is to lead the disputing parties into a compromise. Cases are being handled by the T.T.T., the Tourist Police, the Office of the Committee for Consumer Protection. However, despite recent enforcement efforts, the number of disputed cases continue to rise. Recent cooperation efforts among government and non - governmental agencies have concluded that the continued increase in the incidents of deceitful transactions committed against foreign tourists may require revisions and/or additional legislative measures as well as appropriate improvements in enforcement. The purpose of this research is to examine the effectiveness of the existing laws and, based on the foundation of the existing laws, to weight the required additional legislative measures. By analyzing existing laws and from data of disputed cases as well as from survey of retailers of jewelry and precious stones in the Bangkok areas, following is summary of measures that should be taken in order to reduce further rise in the incidents of fraud against foreign tourists. 1. Measures to cross check backgrounds of individuals or firms who apply for business permits to engage in the jewelry or precious stones retailing or commerce. 2. Measures for revoking business permits from individuals or firms who are convicted of charges of defrauding foreign tourists in jewelry or precious stones transactions. 3. Measures to require that in precious stones commerce product labeling is required under regulation. 4. Measures to require that in precious stones commerce all precious stones transaction contracts must be under regulation. 5. Measures to require that in precious stones commerce itemized sales receipts are required under regulation. 6. Measures to require that any purchase guarantee must be on written document. 7. Measures for revoking business permits from tour agencies as well as measures for revoking business permits from professional guides who contribute to deceptive jewelry of precious stones trade practices. 8. Measures to communicate official information effectively to foreign tourists. 9. Measures for providing financial rewards to individuals or parties who assist in criminal prosecution of defendants who have committed the fraudulent crime. 10. Measures for effective inter – agency cooperation in order to facilitate the filing of criminal charges by plaintiffs who are foreign tourists. The above proposals consist of measures to be taken that can lead to the reduction of fraud against foreign tourists in retail jewelry and precious stones transactions. Successful implementation requires close cooperation among agencies involved in terms of reviewing and coming up with joint operation procedures for enforcement of the measures. And the measures to be enforced such as rules and regulations to be complied with must be clearly communicated to all the parties involved.

บรรณานุกรม :
กฤตยชญ์ ศิริเขต . (2545). มาตรการทางกฏหมายเพื่อแก้ไขปัญหาการฉ้อโกงหรือเอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยวต่างชาติในธุรกิจการค้าปลีก.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
กฤตยชญ์ ศิริเขต . 2545. "มาตรการทางกฏหมายเพื่อแก้ไขปัญหาการฉ้อโกงหรือเอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยวต่างชาติในธุรกิจการค้าปลีก".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
กฤตยชญ์ ศิริเขต . "มาตรการทางกฏหมายเพื่อแก้ไขปัญหาการฉ้อโกงหรือเอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยวต่างชาติในธุรกิจการค้าปลีก."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2545. Print.
กฤตยชญ์ ศิริเขต . มาตรการทางกฏหมายเพื่อแก้ไขปัญหาการฉ้อโกงหรือเอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยวต่างชาติในธุรกิจการค้าปลีก. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2545.