ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

พฤติกรรมเสี่ยงต่ออันตรายจากสารเคมีของคนงานโรงงานผลิตสีในจังหวัดชลบุรี

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : พฤติกรรมเสี่ยงต่ออันตรายจากสารเคมีของคนงานโรงงานผลิตสีในจังหวัดชลบุรี
นักวิจัย : นันทพร บุตรบำรุง
คำค้น : ainting industries , Chemical hazard perception , Risk behavior , การรับรู้อันตรายจากสารเคมี , พฤติกรรมเสี่ยง , โรงงานอุตสาหกรรมผลิตสี
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2545
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG4330008 , http://research.trf.or.th/node/1108
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพรรณนาพฤติกรรมเสี่ยง และหาปัจจัยที่เกี่ยวกับความ เสี่ยง รวมถึงความหมาย การรับรู้ ภูมิหลังและปัจจัยทางสังคมวัฒนธรรมของพฤติกรรมเสี่ยงของ พนักงานในโรงงานผลิตสี 2 แห่ง ที่มีบริบททางสังคมและวัฒนธรรมแตกต่างกัน โดยวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative study) เพื่อค้นหาข้อมูลเบื้องต้น (exploratory study) ที่รวบรวมข้อมูลด้วยการสังเกต สัมภาษณ์แบบเจาะลึก (In-depth interview) และสัมภาษณ์กลุ่มย่อยผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ได้แก่ ผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย และพนักงานของโรงงาน 45 คน ในบริบทภายในและนอกโรงงาน เพื่อ วิเคราะห์ตีความพฤติกรรมเสี่ยง และตรวจวิเคราะห์หาความเข้มข้นของสารเคมีในบรรยากาศโรงงาน ด้วยวิธี Gas Chromatography ผลการศึกษาคือ โรงงานที่มีวัฒนธรรมองค์กรแบบครอบครัว และมี ความใกล้ชิดระหว่างผู้บริหารและพนักงานสูง มีการดำเนินงานด้านความปลอดภัยตามความสมัครใจ และมีการจัดอุปกรณ์ป้องกันอันตรายในแผนกที่มีความเสี่ยงสูง แต่ปรากฎว่าพนักงานไม่ใช้อุปกรณ์ป้อง กัน ส่วนโรงงานที่เป็นบริษัทในเครือข้ามชาติ ที่มีวัฒนธรรมองค์กรแบบจัดลำดับชั้นสูง มีระบบความ ปลอดภัยตามแบบบริษัทแม่ค่อนข้างเข้มงวด มีการจัดอุปกรณ์ความปลอดภัยและควบคุมบังคับการใช้ อุปกรณ์ กำหนดโทษสำหรับผู้ที่ไม่ปฏิบัติตาม แต่ปรากฎว่าพนักงานส่วนใหญ่ไม่ใช้อุปกรณ์และจะใช้ เฉพาะเมื่อทำกิจกรรมหรืออยู่ในบริเวณที่คิดว่าเสี่ยงมากและเมื่อมีการตรวจ พนักงานเชื่อว่าสารเคมีที่มี อันตรายสูง คือสารที่มีกลิ่นแรง หรือฝุ่นละอองฟุ้งกระจาย หรือสารละลายผสมประเภทโลหะ การไม่ใช้ อุปกรณ์ป้องกันที่จัดให้เนื่องจากความไม่คุ้นเคย รู้สึกอึดอัด ทำงานไม่สะดวก พนักงานจึงมีทางเลือก อื่น เช่น การยืนเหนือลม การกลั้นหายใจ และการดื่มสิ่งที่เชื่อว่าสามารถขับสารเคมีออกจากร่างกายได้ ความรู้เหล่านี้ได้รับการถ่ายทอดจากเพื่อนร่วมงานและเครือข่ายทางสังคมทั้งในและนอกโรงงาน นอก จากนั้น การที่ไม่ปรากฏอันตรายให้เห็นอย่างเฉียบพลัน และไม่เคยเห็นใครเจ็บป่วยจากสารเคมีที่รุน แรง และพนักงานเชื่อว่าร่างกายสามารถปรับตัวมีภูมิต้านทานต่อสารเคมี รวมทั้งการดื่มเครื่องดื่มกำจัด สารออกจากร่างกาย ทำให้พนักงานใช้เป็นทางเลือกแทนการใช้อุปกรณ์ที่ไม่คุ้นเคย ส่วนระดับความ เข้มข้นของโทลูอีน, ไซลีน, เอทิลอะซิเตท และบิวทิลอะซิเตท ในบรรยากาศโรงงาน มีค่าอยู่ในระดับต่ำ กว่ามาตรฐานค่อนข้างมาก จากข้อมูลที่ได้ทั้งหมดสรุปได้ว่า พนักงานมีวัฒนธรรมความปลอดภัยของ ตนเองที่ได้รับการถ่ายทอดจากผู้รู้ในกลุ่มเพื่อนที่สื่อภาษากันได้อย่างเข้าใจ และเป็นวิธีที่สอดคล้องกับ วัฒนธรรมความเชื่อเดิม ซึ่งไม่แปลกแยกเหมือนกับวัฒนธรรมแบบวิชาชีพ พนักงานจึงไม่ใช้อุปกรณ์ ป้องกันที่จัดหาให้ หรือใช้เฉพาะป้องกันกลิ่นหรือการถูกทำโทษ และเนื่องจากความรู้สึกว่าการใช้ อุปกรณ์ป้องกันอันตรายทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง พนักงานจึงหาทางเลือกที่คิดว่าเหมาะสม กว่าในการลดความเสี่ยง การทำความเข้าใจระบบวัฒนธรรมของพนักงาน และปรับโครงสร้างขององค์ กรที่เอื้อให้พนักงานมีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนความรู้อย่างเท่าเทียม และหลีกเลี่ยงการข่มวัฒนธรรม เป็นสิ่งสำคัญในการสร้างหรือส่งเสริมวัฒนธรรมความปลอดภัยในโรงงานที่ถาวรมากขึ้น และการวิจัย เพื่ออธิบายพฤติกรรมเสี่ยงของพนักงานในแนวกว้างควรได้รับการสนับสนุน This research project was aimed to explore the risk behaviours, and related factors including meanings, perceptions, backgrounds and socio-cultural factors to chemical hazard among painting factory’s workers. The methodology research uesed is exploratory study applies the qualitative approaches including observation, in-depth interviews and small group interviews to administrators safety officers and 45 workers, in two factories with different socio-cultural contexts, as key informants regarding genders and working sections in both inside and outside factory contexts. The data obtained are analysed for meaning interpretation. Besides, the level of chemical concentration in the air is analysed by the Gas Chromatograpy. The resulted was shown that the outer-industrial real estate factory, with family-type culture and the close relationship between administrators and workers, runs the safety programme in a voluntary style and supports the personal protective equipment (PPE) to the considered riskiest section. Apparently, the workers do not use the PPE. On the other hand, the inner-industrial real estate factory, with an international chained-company and highly arranged hierarchical culture, runs the safety programme following the mother-company. With the strict measure, this factory fully supports PPE to the workers and coerces and monitors if PPE are applied; otherwise they will be punished. It reveals that many workers do not use PPE or use only while working or being in the perceived risky areas or when being inspected. It is believed that chemicals with strong smell, dust-like and metalic substances are dangerous. They do not like using PPE because of unfamiliarity, feeling discomfort, breathing difficulty and inconvenience of working; therefore, they have alternative prevention and reducing risk techniques, transferred through the inside and outside factory contexts from their own folks, such as standing over the wind flow, holding their breath occasionally, and drinking the excreting chemicals mixtures including alcohol. Since there is no acute danger and no severe case of chemical illness, and the belief that the body can adjust itself and they become familiar with chemical odor, and they keep drinking alcohol for chemical excretion, they choose their own alternatives, which are relevant to their knowledge, instead of using PPE. Besides, the concentration levels of selected chemicals are much lower than standard levels. The conclusion was shown that workers have their own safety culture, transferred among their folks with understandable language and relevant to their old beliefs, unlike professional culture which seems alienated. Therefore, they do not use the provided PPE or they use for preventing strong smell and being punishment. Using PPE affects the working efficiency, so they choose alternative methods for reducing risk. It is suggested that to create and promote the safety culture in a painting factory should be based on the recognising the worker’s culture and adjusting the organisational structure and promoting the equal interaction, avoiding ethnocentric approach, between the professional and worker’s cultures and promoting the role-model for the risk preventive behaviour. It is also suggested that the further investigation in the larger scale should be recommended.

บรรณานุกรม :
นันทพร บุตรบำรุง . (2545). พฤติกรรมเสี่ยงต่ออันตรายจากสารเคมีของคนงานโรงงานผลิตสีในจังหวัดชลบุรี.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
นันทพร บุตรบำรุง . 2545. "พฤติกรรมเสี่ยงต่ออันตรายจากสารเคมีของคนงานโรงงานผลิตสีในจังหวัดชลบุรี".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
นันทพร บุตรบำรุง . "พฤติกรรมเสี่ยงต่ออันตรายจากสารเคมีของคนงานโรงงานผลิตสีในจังหวัดชลบุรี."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2545. Print.
นันทพร บุตรบำรุง . พฤติกรรมเสี่ยงต่ออันตรายจากสารเคมีของคนงานโรงงานผลิตสีในจังหวัดชลบุรี. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2545.