ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การนำน้ำทิ้งจากระบบบำบัดน้ำเสียชุมชนมาใช้เพื่อการเกษตรกรรม

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การนำน้ำทิ้งจากระบบบำบัดน้ำเสียชุมชนมาใช้เพื่อการเกษตรกรรม
นักวิจัย : เสนีย์ กาญจนวงศ์
คำค้น : agriculture , effluent , heavy metal , parasite , น้ำทิ้ง , พยาธิ , เกษตรกรรม , โลหะหนัก
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2547
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG4330002 , http://research.trf.or.th/node/1103
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยปลูกพืชโดยใช้น้ำทิ้ง ได้ศึกษาในแปลงเพาะปลูก ระดับห้องปฏิบัติการ ใช้น้ำรด 5 ชนิด คือน้ำเสีย (RW) น้ำทิ้งจากระบบบำบัดขั้นต้น (PE) น้ำทิ้งจากระบบบำบัดแบบเอเอส (AS) น้ำ ทิ้งจากระบบบำบัดแบบบ่อเติมอากาศ (AL) และน้ำคลองชลประทาน (IW) พืชที่เพาะปลูกคือ ผัก คะน้า (2 ครั้ง) ดอกแอสเตอร์ (3 ครั้ง) กะหล่ำปลี (2 ครั้ง) ข้าว(3 ครั้ง) สำหรับการศึกษาในแปลง เกษตรกรรมจริงใช้น้ำรด 2 ชนิดคือ น้ำ AL และน้ำบาดาล ปลูกผักคะน้า (5 ครั้ง) ดอก แอสเตอร์ (4 ครั้ง) กะหล่ำปลี (3 ครั้ง) ผักกาดหัว (2 ครั้ง) ข้าว (4 ครั้ง) ในการเพาะปลูกทั้งหมดได้รดน้ำ ใส่ ปุ๋ยและสารเคมีการเกษตรเหมือนกันทุกประการ แตกต่างเพียงชนิดน้ำรดเท่านั้น ผลการศึกษาในแปลงระดับห้องปฏิบัติการ ไม่พบอาการเป็นพิษของพืช ผลผลิตผัก ไม่แตก ต่างกัน จากการใช้น้ำทั้ง 5 ชนิด ส่วนการปลูกดอกแอสเตอร์และข้าว การใช้น้ำ RW และ PE ให้ การเจริญเติบโตที่สูงกว่าการใช้น้ำชนิดอื่นๆ น้ำซึมใต้แปลงเพาะปลูกที่รดโดยน้ำ RW และ PE จะมี ค่าบีโอดีและซีโอดีที่สูงกว่า น้ำซึมจากแปลงที่รดโดยน้ำชนิดอื่นเล็กน้อย น้ำซึมโดยรวมจะมี ไนไต รทไนเตรทไนโตรเจนสูงกว่าในน้ำรดมาก ไม่พบการปนเปื้อนพยาธิในผักคะน้าและกะหล่ำปลี สำหรับโลหะหนัก (แคดเมียม ตะกั่ว ทองแดง สังกะสี) ในผักทุกชนิดและข้าว พบว่าอยู่ในระดับต่ำ กว่าค่าความปลอดภัยสูงสุดหลายเท่า และไม่พบความแตกต่างของโลหะหนักในผลผลิตที่ใช้น้ำรด ชนิดต่างๆ ผลการศึกษาในแปลงเกษตรกรรมจริงพบว่า ผลผลิตไม่ได้แตกต่างกันจากการใช้น้ำทั้ง 2 ชนิด ลักษณะน้ำซึมใต้แปลงเพาะปลูก (ยกเว้นนาข้าวไม่มีน้ำซึม) ไม่ได้แตกต่างกันมากนักไม่ว่าจะ ใช้น้ำรดชนิดใด และมีไนไตรทไนเตรทไนโตรเจนสูงมาก การปนเปื้อน (โลหะหนัก พยาธิ) ในผักมี ค่าต่ำมากและอยู่ในระดับปลอดภัยต่อการบริโภค ส่วนการปนเปื้อนในดินมีค่าต่ำและไม่ได้แตกต่าง กันจากการใช้น้ำทั้ง 2 ชนิด โดยสรุปการใช้น้ำทิ้งจากระบบบำบัดน้ำเสียชุมชน โดยเฉพาะจากระบบ บำบัดขั้นที่สอง (AL, AS) เพาะปลูกพืช ผลผลิตที่ได้ ปลอดภัยในการบริโภค ผลกระทบต่อสิ่งแวด ล้อม (โลหะหนัก พยาธิ มลสารต่างๆ ในน้ำซึม และดิน) อยู่ในระดับที่ไม่แตกต่างจากการใช้น้ำตาม ธรรมชาติ ผลการสำรวจทัศนคติ เกษตรกรและผู้รับซื้อผลผลิต ยอมรับการใช้น้ำทิ้งเป็นส่วนใหญ่ ขณะที่ผู้บริโภคยอมรับผลผลิตที่เป็นไม้ผลและข้าวสูงสุด รองลงมาคือพืชที่บริโภคใบและหัว สำหรับ ความเห็นเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เห็นควรสนับสนุนให้ส่งเสริมการใช้น้ำทิ้ง แต่ควรเน้น ปลูกไม้ดอก โครงการวิจัยได้ประชุมระดมความเห็น และจัดทำแนวทางคุณภาพน้ำทิ้งจากระบบบำบัด น้ำเสียชุมชนที่ใช้ในการเกษตรขึ้น รวมทั้งได้เผยแพร่ผลงานวิจัยสู่หน่วยราชการที่เกี่ยวข้องและสา ธารณชน โดยการจัดสัมมนา ดูงาน และแถลงข่าวผ่านสื่อต่างๆ The research had been conducted in laboratory-scale plots, using 5 types of irrigated water,i.e. raw wastewater (RW), primary treatment effluent (PE), effluent by activated sludge process (AS), effluent by aerated lagoon (AL) and irrigation canal water (IW). The crops investigated were kale (2 crops), aster (3 crop), cabbage (2 crops) and rice (3 crops). The study on pilot-scale plots employed AL and groundwater to irrigate kale (5 crops), aster(4 crops), cabbage(3 crops), turnip(2 crops) and rice(4 crops). All plots were similarly treated (water, fertilizer, agricultural chemicals, etc.) except the types of irrigated water. Throughout these experiments,toxicity effects on crops were not observed. In laboratory-scale plots,the yields of vegetables were not significantly different with respect to types of irrigated water. However,aster and rice had better growth rates in plots irrigated with RW and PE.The infiltrate from plots irrigated with RW and PE had slightly higher BOD and COD concentrations than those from other plots. The nitrite and nitrate nitrogen in infiltrate were found to be much higher than the irrigated water in all plots. The parasitic contaminations in kale and cabbage were found to be minimal while heavy metals (cadmium, lead, copper, zinc) in vegetables and rice were significantly lower than permissible levels, with no different among various plots. In pilot-scale plots study, the yields of all crops were not significantly different between plots irrigated with AL or groundwater. The contamination levels (heavy metal, parasite) in crops were found to be minimal and be within permissible standard. Soil contaminations are minimal and not different between both plots. It can be concluded that secondary treatment effluents (AL, AS) are suitable as irrigated water. The crops are safe for consumption while environmental impacts (heavy metals, parasite and other pollutants in infiltrate and soil) are in the same ranges as using natural water. The attitude study indicates that farmers and traders are positive towards effluent reuse. The consumers are more favourable with fruit and rice, irrigated by effluent, than vegetables. The government officials are willing to have water reuse promotion but emphasis should be paid on ornamental flower cultivation. The brainstorming meeting was held to draft the water quality guideline of effluent from domestic wastewater treatment plant for agriculture. The research outputs had been disseminated to government and public sectors via symposia, field visits and mass media.

บรรณานุกรม :
เสนีย์ กาญจนวงศ์ . (2547). การนำน้ำทิ้งจากระบบบำบัดน้ำเสียชุมชนมาใช้เพื่อการเกษตรกรรม.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
เสนีย์ กาญจนวงศ์ . 2547. "การนำน้ำทิ้งจากระบบบำบัดน้ำเสียชุมชนมาใช้เพื่อการเกษตรกรรม".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
เสนีย์ กาญจนวงศ์ . "การนำน้ำทิ้งจากระบบบำบัดน้ำเสียชุมชนมาใช้เพื่อการเกษตรกรรม."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2547. Print.
เสนีย์ กาญจนวงศ์ . การนำน้ำทิ้งจากระบบบำบัดน้ำเสียชุมชนมาใช้เพื่อการเกษตรกรรม. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2547.