ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การประเมินความต้องการและระดับธาตุอาหารของลิ้นจี่โดยการวิเคราะห์พืช

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การประเมินความต้องการและระดับธาตุอาหารของลิ้นจี่โดยการวิเคราะห์พืช
นักวิจัย : นันทรัตน์ ศุภกำเนิด
คำค้น : ลิ้นจี่
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2547
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG4220017 , http://research.trf.or.th/node/1045
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ขุดต้นลิ้นจี่พันธุ์ฮงฮวยอายุ 1, 2 และ 3 ปีจากแปลงขยายพันธุ์ของศูนย์วิจัยพืชสวนเชียงรายในช่วงต้นฤดูแล้งเพื่อวิเคราะห์หาความเข้มข้นของธาตุอาหารไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แคลเซียม แมกนีเซียม เหล็ก แมงกานีส ทองแดง โบรอน และสังกะสีในส่วนของรากขนาดเล็ก รากขนาดกลาง รากขนาดใหญ่ ลำต้น (main stem) กิ่งแขนงที่ 1 (primary branch) กิ่งแขนงที่ 2 (secondary branch) กิ่งแขนงที่ 3 (tertiary branch) กิ่งแขนงเล็กเส้นผ่าศูนย์กลางมากกว่า 1 ซม. (small branch) กิ่งแขนงเล็กเส้นผ่าศูนย์กลางน้อยกว่า 1 ซม. (twig) และใบ จากข้อมูลน้ำหนักแห้งและผลการวิเคราะห์ความเข้มข้นของธาตุอาหารในส่วนต่างๆของต้นลิ้นจี่ พบว่า ส่วนของลำต้นและกิ่งแขนงเล็กที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางน้อยกว่า 1 ซม. ของต้นลิ้นจี่อายุ 1 ปีมีน้ำหนักแห้งมากกว่าส่วนอื่นๆ แต่เมื่อต้นลิ้นจี่อายุมากขึ้นส่วนของกิ่งแขนงเล็กและใบจะมีน้ำหนักแห้งมากที่สุด ธาตุอาหารส่วนใหญ่มีความเข้มข้นในใบสูงกว่าส่วนอื่นๆของต้นลิ้นจี่ยกเว้นความเข้มข้นของธาตุเหล็ก ทองแดง และสังกะสีซึ่งมีความเข้มข้นสูงกว่าในส่วนของรากขนาดเล็ก สำหรับปริมาณธาตุอาหารในส่วนต่างๆของต้นลิ้นจี่นั้น พบว่า ธาตุอาหารส่วนใหญ่จะอยู่ที่ใบมากกว่าส่วนอื่น และใบทั้งหมดของต้นลิ้นจี่อายุ 3 ปีมีปริมาณธาตุอาหารสูงกว่าใบของต้นลิ้นจี่อายุ 1 ปี 20-40 เท่า จากการสุ่มเก็บตัวอย่างช่อใบลิ้นจี่ที่แตกใหม่ (recently mature shoot) ครั้งที่ 1 และ 2 และผลลิ้นจี่พันธุ์ฮงฮวยและพันธุ์จักรพรรดิจากสวนเกษตรกรจังหวัดเชียงราย พะเยา และเชียงใหม่ และจากต้นลิ้นจี่ภายในศูนย์วิจัยพืชสวนเชียงราย มาวิเคราะห์หาปริมาณธาตุอาหารหลัก ธาตุอาหารรอง และจุลธาตุอาหาร เพื่อหาความต้องการธาตุอาหารที่ต้นลิ้นจี่ต้องการใช้ในการเจริญเติบโตของช่อใบใหม่ และการเจริญเติบโตของผล พบว่า ต้นลิ้นจี่พันธุ์ฮงฮวยต้องการธาตุอาหารไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แคลเซียม แมกนีเซียม เหล็ก แมงกานีส ทองแดง โบรอน และ สังกะสี ประมาณ 151.2, 15.2, 98.9, 38.8, 23.1, 0.24, 0.62, 0.12, 0.14 และ 0.12 มิลลิกรัม ตามลำดับสำหรับการเจริญเติบโตของช่อใบ 1 ช่อ ขณะที่ต้นลิ้นจี่พันธุ์จักรพรรดิต้องการธาตุอาหารไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แคลเซียม แมกนีเซียม เหล็ก แมงกานีส ทองแดง โบรอน และ สังกะสี ประมาณ 77.0, 7.7, 50.8, 20.7, 10.8, 0.16, 0.61, 0.048, 0.056 และ 0.071 มิลลิกรัม ตามลำดับ ส่วนความต้องการธาตุอาหารสำหรับการเจริญเติบโตของผลลิ้นจี่นั้น ต้นลิ้นจี่พันธุ์ฮงฮวยต้องการธาตุอาหารไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม ประมาณ 53.9, 7.4 และ 57.6 มิลลิกรัม/ผล หรือ ประมาณ 2.37, 0.32 และ 2.53 กรัม/กิโลกรัมผลสด ตามลำดับ ขณะที่ต้นลิ้นจี่พันธุ์จักรพรรดิต้องการธาตุอาหารไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม ประมาณ 60.6, 10.0 และ 81.8 มิลลิกรัม/ผล หรือประมาณ 1.72, 0.28 และ 2.32 กรัม/กิโลกรัมผลสด ตามลำดับ จากการทดสอบการให้ปุ๋ยอัตราประเมินและมากกว่าอัตราประเมิน 1.5 และ 2 เท่าทางระบบน้ำเปรียบเทียบกับการให้ปุ๋ยทางดินอัตราประเมินและอัตราแนะนำของกรมวิชาการเกษตร พบว่า การตอบสนองของพืชโดยทั่วไปไม่แตกต่างกัน ต้นลิ้นจี่ใช้เวลาในการแตกใบอ่อนจนเจริญเติบโตเด็มที่แต่ละชุดนาน 45-50 วัน และความเข้มข้นของธาตุอาหารใน index leaves ไม่ค่อยแตกต่างกันแม้ว่าจะได้รับปุ๋ยอัตราต่างกัน แต่จากการวิเคราะห์ความเข้มข้นเฉลี่ยของธาตุอาหารใน index leaf ของช่อใบชุดที่ 1, 2 และ 3 พบว่า ความเข้มข้นของธาตุอาหารส่วนใหญ่ค่อนข้างคงที่ใน index leaves ของใบชุดที่ 2 และ 3 จากการศึกษาการเปลี่ยนแปลงของธาตุอาหารใน index leaves อายุ 1-10 เดือน พบว่าความเข้มข้นของธาตุอาหารในใบเปลี่ยนแปลงค่อนข้างน้อยเมื่อใบมีอายุตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไป และเปลี่ยนแปลงน้อยที่สุดที่เมื่อใบมีอายุมากกว่า 5 เดือน เพื่อให้สอดคล้องกับลักษณะการเจริญเติบโตของต้นลิ้นจี่ในประเทศไทยที่โดยทั่วไปจะมีการพักตัวประมาณ 3 เดือน จึงกำหนดพิสัยของค่ามาตรฐานสำหรับใบลิ้นจี่โดยใช้ข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์ธาตุอาหารในใบอายุ 3-5 เดือน ดังนี้คือ 1.50-1.70 %N, 0.14-0.16 %P, 0.85-1.10 %K, 0.50-0.65 %Ca, 0.26-0.30 %Mg, 35-40 ppmFe, 100-160 ppmMn, 12-14 ppmCu, 20-30 ppmB และ 15-18 ppmZn. One, two and three year-old lychee trees were uprooted and dissected into leaves, twigs, branches, stems and roots in early dry season. Dry weights of these organs were determined. Nitrogen, phosphorus, potassium, calcium, magnesium, iron, manganese, copper, boron and zinc concentrations in each organ were examined. Twigs and main stem accounted for the major dry matter in the one year-old tree. As plants aged, number of terminal shoots increased and, as a consequence, twigs and leaves accounted for more dry matter than the other vegetative organs. Concentrations of essential nutrients were higher in the leaves than the other plant parts except for the concentrations of iron, copper and zinc which were higher in the small roots. Nutrient contents in the leaves of three year-old lychee were 20-40 times higher than those of one year-old tree. Recently mature shoots of first and second leaf flushes and fruits were sampled from lychee orchards in Chiengrai, Payao, Chiengmai and Chiengrai Horticultural Research Centre. The samples were analyzed for essential nutrients. Subsequently, nutrient requirement for each shoot of the first and second leaf flush and for fruit growth were determined. It was found that Hong Huay lychee required, approximately, 151.2, 15.2, 98.9, 38.8, 23.1, 0.24, 0.62, 0.12, 0.14 and 0.12 mg./shoot whereas Emperor lychee required 77.0, 7.7, 50.8, 20.7, 10.8, 0.16, 0.61, 0.048, 0.056 and 0.071 mg./shoot of nitrogen, phosphorus, potassium, calcium, magnesium, iron, manganese copper, boron and zinc, respectively. Regarding nutrient requirement of fruits, it was found that Hong Huay lychee required, approximately, 53.9, 7.4 and 57.6 mg./fruit or 2.37, 0.32 and 2.53 g./kg fresh fruit whereas Emperor lychee required 60.6, 10.0 and 81.8 mg./fruit or 1.72, 0.28 and 2.32 g./kg fresh fruit of nitrogen, phosphorus and potassium, respectively. A field trial was carried out at Chiengrai Horticultural Research Centre to test the efficacy of fertilizer rate obtained from previous study. NPK fertilizers were applied at the rates of plant need for leaf flushing and at 1.5 and 2 times over that rate. The fertilizers were applied through fertigation system compared to the conventional soil application. The results indicated that the amount of fertilizer as well as method of application had no significant difference on plant growth and development. Concentrations of most nutrients in index leaves of each leaf flush were not different either. In addition, mean concentrations of every treatment had slightly difference among leaf flush. The last study concerns seasonal variation of nutrient concentrations in index leaves. The leaves were sampled monthly for 10 months and were analysed for nutrients in the leaves. The concentrations of most nutrients varied very little when leaves were over 3 months old and were quite stable when they reached 5 months. According to dormancy period of 2-3 months of lychee trees in Thailand before panicle initiation occurs, the standard range of nutrient concentrations was established based on information obtained from 3-5-month old leaves from this and the previous studues. They are 1.50-1.70 %N, 0.14-0.16 %P, 0.85-1.10 %K, 0.50-0.65 %Ca, 0.26-0.30 %Mg, 35-40 ppmFe, 100-160 ppmMn, 12-14 ppmCu, 20-30 ppmB and 15-18 ppmZn.

บรรณานุกรม :
นันทรัตน์ ศุภกำเนิด . (2547). การประเมินความต้องการและระดับธาตุอาหารของลิ้นจี่โดยการวิเคราะห์พืช.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
นันทรัตน์ ศุภกำเนิด . 2547. "การประเมินความต้องการและระดับธาตุอาหารของลิ้นจี่โดยการวิเคราะห์พืช".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
นันทรัตน์ ศุภกำเนิด . "การประเมินความต้องการและระดับธาตุอาหารของลิ้นจี่โดยการวิเคราะห์พืช."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2547. Print.
นันทรัตน์ ศุภกำเนิด . การประเมินความต้องการและระดับธาตุอาหารของลิ้นจี่โดยการวิเคราะห์พืช. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2547.