ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การเปรียบเทียบความชุกของเชื้อซัลโมเนลลาที่ไม่ใช่ไทฟอยด์ ในอุจจาระของผู้ป่วยโรคลูปุสกับคนปกติ

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การเปรียบเทียบความชุกของเชื้อซัลโมเนลลาที่ไม่ใช่ไทฟอยด์ ในอุจจาระของผู้ป่วยโรคลูปุสกับคนปกติ
นักวิจัย : จีรภัทร วงศ์ชินศรี
คำค้น : เอสแอลอี -- การรักษา , ซาลโมเนลลา , โรคเกิดจากแบคทีเรีย
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : อุทิศ ดีสมโชค , ธีระพงษ์ ตัณฑวิเชียร , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะแพทยศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2543
อ้างอิง : 9741309554 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/3339
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2543

ศึกษาเปรียบเทียบความชุกของเชื้อซัลโมเนลลาที่ไม่ใช่ไทฟอยด์ ในอุจจาระของผู้ป่วยโรคลูปุสกับประชากรทั่วไป วิธีการดำเนินการ เก็บตัวอย่างอุจจาระจากผู้ป่วยโรคลูปุสและจากคนปกติ โดยเก็บอุจจาระ 3 ครั้งใน แต่ละคน อุจจาระดังกล่าวจะถูกนำไปเพาะเชื้อ เพื่อหาเชื้อซัลโมเนลลาที่ไม่ใช่ไทฟอยด์ แล้วนำผลมาเปรียบเทียบกันระหว่างกลุ่ม รวมทั้งมีการรวบรวมข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับ อายุ เพศ ระดับการศึกษา อาชีพ และระดับรายได้ ของทั้งสองกลุ่ม ส่วนในเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยจะมีการรวบรวมรายละเอียดเกี่ยวกับโรคลูปุส และการรักษาที่ผู้ป่วยได้รับขณะเก็บตัวอย่างด้วย ผลการศึกษา ตัวอย่างอุจจาระได้จากกลุ่มผู้ป่วยโรคลูปุสจำนวน 110 ราย และจากกลุ่มควบคุมจำนวนเท่ากัน ในระหว่างกลุ่มตัวอย่างทั้ง 2 กลุ่มนี้มีอายุเฉลี่ย เพศ ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้เฉลี่ย ใกล้เคียงกัน ไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ในกลุ่มผู้ป่วยโรคลูปุสจะมีผู้ป่วยซึ่งมีระยะเวลาการเป็นโรค การมีภาวะโรคไตแทรก และอวัยวะที่เกิดโรค รวมทั้งยาที่ใช้ในการรักษาต่างๆ กันไป ผลการเพาะเชื้อพบว่าในกลุ่มผู้ป่วยมีเชื้อซัลโมเนลลาที่ไม่ใช่ไทฟอยด์ 42 ราย คิดเป็นร้อยละ 38.2 ส่วนในกลุ่มควบคุมพบเชื้อ 25 ราย คิดเป็นร้อยละ 22.7 ซึ่งมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p = 0.009) โดยในกลุ่มผู้ป่วยนั้นเชื้อซัลโมเนลลาที่ไม่ใช่ไทฟอยด์ได้กลุ่มที่พบมากที่สุดคือ กลุ่ม E ในแง่ความสัมพันธ์ระหว่างการพบเชื้อกับโรคลูปุสนั้น พบว่าผู้ป่วยที่มีโรคไตกำเริบจะมีความชุกของเชื้อสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ส่วนระยะเวลาของการเป็นโรคลูปุสและการรักษานั้นพบว่าไม่มีความสัมพันธ์ในระดับที่มีนัยสำคัญทางสถิติ สรุป ผู้ป่วยโรคลูปุสมีความชุกของเชื้อซัลโมเนลลาที่ไม่ใช่ไทฟอยด์ ในอุจจาระมากกว่าคนปกติทั่วไป ซึ่งไม่มีโรคหรือภาวะที่ทำให้ภูมิต้านทานต่ำลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยทั้งในกลุ่มผู้ป่วยโรคลูปุสและคนปกติ พบว่าความชุกของเชื้อดังกล่าวไม่มีความสัมพันธ์กับอายุ เพศ ระดับการศึกษา อาชีพ และระดับรายได้ ในส่วนของกลุ่มผู้ป่วยโรคลูปุส พบว่าความชุกของเชื้อสูงขึ้นในผู้ป่วยที่มีโรคไตกำเริบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ แต่ไม่มีความสัมพันธ์กับระยะเวลาของการเป็นโรคลูปุสและการรักษาด้วยยาชนิดต่างๆ

บรรณานุกรม :
จีรภัทร วงศ์ชินศรี . (2543). การเปรียบเทียบความชุกของเชื้อซัลโมเนลลาที่ไม่ใช่ไทฟอยด์ ในอุจจาระของผู้ป่วยโรคลูปุสกับคนปกติ.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
จีรภัทร วงศ์ชินศรี . 2543. "การเปรียบเทียบความชุกของเชื้อซัลโมเนลลาที่ไม่ใช่ไทฟอยด์ ในอุจจาระของผู้ป่วยโรคลูปุสกับคนปกติ".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
จีรภัทร วงศ์ชินศรี . "การเปรียบเทียบความชุกของเชื้อซัลโมเนลลาที่ไม่ใช่ไทฟอยด์ ในอุจจาระของผู้ป่วยโรคลูปุสกับคนปกติ."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2543. Print.
จีรภัทร วงศ์ชินศรี . การเปรียบเทียบความชุกของเชื้อซัลโมเนลลาที่ไม่ใช่ไทฟอยด์ ในอุจจาระของผู้ป่วยโรคลูปุสกับคนปกติ. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2543.