ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

โครงการจัดตั้งเครือข่ายศูนย์วิจัยร่วมอุตสาหกรรม-มหาวิทยาลัยด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมและวัตถุอันตราย (ขั้นที่ 1)

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : โครงการจัดตั้งเครือข่ายศูนย์วิจัยร่วมอุตสาหกรรม-มหาวิทยาลัยด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมและวัตถุอันตราย (ขั้นที่ 1)
นักวิจัย : บัณฑิต ณ ลำพูน
คำค้น : Chemical Substances , hazardous wastes , Hazards , ของเสียอันตราย , วัตถุอันตราย , สารเคมี
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2544
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG4130002 , http://research.trf.or.th/node/1009
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

เพื่อศึกษาสถานการณ์ด้านสารเคมีของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประกอบด้วย การนำเข้า การจัดเก็บ การใช้การกำจัดและบำบัดของเสีย แผนการรองรับภาวะฉุกเฉินจากสารเคมี อันตราย ตลอดจนการศึกษาข้อมูลด้านเครื่องมือ อุปกรณ์ และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งการ สร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับหน่วยงานภายนอก แผนงานวิจัยแบ่งออกเป็น 5 โครงการย่อย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ แบบสำรวจ ประชากรคือห้องปฏิบัติการสารเคมีจำนวน 127 ห้องใน 11 คณะ และสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ สุขภาพ ระยะเวลาที่ใช้ในการเก็บข้อมูลคือสิ้นภาคการศึกษาจำนวน 4 ภาค ในปีการศึกษา 2540-2541 ผลการศึกษาพบว่าห้องปฏิบัติการทั้งหมดมีการใช้สารเคมีรวม 2,640 รายการ ใน จำนวนนี้มีสารเคมีส่วนหนึ่งที่เป็นวัตถุอันตราย คณะที่มีการใช้สารเคมีมากเป็น 2 อันดับแรก คือ คณะวิทยาศาสตร์และคณะแพทยศาสตร์ คิดเป็นร้อยละ 48 และ 14 ตามลำดับ คณะที่มีการใช้ สารเคมีน้อยที่สุดคิดเป็นร้อยละ 0.01 คือคณะพยาบาลศาสตร์ สำหรับเครื่องมือและอุปกรณ์ใน การวิเคราะห์สารเคมีและวัตถุอันตรายพบว่ามีจำนวน 22 รายการ ห้องปฏิบัติการมีบุคลากรที่มี ความรู้การบำบัดและกำจัดของเสียอันตรายจำนวน 13 คน การวิเคราะห์สารเคมีจำนวน 20 คน การใช้และการควบคุมสารเคมีจำนวน 18 คน ด้านอาชีวอนามัยความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม จำนวน 10 คน และด้านการรักษาพยาบาลจำนวน 5 คน นอกจากนั้นการศึกษาข้อมูลพบว่า มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ยังไม่มีนโยบายและวิธีการดำเนินงานที่ชัดเจนเกี่ยวกับระบบกำจัดของ เสียอันตรายจากสารเคมี แผนรองรับภาวะฉุกเฉินจากสารเคมีอันตราย รวมทั้งการสร้างเครือ ข่ายกับหน่วยงานภายนอก งานวิจัยนี้ได้ให้ข้อเสนอแนะแก่มหาวิทยาลัยเกี่ยวกับการบริหารจัด การสารเคมีไว้ด้วย ข้อเสนอแนะ 1. รายการสารเคมี วัตถุอันตรายและของเสียอันตรายในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ที่พบจาก การสำรวจของโครงการมีจำนวนมากถึง 19,749 รายการ โดยมีสารเคมีและวัตถุอันตรายมีที่มี ความเป็นอันตรายสูงและควรต้องติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิดจำนวนมาก ขณะที่มี จำนวนผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการจัดการเกี่ยวกับสารเคมี วัตถุอันตรายและของเสียอันตราย น้อยมาก ข้อมูลที่ได้จากการสำรวจยังทำให้ทราบด้วยว่าคณะและหน่วยงานต่าง ๆ ยังไม่มี ระบบการจัดการสารเคมี วัตถุอันตรายและของเสียอันตราย รวมทั้งยังขาดบุคลากร องค์ ความรู้ เครื่องมือและอุปกรณ์ที่จำเป็นในการจัดการสารเคมี วัตถุอันตรายและของเสียอันตราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการกู้ภัยและการให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินกรณีที่เกิดอุบัติภัยจากสาร เคมี วัตถุอันตรายและของเสียอันตราย ซึ่งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ต้องเร่งดำเนินการพัฒนาศักย ภาพในเรื่องเหล่านี้ โดยอาจจัดตั้งหน่วยงานเฉพาะที่จะทำหน้าที่ทั้งการวางนโยบาย การ กำหนดระเบียบและแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการบริหารจัดการสารเคมี วัตถุอันตรายและของเสีย อันตรายภายในมหาวิทยาลัย การพัฒนาศักยภาพบุคลากร – เครื่องมือและอุปกรณ์ การให้ ความช่วยเหลือในกรณีเกิดอุบัติภัย การสร้างองค์ความรู้และระบบข้อมูล ฯลฯ นอกจากนี้ หน่วยงานระดับคณะ สถาบัน สำนักจะต้องสร้างเครือข่ายการจัดการสารเคมี วัตถุอันตรายและ ของเสียอันตรายร่วมกันเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการบริหารจัดการสารเคมี วัตถุอันตรายและของเสียอันตราย 2. ควรมีการขยายผลการสำรวจจัดเก็บข้อมูลสารเคมี ข้อมูลวัตถุอันตราย ข้อมูลของเสีย อันตราย ข้อมูลผู้เชี่ยวชาญ ข้อมูลอุปกรณ์และเครื่องมือ ข้อมูลการใช้พื้นที่ รวมทั้งข้อมูลเกี่ยว กับอาคารและการใช้ประโยชน์ในอาคารต่าง ๆ ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งจะทำให้มหาวิทยาลัย คณะ และหน่วยงานต่าง ๆ ทราบสถานการณ์สารเคมี วัตถุอันตราย และของเสียอันตราย ฯลฯ ได้อย่างถูกต้องและเป็นปัจจุบัน รวมทั้งสามารถคาดการณ์เกี่ยวกับ ปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการวางแผนงานด้านการป้องกันแก้ไข อุบัติภัยที่จะเกิดขึ้น ทั้งการวางแผนพัฒนาด้านบุคลากร เครื่องมือและอุปกรณ์และการจัดสรรงบ ประมาณ 3. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ควรมีนโยบายเกี่ยวกับการบริหารจัดการด้านสารเคมี วัตถุ อันตราย และของเสียอันตรายที่ชัดเจน รวมทั้งมีแนวทางปฏิบัติที่จะสามารถควบคุมและติด ตามความเคลื่อนไหวของสารเคมี วัตถุอันตรายและของเสียอันตรายในหน่วยงานต่าง ๆ ได้ ทั้งนี้สารเคมี วัตถุอันตราย และของเสียอันตรายเป็นสารที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อมนุษย์และสิ่ง แวดล้อมได้ทั้งในลักษณะเฉียบพลัน รุนแรงและการสะสมพิษในระยะยาว ดังนั้นจึงจำเป็นอย่าง ยิ่งที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่จะต้องมีนโยบายและการดำเนินงานที่สามารถติดตามข้อมูลเกี่ยวกับ การมี (เช่นการสั่งซื้อ การรับบริจาค การเคลื่อนย้าย) การใช้ การจัดเก็บ การดูแลและการกำจัด หรือบำบัดสารเคมี วัตถุอันตรายและของเสียอันตราย ได้อย่างมีประสิทธิผล เพื่อที่จะสามารถ กำหนดแผนงาน โครงการและงบประมาณด้านการรักษาความปลอดภัยต่อมนุษย์และสิ่งแวด ล้อม และการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชากรในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้อย่างมีประสิทธิ ภาพ และจะเป็นตัวอย่างที่ดีแก่หน่วยงานอื่น ๆ ทั้งในระดับภูมิภาคหรือระดับประเทศ 4.มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ควรกำหนดนโยบายและแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนเกี่ยวกับการ พัฒนา และการดูแลรักษาระบบข้อมูลที่พัฒนาขึ้น ไม่ว่าจะเป็นระบบข้อมูลสารเคมี วัตถุอันตราย ระบบข้อมูลของเสียอันตราย ระบบข้อมูลผู้เชี่ยวชาญและระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ด้านกาย ภาพของมหาวิทยาลัย ทั้งนี้เพื่อให้ระบบข้อมูลที่ได้พัฒนาไว้แล้วมีการนำไปใช้ประโยชน์ และมี การปรับปรุงข้อมูลให้มีความถูกต้องและทันสมัยอยู่เสมอ ซึ่งจะเป็นประโยชน์โดยตรงต่อการวาง แผนและการปฏิบัติงานของหน่วยงานต่างๆ และของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เอง นอกจากนี้ควร ส่งเสริมและให้การสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาระบบข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิเช่นระบบข้อ มูลเครื่องมือและอุปกรณ์ The objective of this research, at the first phase was to investigate the current status of chemical substances, storage management, utilization, waste management, emergency plan of the University for solving problems caused by chemical hazard, instruments used and staff; and to establish cooperation networks between the University and various organizations in the North. The research plan was divided into 5 sub-projects. A set of questionnaires was sent to127 chemistry labolatories in 11 faculties and the Health Science Research Institute. The period of the study was at the end of each semester in the acadamic year 1997 and 1998 totalling 4 semesters. The study revealed that 2,640 chemical substances had been utilized. Within the amount of chemical substances, there was a number of chemical hazards. The first two faculties that used the chemical substances, most were the Faculty of Science and the Faculty of Medicine at the rate of 48 and 14 percents, respectively. Additionally, the Faculty of nursing utilized the least substances at the rate of 0.01 percent. The research also present that only the Department of Chemistry, Faculty of Science could be able to demonstrate the ability of the mercury treatment. Additionally, the University holds 22 items of instrument and equipment for analyzing chemical substances and waste hazard. Furthermore, there were 13 staff with knowledge of chemical analysis, 18 staff with knowledge of control and utilization of chemical substances; 10 staff with knowledge of occupational health safety in addition to environment; 5 staff with knowledge of medical treatment. The researchers found that the University did not yet have a specific policy and operational methods on chemical substances and waste hazard nor was it found to have a plan to solve emergency problems caused by waste hazard as well as an external establishment. Suggestions to the University on the chemistry administration and management were proposed therein. Suggestions 1. The study reveals that 19,749 chemical substances and hazards, and hazardous wastes are in Chiang Mai University, with a number of very high toxicity that should be closely followed-up. On the contrary, there is a limited number of experts in substances and wastes. The results of the study indicate that a proper management system has not been prepared by any faculty and organization in the University, including a lack of experts, knowledge and equipment for the substances and wastes, especially on emergency response. The University must create and develop the management system, by setting up a special unit for planning and be responsible for the management system on chemical substances and hazards, and hazardous wastes for developing experts, equipment, emergency response team, know-how technology and information systems, as well. Furthermore, faculties, institutes have to mutually establish a network on chemical substances and hazards, and hazardous wastes management in order that the management systems will be done effectively and efficiently. 2. The study should be expanded to all areas which are in the University in order to have a complete database on chemical substances and hazards, and hazardous wastes, experts, instrument used and buildings. The output of this activity will strengthen information system of the University, faculties and organizations concerned. Resultedly, problems which will be occurred are predictable. Additionally, the database can also be used for planning on emergency response, equipment and staff development, including budgeting. 3. The University should have a definite policy on management of chemical substances and hazards, and hazardous wastes, in addition to a practical guideline of controlling and tracing of chemicals and wastes. As a matter of fact, the chemical substances and hazards, and hazardous wastes can be immediately and seriously dangerous to human and environment, and they can also accumulate toxicity in a long term, therefore it is necessary for the University to have a policy and effective management systems on their use, storage, and treatment of chemical substances and hazards, and hazardous wastes. The policy and the systems can be brought to set up plans, projects and budget for human and environmental protection, and for having an efficient promotion of living quality of Chiang Mai University members. These can be good examples for various organizations at national and regional levels. 4. Chiang Mai University should establish a clear policy and management on the development and maintenance of information systems on chemical substances and hazards, hazardous wastes, experts, and Geographic Information System (GIS) which have been created in order that the systems will be further developed and utilized. This activity is directly useful to various organizations of the University on planning and operation. Furthermore, other databases concerned should also be created and supported by the University, e.g. a database on equipment that can be used for chemical substances and hazards, hazardous wastes, and emergency response.

บรรณานุกรม :
บัณฑิต ณ ลำพูน . (2544). โครงการจัดตั้งเครือข่ายศูนย์วิจัยร่วมอุตสาหกรรม-มหาวิทยาลัยด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมและวัตถุอันตราย (ขั้นที่ 1).
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
บัณฑิต ณ ลำพูน . 2544. "โครงการจัดตั้งเครือข่ายศูนย์วิจัยร่วมอุตสาหกรรม-มหาวิทยาลัยด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมและวัตถุอันตราย (ขั้นที่ 1)".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
บัณฑิต ณ ลำพูน . "โครงการจัดตั้งเครือข่ายศูนย์วิจัยร่วมอุตสาหกรรม-มหาวิทยาลัยด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมและวัตถุอันตราย (ขั้นที่ 1)."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2544. Print.
บัณฑิต ณ ลำพูน . โครงการจัดตั้งเครือข่ายศูนย์วิจัยร่วมอุตสาหกรรม-มหาวิทยาลัยด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมและวัตถุอันตราย (ขั้นที่ 1). กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2544.