ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การผลิตถั่วลิสงเมล็ดโตเพื่อการค้าและอุตสาหกรรม

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การผลิตถั่วลิสงเมล็ดโตเพื่อการค้าและอุตสาหกรรม
นักวิจัย : สนั่น จอกลอย
คำค้น : Large-seeded peanut , ถั่วลิสงเมล็ดโต
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2545
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG4120010 , http://research.trf.or.th/node/986
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

สนั่น จอกลอย และคณะ ศึกษาถั่วลิสงเมล็ดโตในด้านต่าง ๆ ดังนี้ คือ 1.) คุณลักษณะของพื้นที่ที่ เหมาะสม สำหรับการผลิตเพื่อการค้าและอุตสาหกรรม 2.)ระบบการผลิต และกระจายเมล็ดพันธุ์ 3.) ระบบการผลิตและการเชื่อมโยงระหว่างระบบการผลิต การตลาดและอุตสาหกรรม 4.)กลไกการถ่ายทอด เทคโนโลยีที่เหมาะสม 5.)ศักยภาพในการปรับปรุงบำรุงดิน 6.)ผลของการใช้เมล็ดขนาดเล็กทำพันธุ์ 7.) ศักยภาพและคุณภาพของผลผลิตของถั่วลิสงเมล็ดโตสายพันธุ์ใหม่ จากการศึกษาคุณลักษณะของพื้นที่ พบว่าพื้นที่ชายฝั่งแม่น้ำโขงดินมีลักษณะทางกายภาพเหมาะสม ความอุดมสมบูรณ์สูง มีปัญหาวัชพืช น้อย ทำให้ต้นทุนการผลิตต่ำกว่าในพื้นที่นา แต่มีปัญหาความแห้งแล้งจึงมีความแปรปรวนของผลผลิตสูง คือ สูงสุด 415 กก./ไร่ และต่ำสุด 101 กก./ไร่ ขณะที่พื้นที่นาของอุดรธานี และมุกดาหาร มีความอุดม สมบูรณ์ และมีปัญหาวัชพืชมาก ผลผลิตโดยเฉลี่ยค่อนข้างต่ำคือ 113-176 กก./ไร่ การศึกษาระบบการ ผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์ พบว่าผลผลิตมีความแปรปรวนค่อนข้างสูง และแตกต่างกันระหวางกลุ่มของ ผู้ผลิต ผลผลิตมีคุณภาพดีคือความงอกเฉลี่ย 91% และมีการปนเปื้อนจากสารพิษอะฟลาทอกซินต่ำ การ ศึกษาต้นทุนการผลิตวัตถุดิบ พบว่าต้นทุนวัตถุดิบเมล็ดที่กะเทาะและแยกเกรดแล้วของหนองคายสูงกว่า ของกาฬสินธุ์ การศึกษากลไกถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เหมาะสม พบว่าแต่ละพื้นที่ให้ผลผลิตแตกต่างกัน มากคือ กมลาไสย์ ให้ผลผลิตสูงสุด 278 กก./ไร่ ขณะที่ดอนตาล ให้ผลผลิตเฉลี่ยต่ำสุด 97 กก./ไร่ สำหรับต้นทุนการผลิตพบว่าอำเภอบ้านแพง นครพนม มีต้นทุนต่ำสุดคือ 9.40 บาท/ กก. ขณะที่ดอน ตาล ต้นทุนสูงสุดคือ 22 บาท เกษตรกร 63.6-100% ยอมรับถั่วลิสงพันธุ์ขอนแก่น 60-3 และพร้อมที่จะ ขยายพื้นที่ผลิต การศึกษาศักยภาพในการบำรุงดิน พบว่าพันธุ์ขอนแก่น 60-3 ให้ผลผลิตต้นแห้ง 225- 523 กก./ไร่ มีไนโตรเจนในซาก 1.45-2.01% หรือ 3.36-10.52 กก./ไร่ การศึกษาผลของการใช้เมล็ด ขนาดเล็กทำพันธุ์ พบว่าขนาดของเมล็ดที่ใช้ปลูกไม่มีผลต่อปริมาณและคุณภาพของผลผลิตเมล็ดพันธุ์ที่ ได้ในชั่วถัดมา การทดสอบศักยภาพของพันธุ์ พบว่ามี 7 สายพันธุ์ที่ให้ผลผลิต สัดส่วนของเมล็ดโตพิเศษ และเปอร์เซนต์กะเทาะสูงกว่าพันธุ์ขอนแก่น 60-3 ในทุกพื้นที่ โดย (NCAc 17090 x B1)-18 ให้ผลผลิต สูงสุดเฉลี่ย 442 กก./ไร่ คิดเป็น 33% สูงกว่าขอนแก่น 60-3 Jogloy and colleagues are studying the following subjects related to large-seeded peanut:- 1.) Suitable areas for crop production at a commercial and industrial scale 2.) Seed production and distribution system 3.) Crop production and linkaging with marketing and industry 4.) Proper strategy of technology transfer 5.) Soil improvement potential 6.) Effect of using small seeds as planting materials and 7.) Yield potential and quality of new large-seeded lines. The results showed that river levee areas especially along the Mae Khong River appeared to be well suited for growing large seeded peanut. The soils were light, well drained, highly fertile, and had only few weeds. Growing peanut in this area requires only minimum input, hence, giving the lowest production cost when compared to those in other areas. The yields were however highly varied among the sites because of drought with the maximum of 415 kg/rai and the minimum 101 kg/rai. Soil fertility in the paddy areas was considerably low and weed problems were rather severe. Pod yields in these areas were, 113-170 kg/rai. Pod and seed yields in the seed production areas were considerably varied among individual and group of farmers. The seed qualities are good, having 91% germination and low level of aflatoxin contamination. Production costs of graded kernels in Nong Kai were higher than those in Kalasin. Crop yields in different production areas were highly varied. In paddy area, Komalasaya gave the best yield of 278 kg/rai while Don Tan gave the lowest of 97 kg/rai. The cost of crop production was lowest at Ban Pang, Nokorn Panom (9.40 THB/kg) and highest at Don Tan (22 THB/kg). From all interviewed farmers, 63.6-100% accepted KK 60-3 and would extend their production in the following season. Khon Kaen 60-3 gave dried stubble yield of 225-523 kg/rai when planted in Kalasin. The stubbles had 1.45-2.01% nitrogen contest and could yield 3.36-10.52 kg of nitrogen/rai. Seed sizes appeared to have no effect on seed yeilds and quality of the successive generation. There were 7 lines of large seeded type tested that gave higher pod yields, jumbo size ratio, and shelling percentage than that of KK 60-3 in every location. Among them, line (NCAc 17090xB1)-18 gave the highest average pod yield of 442 kg/rai or 33% higher than that of KK 60-3.

บรรณานุกรม :
สนั่น จอกลอย . (2545). การผลิตถั่วลิสงเมล็ดโตเพื่อการค้าและอุตสาหกรรม.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
สนั่น จอกลอย . 2545. "การผลิตถั่วลิสงเมล็ดโตเพื่อการค้าและอุตสาหกรรม".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
สนั่น จอกลอย . "การผลิตถั่วลิสงเมล็ดโตเพื่อการค้าและอุตสาหกรรม."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2545. Print.
สนั่น จอกลอย . การผลิตถั่วลิสงเมล็ดโตเพื่อการค้าและอุตสาหกรรม. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2545.