ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

แนวคิดธุรกิจชุมชนในประเทศไทย : มิติใหม่ของธุรกิจชุมชนในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและสังคม

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : แนวคิดธุรกิจชุมชนในประเทศไทย : มิติใหม่ของธุรกิจชุมชนในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและสังคม
นักวิจัย : พิทยา ว่องกุล
คำค้น : Civil society , Community Business , Community Development , Community Economy , ธุรกิจชุมชน , ประชาสังคม , พัฒนาชุมชน , เศรษฐกิจชุมชน
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2542
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG4040004 , http://research.trf.or.th/node/967
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษาเบื้องต้นนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาและวิเคราะห์นโยบายและมาตรการที่เกี่ยวข้องกับการทำ ธุรกิจชุมชนทั้งระดับประเทศและระดับหน่วยงาน รวมทั้งประมวลข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในการส่งเสริมและ พัฒนาการประกอบธุรกิจชุมชน และให้ข้อเสนอแนะในการศึกษาวิจัยต่อเนื่องเพื่อปรับปรุงนโยบายและมาตรการ เกี่ยวกับธุรกิจชุมชน โดยศึกษาและวิเคราะห์เอกสารนโยบายและมาตรการของหน่วยงานต่างๆ ที่ปฏิบัติใน ปัจจุบันหรือที่กำหนดในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 8 และสัมภาษณ์ผู้กำหนดนโยบาย ผู้ บริหารและผู้ปฏิบัติตามนโยบาย ผลการศึกษา พบว่า นโยบายในระดับชาติและระดับหน่วยงานที่กำหนดไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติฉบับที่ 8 และแผนของหน่วยงานมีการกำหนดที่ชัดเจนในการส่งเสริมอุตสาหกรรมชุมชน โดย สนับสนุนองค์กรชุมชนให้มามีบทบาทในการปรับปรุงโครงสร้างและการสร้างรากฐานการผลิตที่มั่นคงของประเทศ มีการปรับปรุงกฎหมายให้สามารถส่งเสริมอำนวยความสะดวกและรับรองสิทธิชุมชน ใช้มาตรการทั้งด้านการคลัง และภาษีเพื่อกระตุ้นการสร้างองค์กรชุมชน สนับสนุนข้อมูลข่าวสาร การฝึกอบรม และการมีส่วนร่วมของภาค ธุรกิจเพื่อส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชน ด้านการปฏิบัติงานจริงนั้น หน่วยงานภาครัฐได้มีการส่งเสริมกิจ กรรมในลักษณะของธุรกิจชุมชนมาเป็นเวลาหลายสิบปี ทั้งในขอบเขตเฉพาะการส่งเสริมอาชีพและรายได้แก่ บุคคลและกลุ่ม และครอบคลุมกระบวนการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่องค์กรชุมชนในการพัฒนา เศรษฐกิจชุมชน ที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับการพัฒนาด้านอื่น ๆ แต่นโยบายแต่ละด้านยังไม่ได้สัดส่วนที่เหมาะสมใน การส่งเสริมธุรกิจชุมชน กล่าวคือ ส่วนใหญ่จะเป็นนโยบายและมาตรการด้านการฝึกอบรม พัฒนาทักษะและวิชา ชีพ การสนับสนุนเงินทุนและสินเชื่อ เทคโนโลยีและแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร ส่วนนโยบายที่สำคัญยิ่งต่อ การดำเนินธุรกิจและอุตสาหกรรมชุมชน คือ การตลาด ยังมีน้อยและปฏิบัติได้ในขอบเขตจำกัด อีกทั้งเป็นมาตร การตั้งรับในระยะสั้น มากกว่าจะเป็นการสร้างความรู้และทักษะในการวิเคราะห์และจัดการตลาด แม้ว่าผลการ ดำเนินงานก็แสดงให้เห็นถึงการเติบโตในเชิงปริมาณทั้งในจำนวนกลุ่ม จำนวนสมาชิก และการสะสมทุนภายใน กลุ่มเพิ่มมากขึ้นเป็นลำดับ แต่ในเชิงคุณภาพของกลุ่มและองค์กรยังต้องการการพัฒนาเป็นอันมาก เพราะกลุ่ม ต่าง ๆ เกือบร้อยละ 50 ประสบความล้มเหลว อันเนื่องมาจากการขาดแนวคิดที่ชัดเจนร่วมกันในการพัฒนาแบบ องค์รวม รวมทั้งปัญหาด้านโครงสร้างและระบบราชการที่กำหนดภาระหน้าที่แบบแยกส่วนและรวมอำนาจไว้ส่วน กลาง และขาดการประสานงานในระดับโนโยบายและปฏิบัติเพื่อให้เกิดเอกภาพในการทำงาน ข้อเสนอแนะจากการศึกษาครั้งนี้ ในด้านนโยบายควรมีการสร้างความเข้าใจร่วมกันในแนวคิดการพัฒนา และอุตสาหกรรมชุมชน การบูรณาการเศรษฐกิจชุมชนกับการพัฒนาชุมชนแบบองค์รวม โดยที่ประชาชนและ องค์กรชุมชนได้รับกระบวนการการเรียนรู้ มีส่วนร่วมเป็นเจ้าของ ผู้ประกอบการและรับประโยชน์ มีโครงสร้าง การทำงานในลักษณะพหุภาคี โดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเป็นแกนกลาง ประสานความร่วมมือเป็นเครือข่ายพัฒนาธุรกิจชุมชนและอุตสาหกรรมชุมชน ทั้งภาคราชการ นอกราชราชการ และองค์กรประชาชน ส่งเสริมการกระจายอำนาจให้องค์กรทุกระดับเพื่อความคล่องตัวโดยเฉพาะองค์กรในระดับ ท้องถิ่น ควรมีการกำหนดภารกิจให้ชัดเจน และบริหารงานให้ตรงกับความต้องการของพื้นที่ รวมทั้งสนับสนุน ให้มีการวางแผนลงทุน พัฒนาเทคโนโลยี เสริมสร้างเอกภาพของกองทุนและสินเชื่อ ให้ความคุ้มครองสิทธิของ เกษตรกรและผู้ประกอบการรายย่อย ตลอดจนส่งเสริมการเรียนรู้แก่บุคลากรและองค์กรชุมชน This preliminary study on “Policies and measures in promoting community business of the Thai Government agencies” indicates that many departments have incorporated such policies and/or measures as part of the 8th national social and economic development plan and as for their own departmental plans. The term “community business” is ,however, not widely used but “ vocational development and income generating” instead though the interpretation is somehow similar. Most agencies intend to promote and support various types of community organizations in strengthening their production structures and expecting that it would pave strong basement for national productivity. These interventions could be determined in forms of revised legal issues, adoption of financial as well as tax and tariff measures, provision of training and information. and lastly engaging the private enterprises in developing the community businesses. All of them are favorable for facilitating and accepting the rights of the community (and its activities). To judge whether any agencies promote community business affairs or not, the researchers used 7 criteria’s as followings; (a) individual and group capacity strengthening, (b) labor force development, (c) capital and credit scheme, (d) market development, (e) supply of raw materials and inputs, (f) technology development and transfer and (g) grant of special benefits and privileges. It is of note that each agency’s policies and measures cover different supportive areas and levels. About 10 agencies render full package of services starting from group establishment and strengthening, provision of production means, be it credits, inputs, technology (including processing of some produces) to marketing of such products in subsidized manners; the rest renders only parts of packages or promotes the community business indirectly. The measure that is widely employed by most agencies is capacity strengthening measures whereby every few agencies have done something related to marketing issues. It is found that many agencies have adopted this community business policy for a number of decades. Numbers of groups and their savings / working capital is rising up over time. Nevertheless, the quality of the groups and their performances needs improvement badly since about half of them failed to achieve their objectives. Major problems and constraints lies on the lack of vision as well as common understanding on holistic development. Beurocratic structure and working system which emphasizes centralization and divisionalization without proper coordination and integration contribute to the further damage of effectiveness and efficiency of overall development intervention. Researchers suggest that all parties concerned must organize shared learning and come up together with the concept about holistic development which includes economic, industrial, financial development as well as people, community development. People and its organization needs to be promoted and supported to learn, to take part as entrepreneur and as beneficiaries. Furthermore, the community business affairs should be responsible by multi-agencies including the private enterprises and people organizations. Concerned agencies must improve their cooperation and coordination practices. Decentralization of decision making and resources allocation should be envisaged and last but not least, ones should investigate further if these policies and measures are implemented at field level.

บรรณานุกรม :
พิทยา ว่องกุล . (2542). แนวคิดธุรกิจชุมชนในประเทศไทย : มิติใหม่ของธุรกิจชุมชนในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและสังคม.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
พิทยา ว่องกุล . 2542. "แนวคิดธุรกิจชุมชนในประเทศไทย : มิติใหม่ของธุรกิจชุมชนในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและสังคม".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
พิทยา ว่องกุล . "แนวคิดธุรกิจชุมชนในประเทศไทย : มิติใหม่ของธุรกิจชุมชนในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและสังคม."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2542. Print.
พิทยา ว่องกุล . แนวคิดธุรกิจชุมชนในประเทศไทย : มิติใหม่ของธุรกิจชุมชนในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและสังคม. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2542.