ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

โครงการวิจัย การศึกษาเปรียบเทียบจริยธรรมการดำเนินธุรกิจของนักธุรกิจไทยและสหรัฐอเมริกา

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : โครงการวิจัย การศึกษาเปรียบเทียบจริยธรรมการดำเนินธุรกิจของนักธุรกิจไทยและสหรัฐอเมริกา
นักวิจัย : สมบูรณ์ ศาลยาชีวิน
คำค้น : Programme 1 , Research Abstract , TRF
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2541
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG4010035 , http://research.trf.or.th/node/930
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วัตถุประสงค์ของโครงการคือ มุ่งศึกษาทำความเข้าใจกับวิธีการพิจารณาตัดสินความถูกผิดทางจริย ธรรมในการดำเนินธุรกิจของนักธุรกิจไทย รวมทั้งศึกษาทัศนคติของนักธุรกิจไทยต่อความเชื่อที่ว่าความ สำเร็จของธุรกิจมีความสัมพันธ์กับการมีจริยธรรม และความรับผิดชอบต่อสังคมของธุรกิจ และพยายามที่จะ ค้นหาว่ามีปัจจัยใดบ้างที่สัมพันธ์เกี่ยวข้องกับความคิดเห็นและทัศนคติที่แตกต่างกันระหว่างนักธุรกิจ เช่น ปรัชญาจริยธรรมของแต่ละบุคคล ความเคร่งครัดทางศาสนา และความแตกต่างทางสิ่งแวดล้อมขององค์การ ธุรกิจ การมีจรรยาบรรณ ค่านิยมจริยธรรมขององค์กร สังคมธุรกิจในกรุงเทพฯและในต่างจังหวัด นอกจาก นั้น การวิจัยเรื่องนี้ยังสนใจในข้อแตกต่างทางวัฒนธรรมระหว่างประเทศว่า จะมีผลทำให้จริยธรรมของนัก ธุรกิจในประเทศไทยต่างกับจริยธรรมของนักธุรกิจในสหรัฐอเมริกาหรือไม่ อย่างไร ผลการวิจัย : พบว่า ความแตกต่างระหว่างนักธุรกิจไทย และนักธุรกิจอเมริกัน เห็นได้ชัดในตัวแปร หลักที่ศึกษาคือ ระดับของการรับรู้ปัญหา การตัดสินความผิดทางจริยธรรม แนวโน้มของทางเลือกปฏิบัติ และ ทัศนคติที่มีต่อความสำคัญของจริยธรรม นักธุรกิจอเมริกันมีความรับรู้ถึงปัญหาจริยธรรม รู้สึกถึงความผิด ทางจริยธรรม มากกว่านักธุรกิจไทย การอธิบายความแตกต่างทางจริยธรรมระหว่างนักธุรกิจในประเทศไทยกับนักธุรกิจในประเทศสหรัฐ อเมริกา นอกเหนือไปจากการอธิบายตามผลการวิจัยแล้ว เหตุผลจากข้อมูลที่ได้จากการทบทวนวรรณกรรมก็ ทำให้ผู้วิจัยตั้งข้อสังเกตว่า การที่นักธุรกิจในประเทศสหรัฐอเมริกามี ระดับของการรับรู้ปัญหา การตัดสิน ความผิดทางจริยธรรม แนวโน้มของทางเลือกปฏิบัติ และ ทัศนคติที่มีต่อความสำคัญของจริยธรรม ดีกว่านัก ธุรกิจในประเทศไทยนั้น อาจเป็นเพราะว่าสหรัฐอเมริกามีระยะการพัฒนาระบบเศรษฐกิจ การเมืองและสังคม ความเจริญทางเทคโนโลยีการสื่อสารมานานแล้ว และมีประสบการณ์ธุรกิจข้ามชาติ รวมทั้งได้เผชิญวิกฤต การณ์ทางสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติมาก่อนประเทศไทย จึงมีส่วนทำให้นักธุรกิจในประเทศสหรัฐ อเมริกามีการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องที่จะต้องดำเนินธุรกิจภายใต้กฎหมายและจริยธรรมทางการค้าอย่างเคร่ง ครัด งานวิจัยนี้นับว่าเป็นการศึกษาขั้นบุกเบิกซึ่งอาจจะนำไปสู่การวิจัยเกี่ยวกับจริยธรรมทางธุรกิจได้อีก หลายแนวทาง เช่น การศึกษาจริยธรรมในแต่ละกิจกรรมธุรกิจ การศึกษาเพื่อตรวจสอบจริยธรรมในแต่ละ องค์กรธุรกิจที่กระทำต่อผู้เกี่ยวข้อง หรือ การวิจัยเปรียบเทียบจริยธรรมของนักธุรกิจไทยกับนักธุรกิจใน ประเทศอื่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับกลุ่มประเทศที่มีความสำคัญทางการค้ากับประเทศไทย The purposes of this research are to analyze the relative influences of some important personal and organizational factors on the business ethics decision-making of Thai managers ; to compare American managers with Thai managers on various components and determinants of the business ethics decision-making process. Specially, it compares the two groups of managers with respect to their personal moral philosophies, corporate ethical values, perceived importance of ethics and social responsibility, perceived moral intensity, perceived ethical problems, and ethical intentions. The results show that the American and Thai groups are significantly different on all three components of the ethical decision-making process : perceived moral intensity, perceived ethical problem, and ethical intention. Based on the research findings and the literature review, it should be noted that the differences between Thai and American managers in all important ethics variables, and that American managers are more likely to recognize the ethical problems and tend to have a more ethical intention than the Thai managers, may due to their experience of “being there before”. The much earlier development and growth of social, economic, and political conditions of the US compared to Thailand, and negative consequences caused by unethical business decisions such as environmental pollution or harmful products, may have taught American people and business managers to recognize the importance of business ethics to business itself and to society. The final implication of this research is for Thai managers to understand that as Thailand opens itself to the international market, the old saying “Doing Thai ways” or “We will do it our way” which has been used to justify Thai behaviors unaccepted by international standards, may not survive the scrutiny of international pressure in the future. Bribery, cheating, lying, nepotism, forgery, and embezzlement are examples of unethical behaviors which, despite their common occurrence in most countries, are reportedly to be exceptionally high in Thailand’s business practices. Thai managers may need to soon realize that the more the country becomes internationalized, the more the importance of business ethics.

บรรณานุกรม :
สมบูรณ์ ศาลยาชีวิน . (2541). โครงการวิจัย การศึกษาเปรียบเทียบจริยธรรมการดำเนินธุรกิจของนักธุรกิจไทยและสหรัฐอเมริกา.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
สมบูรณ์ ศาลยาชีวิน . 2541. "โครงการวิจัย การศึกษาเปรียบเทียบจริยธรรมการดำเนินธุรกิจของนักธุรกิจไทยและสหรัฐอเมริกา".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
สมบูรณ์ ศาลยาชีวิน . "โครงการวิจัย การศึกษาเปรียบเทียบจริยธรรมการดำเนินธุรกิจของนักธุรกิจไทยและสหรัฐอเมริกา."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2541. Print.
สมบูรณ์ ศาลยาชีวิน . โครงการวิจัย การศึกษาเปรียบเทียบจริยธรรมการดำเนินธุรกิจของนักธุรกิจไทยและสหรัฐอเมริกา. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2541.