ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

โครงการวิจัยเพื่อส่งเสริมสุขภาพทางเพศ (Programme for The Promotion of Sexual Health)

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : โครงการวิจัยเพื่อส่งเสริมสุขภาพทางเพศ (Programme for The Promotion of Sexual Health)
นักวิจัย : นิกร ดุสิตสิน
คำค้น : sex , sexual health , สุขภาพทางเพศ , เพศศาสตรศึกษา
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2545
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG3930007 , http://research.trf.or.th/node/928
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

โครงการวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบ ที่นำไปสู่การป้องกันและแก้ไขปัญหา ทางเพศของประเทศ โดยรูปแบบที่พัฒนาประกอบด้วย การให้ความรู้แก่ประชาชน การให้การ ปรึกษาที่เป็นเครือข่าย การบำบัดรักษา และการวิจัยพฤติกรรมทางเพศของคนไทย โดยดำเนินวิธีการวิจัยเชิงปฏิบัติการ เพื่อพัฒนา (1) รูปแบบการให้ความรู้แก่ประชาชน ในกลุ่มต่อไปนี้ 1.1 สำหรับครู 1.2 สำหรับวัยรุ่น / วัยหนุ่มสาว ( นักเรียน นิสิต นักศึกษา) 1.3 คู่ สมรส / พ่อแม่ผู้ปกครอง 1.4 วัยกลางคน / วัยสูงอายุ ด้วยการเสนอต้นแบบและทดสอบกับกลุ่ม เป้าหมายขณะเดียวกันทำการประเมิน วัดผล และปรับปรุงจนได้รูปแบบสุดท้าย ที่พร้อมขยาย ผลอย่างกว้างขวาง รวมทั้งผลิตชุดการเรียน-การสอน (Learning Packages) ที่ประกอบด้วย แผ่นใส คู่มือการสอนเพศศาสตรศึกษา เอกสารคำสอน และโปสเตอร์ เพื่อใช้ประกอบในการ พัฒนารูปแบบ (2) รูปแบบการให้การปรึกษาทางโทรศัพท์ และรายบุคคล จัดตั้งเครือข่ายเพื่อ ทำงานร่วมกัน และการส่งต่อ ด้วยวิธีการสร้างเครือข่ายพร้อมทั้งกำหนดมาตรฐานการให้การ ปรึกษา เพื่อขยายบริการได้ทั่วถึงและมีคุณภาพ รวมทั้งผลิตคู่มือการให้การปรึกษาปัญหาทาง เพศ (3) รูปแบบการส่งเสริมการบำบัดรักษา โดยจัดการอบรมบุคลากรทางการแพทย์ และสา ธารณสุข ที่สนใจ ให้สามารถบำบัดรักษาได้ในระดับหนึ่งก่อนส่งต่อให้ผู้เชี่ยงชาญ ด้วยการจัดอบ รมที่เหมาะสมทั้งเนื้อหาและระยะเวลา ซึ่งทำให้ผู้สนใจสามารถมาเข้าอบรมได้ และนำไปปฏิบัติ ได้จริง ขณะเดียวกันก็พัฒนาให้เป็นรูปแบบที่จัดได้บ่อย และยั่งยืน (4) การวิจัยพฤติกรรมทาง เพศที่เป็นปัญหาสังคมในคนไทย เพื่อหาแนวทางป้องกัน และ/หรือแก้ไข จากผลการศึกษาสรุปได้ว่า รูปแบบการให้ความรู้ การให้การปรึกษาและการบำบัดรักษา ที่ได้พัฒนาขึ้นได้ผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์ เป็นที่น่าพอใจ เนื่องจากก่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรม คือ (1) มีการยอมรับและเข้าใจเรื่องเพศศึกษามากขึ้น โดยเฉพาะในสถานศึกษา และหน่วยงาน ที่โครงการเข้าไปจัดกิจกรรม เนื่องจากโครงการนี้เป็นโครงการใหญ่โครงการแรก ทำให้มีการตื่น ตัว ในกลุ่ม สื่อสารมวลชน และมีการพูดคุยเกี่ยวกับปัญหาทางเพศมากขึ้น (2) มีครูผู้ผ่านการอ บรมให้มีความเข้าใจเพศศาสตรศึกษาเป็นจำนวน 500 คน ทำให้เกิดเครือข่ายเพศศึกษาในกลุ่ม โรงเรียนมัธยม จ.สมุทรปราการ โดยได้รับการสนับสนุนทุนเพื่อจัดการอบรม จากกองทุนพัฒนา ประชากรแห่งสหประชาชาติ (UNFPA) (3) ผลิตบุคลากรให้การปรึกษาปัญหาทางเพศจำนวน 154 คน ทำให้เกิดเครือข่ายการให้การปรึกษาปัญหาทางเพศทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค (4) อบรมเจ้าหน้าที่แพทย์และสาธารณสุขจำนวน 50 คน ให้สามารถให้บริการบำบัดรักษา ปัญหาทางเพศแก่ประชาชนได้ (5) มีชมรมเพศศาสตรศึกษา ซึ่งจัดประชุมให้ความรู้และออกจด หมายข่าว (newsletter ) แก่สมาชิก และประชาชนทั่วไป (6) ผลงานที่ได้ทำให้โครงการกลาย เป็นแหล่งอ้างอิงทางวิชาการด้านเพศศาสตรศึกษา โดยเฉพาะกับกรมสุขภาพจิต กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข และกรมวิชาการ กรมสามัญศึกษา สถาบันราชภัฎ กระทรวงศึกษาธิการ (7) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยอมรับ และเห็นความจำเป็นในเรื่องเพศศาสตรศึกษา ได้อนุมัติให้ บัณฑิตวิทยาลัยเปิดหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาเพศศาสตร์ (สหสาขาวิชา) โดยเริ่ม ในปีการศึกษา 2545 (8) ได้รับความไว้วางใจจากกรมวิเทศสหการ และ กองทุนประชากร แห่งสหประชาชาติ (UNFPA) ให้จัด “Regional Workshop on Counselling for Reproductive Health in Adolescence” ให้แก่บุคลากรในประเทศไทย และประเทศเพื่อนบ้าน 10 ประเทศ ใน วันที่ 3-14 กันยายน 2544 จากการศึกษาคณะผู้วิจัยมองเห็นถึงการนำผลที่ได้ไปขยายผลในทางปฏิบัติ เพื่อเป็น ประโยชน์ทั้งในเชิงวิชาการ และประชาชนทั่วไป ได้แก่ ควรให้มีการเผยแพร่และขยายผลการให้ความรู้แก่ประชาชนในกลุ่มต่างๆ ให้มากขึ้นได้ โดยการอบรมพยาบาล หรือครู/ อาจารย์ ให้นำชุดการเรียน-การสอน (Learning Packages) ไป อบรมบุคคลเป้าหมายต่อไป ปรับและขยายการอบรมการให้การปรึกษาปัญหาทางเพศออกไปสู่ส่วนภูมิภาค ขยายการอบรมการบำบัดรักษาไปสู่ส่วนภูมิภาคด้วย ควรมุ่งพัฒนาศูนย์วิจัยและพัฒนาเพศศาสตรศึกษา ให้เป็นศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทาง (Centre of Excellence) ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย - เพื่อการพัฒนาด้านเพศศึกษาระยะยาวและยั่งยืน โดยเฉพาะในโครงการหลัก สูตรปริญญาโท สาขาเพศศาสตร์ - เพื่อเป็นแหล่งอ้างอิง/ ฐานข้อมูล ให้เแก่หน่วยงานหรือสถาบันอื่นที่เกี่ยวข้อง Overall objectives To develop a comprehensive modules to help alleviate and/or solve sexual problems of the country. Specific objectives (1) To develop sex education “Learning Packages” for teaching 1.1 school teachers 1.2 adolescence and youths (school and university students) 1.3 married couples/ parents 1.4 middle aged/ senior citizens. To develop prototype and conduct successive testing in target population. Final “Learning Packages” for special groups will be formulated consisting of transparency sets, manuals, posters and charts. The teaching approach will be problem-based, participatory and teaching of relevant life skills. Standardized “Learning Packages” will be distributed to appropriate nurses and teachers after a proper trainning. (2) To develop a national network for telephone and individual counselling for sexual problems. A 10-day workshop plus 6 months of practical trainning will be standardized, tested and used for further trainning of health personnel and related professions in counselling for sexual problems. Relevant centres will be identified and a collaborative network will be formulated to implement counselling services. (3) A 3 1/2-day workshop on practical therapeutic management of sexual problems will be standardized with the aims for self-reliance and sustainability. (4) Specific research into sexual behavioural aspects will be carried out to facilitate the first three objectives. Methodology Action (operations) research. Outputs / outcomes (1) The programme has created considerable awareness concerning the country’s sexual problems and better understanding of scopes of sex education amomg mass media, parents, teachers and health personnel. (2) Five hundred teachers in Samutprakarn province have been trained for knowledge and advocacy of sex education. This programme is supported by United Nations Population Funds. There have been noticable attitude changes among teachers who are trained in the 2-day workshop. Networks of schools interested in sex education have been formed. (3) One hundred and fifty four people have attended the workshop on counselling for sexual problems. A network of counselling centres (9 centres in Bangkok and 6 centres in the provinces) has been organized. A monthly case conference is regularly conducted for the benefit of the network. A referral system for cases that need specialized management is established. (4) Fifty health personnel from the Public Health Ministry and private sectors attended the workshop on practical therapeutic management of sexual problems. (5) A sexology club has been established holding a monthly meeting. Subscribed members and the public are invited to attend. A quarterly newsletter has been distributed to club members free of charge. (6) Although the programme is in its early development stage, it has already become a reference resource for other organizations eg. Department of Mental Health, Department of Health of the Ministry of Public Health and the Ministry of Education. (7) Chulalongkorn University realizing the need for sex education has granted the University Graduate School permission to offer a master’s degree in human sexuality beginning 2002. Our “Programme” will coordinate the master’s degree. (8) Our “Programme” has been entrusted by the Department of Technical and Economic Co-operation (DTEC) and United Nations Population Fund (UNFPA) to organize the “Regional Workshop on Counselling for Reproductive Health in Adolescence” for Thailand and 10 neighbouring countries, 3-14 September 2001. Future plans (1) To organize trainning courses for appropriate nurses and teachers to use “Learning Packages” to expand sex education programme nationwide. (2) To extend the workshop on counselling for sexual problems to the provinces using the modified standard module. To enlarge the counselling network into the provincs. (3) To organize workshops on practical therapeutic management of sexual problems in the provinces on request. (4) To see designation of the present centre as a “ Centre of Excellence” in order to attract more resources from Chulalongkorn University. (4.1) To strive for self-reliance and sustainability for a long-term development in sex education particularly the master’s degree in human sexuality. (4.2) To develop a database on human sexuality that can be shared with other related institutions in Thailand.

บรรณานุกรม :
นิกร ดุสิตสิน . (2545). โครงการวิจัยเพื่อส่งเสริมสุขภาพทางเพศ (Programme for The Promotion of Sexual Health).
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
นิกร ดุสิตสิน . 2545. "โครงการวิจัยเพื่อส่งเสริมสุขภาพทางเพศ (Programme for The Promotion of Sexual Health)".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
นิกร ดุสิตสิน . "โครงการวิจัยเพื่อส่งเสริมสุขภาพทางเพศ (Programme for The Promotion of Sexual Health)."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2545. Print.
นิกร ดุสิตสิน . โครงการวิจัยเพื่อส่งเสริมสุขภาพทางเพศ (Programme for The Promotion of Sexual Health). กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2545.