ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ความสัมพันธ์ระหว่างความสามารถในการใช้ภาษาของเด็กปัญญาอ่อนระดับเรียนรู้ได้กับประสบการณ์วัจนปฏิสัมพันธ์

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ความสัมพันธ์ระหว่างความสามารถในการใช้ภาษาของเด็กปัญญาอ่อนระดับเรียนรู้ได้กับประสบการณ์วัจนปฏิสัมพันธ์
นักวิจัย : นรพล อิ่มบริบูรณ์, 2521-
คำค้น : ภาษาไทย--วจนะวิเคราะห์ , เด็กปัญญาอ่อน--ภาษา , วัจนกรรม
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : สุดาพร ลักษณียนาวิน , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะอักษรศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2546
อ้างอิง : 9741747861 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/2690
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (อ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2546

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการใช้ภาษาของเด็กปัญญาอ่อนระดับเรียนรู้ได้ ในประเด็นต่อไปนี้ 1) ความสามารถในการใช้ภาษา 2) ประสบการณ์วัจนปฏิสัมพันธ์ในเชิงคุณภาพและปริมาณ และ 3) ความสัมพันธ์ระหว่างความสามารถในการใช้ภาษากับประสบการณ์วัจนปฏิสัมพันธ์ กลุ่มประชากรที่ทำการศึกษาในครั้งนี้เป็นเด็กปัญญาอ่อนระดับเรียนรู้ได้ที่กำลังศึกษาอยู่ในโรงเรียนราชานุกูลจำนวน 19 คน ที่มีระดับเชาวน์ปัญญาอยู่ระหว่าง 50-75 และมีอายุจริงระหว่าง 11-13 ปี ซึ่งจะต้องไม่มีภาวะความบกพร่องซับซ้อนในด้านการได้ยิน การมองเห็น และความผิดปกติของสภาพทางอารมณ์ จากการศึกษาความสามารถในการใช้ภาษา ด้วยแบบทดสอบการฟังและเข้าใจภาษาไทยของเด็กก่อนวัยเรียน พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีความสามารถในการใช้ภาษาที่ระดับคะแนนสูงสุด 83 คะแนน และต่ำสุด 49 คะแนนจากคะแนนเต็ม 100 คะแนน ผู้วิจัยได้ใช้ผลคะแนนดังกล่าวมาจำแนกกลุ่มตัวอย่างออกเป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มสูง (High Group)3 คน และกลุ่มต่ำ (Low Group) 3 คน จากการแจงนับประสบการณ์วัจนปฏิสัมพันธ์ พบว่า กลุ่มตัวอย่างทั้งสองกลุ่มมีการใช้วัจนปฏิสัมพันธ์กับบุคคลในครอบครัวในปริมาณที่มากกว่าการใช้วัจนปฏิสัมพันธ์กับบุคคลในโรงเรียนอย่างชัดเจนในทุกรายกรณี แต่เด็กที่มีระดับความสามารถทางภาษาต่ำ มีการใช้อวัจนปฏิสัมพันธ์ในปริมาณที่มากกว่า ซึ่งลักษณะดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าเด็กจะสื่อสารไม่ได้ แต่เด็กได้รับการกระตุ้นในลักษณะเร้าปฏิสัมพันธ์ทางภาษาค่อนข้างน้อย ในส่วนของการจำแนกประเภทของวัจนปฏิสัมพันธ์เป็นประเภทเร้าปฏิสัมพันธ์และประเภทไม่เร้าปฏิสัมพันธ์ พบว่า มีการใช้วัจนปฏิสัมพันธ์ประเภทเร้าปฏิสัมพันธ์ ดังนี้ คือ การแสดงความรู้สึก (Expressive) มี ปริมาณสูงที่สุด รองลงมาเป็นการชี้นำ (Directive) การถาม (Question) การจัดการปฏิสัมพันธ์ (Interactive Management) ตามลำดับ ส่วนวัจนปฏิสัมพันธ์ประเภทไม่เร้าปฏิสัมพันธ์ ได้แก่ การบอกความ (Assertive) จากการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างประสบการณ์วัจนปฏิสัมพันธ์กับความสามารถในการใช้ภาษา พบว่า มีความสัมพันธ์ในเชิงบวกกล่าวคือ เมื่อเด็กที่มีความสามารถทางภาษาสูงจะมีประสบการณ์วัจนปฏิสัมพันธ์ในปริมาณสูงด้วย ในทางกลับกันเด็กที่มีความสามารถทางภาษาต่ำจะมีประสบการณ์วัจนปฏิสัมพันธ์ในปริมาณน้อย จากผลการศึกษาดังกล่าวทำให้ทราบว่า ประสบการณ์วัจนปฏิสัมพันธ์ มีบทบาทสำคัญต่อความสามารถทางภาษาของเด็กปัญญาอ่อน

บรรณานุกรม :
นรพล อิ่มบริบูรณ์, 2521- . (2546). ความสัมพันธ์ระหว่างความสามารถในการใช้ภาษาของเด็กปัญญาอ่อนระดับเรียนรู้ได้กับประสบการณ์วัจนปฏิสัมพันธ์.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
นรพล อิ่มบริบูรณ์, 2521- . 2546. "ความสัมพันธ์ระหว่างความสามารถในการใช้ภาษาของเด็กปัญญาอ่อนระดับเรียนรู้ได้กับประสบการณ์วัจนปฏิสัมพันธ์".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
นรพล อิ่มบริบูรณ์, 2521- . "ความสัมพันธ์ระหว่างความสามารถในการใช้ภาษาของเด็กปัญญาอ่อนระดับเรียนรู้ได้กับประสบการณ์วัจนปฏิสัมพันธ์."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2546. Print.
นรพล อิ่มบริบูรณ์, 2521- . ความสัมพันธ์ระหว่างความสามารถในการใช้ภาษาของเด็กปัญญาอ่อนระดับเรียนรู้ได้กับประสบการณ์วัจนปฏิสัมพันธ์. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2546.